เมล็ดข้าวใหญ่ (จบ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05124150958&srcday=2015-09-15&search=no

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 607

อุษาคเนย์ไม่ไหลกลับ

จิตติมา ผลเสวก

เมล็ดข้าวใหญ่ (จบ)

หอไตร หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า สิมน้ำ สร้างอยู่กลางน้ำบ้านนาเวียง นับว่าเป็นสิ่งสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านเลยทีเดียว เพราะเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุโบราณและสมบัติพัสถานล้ำค่าที่ชาวบ้านนาเวียงนำติดตัวจากบ้านเดิมในเขตประเทศลาว

แรกที่เลือกสถานที่สร้างสิมน้ำนี้ ชาวบ้านเล่าว่า ได้พื้นที่หนองน้ำที่ค่อนข้างตื้นเขิน จึงต้องขุดลอกใหม่ ปรากฏว่าขุดพบกระดูกสัตว์และเขากวางทับถมกันมากมาย สิมน้ำหรือหอไตรนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเล่าขานต่อกันไป กระทั่งผู้คนจากบ้านข้างเคียงย้ายมาอาศัยพึ่งบารมีด้วย

สิมน้ำ หรือต่อมามีชื่อเป็นทางการว่า “หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์” เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศิลปะไทยกับลาว สร้างด้วยช่างฝีมือชั้นเลิศละเอียดงดงามอย่างยิ่ง เป็นที่เก็บคัมภีร์ใบลานที่จารด้วยอักษรธรรมโบราณห่อด้วยผ้าซิ่นไหม เก็บไว้ในกูบหลังช้างอีกที ทั้งหมดทั้งสิ้นนับได้ จำนวน 198 มัด แยกได้ 1,553 ผูก เนื้อหาในคัมภีร์มีทั้งตำรายาสมุนไพร นิทานก้อม สถานที่สำคัญต่างๆ นอกจากนี้ ในหอไตรยังมีพระพุทธรูปสำคัญๆ ของบ้านนาเวียง

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ นำมาจากหมู่บ้านดั้งเดิม ที่ฉันวาดหวังว่าจะต้องไปให้เห็นกับตาสักครั้ง

กระทั่งถึงวันดีที่ปลอดโปร่ง มีเพื่อนร่วมเดินทางที่ว่างพร้อมกัน ฉันจึงตัดสินใจขึ้นรถไฟไปลงหนองคายและข้ามพรมแดนไปเวียงจันท์ ซึ่งได้ติดต่อกับชาวลาวคนหนึ่งที่เรารู้จักกันครั้งเขามาประชุมสัมมนาที่กรุงเทพฯ เรานัดแนะให้เขาหาเช่ารถยนต์ราคาไม่แพงไว้ให้ ก็ได้รถยนต์คันใหม่นั่งสบายล่องไปบนถนนเป็นคลื่นลอน จนรู้สึกสงสารเจ้าของรถ

จุดหมายปลายทางที่เราจะไป ฉันได้ข้อมูลคร่าวๆ จาก กำนันบุญจันทร์ แห่งบ้านนาเวียง ซึ่งเคยเดินทางไปเยี่ยมยามพี่น้องมาแล้ว แต่คณะของกำนันเดินทางไปจากไชยะบุลี แต่ครั้งนี้เราไปกันทางเวียงจันท์ จำได้แค่ว่าชื่อหมู่บ้านสามหมื่น อยู่ในเมืองเฟียง (ฟาง) เขตพระนครเวียงจันท์

ฉันจำเส้นทางไม่ได้ชัดเจนนัก เพราะเวลาผ่านมานานปีแล้ว จำได้แค่ว่าเรานั่งรถออกจากเวียงจันท์ ผ่านทางแยกที่จะไปวังเวียง จากนั้นก็เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางที่ถนนไม่ค่อยดีนักและรถราก็ไม่จอแจอย่างเวียงจันท์ ใช้เวลานานชั่วโมงกว่าจะถึงหมู่บ้าน เพราะยิ่งไกลเส้นทางก็ยิ่งทุรกันดาร รถยนต์คันงามค่อยๆ ขยับโยกเยกไปบนถนนดินแดงเป็นหลุมเป็นบ่อ ทว่าสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สลับท่านาเพลิดเพลินจนลืมท้องไส้ที่โยนไปโยกมา

แม้เวลาจะผ่านมานานปี กระนั้นฉันก็จดจำบรรยากาศหมู่บ้านสามหมื่นได้ ท้องฟ้าวันนั้นสว่างไสว มีก้อนเมฆเคลื่อนที่เป็นหย่อมๆ แดดแรง แต่ไม่รู้สึกร้อนเท่าใดนัก ด้วยสายลมที่พัดโบกอยู่ตลอดเวลา บ้านไม้ทรงเก่าใต้ถุนสูง สร้างด้วยฝีมือชาวบ้าน คล้ายๆ หมู่บ้านภาคอีสานของบ้านเราที่ยังไม่เปลี่ยนเป็นบ้านปูน ใต้ถุนบ้านบางหลังยังมีแม่ใหญ่นั่งกรอฝ้ายทอผ้า

เสียงในหมู่บ้านค่อนข้างเงียบ ยังเป็นเวลาที่ชาวบ้านอยู่ตามไร่นา มีเพียงคนแก่อยู่โยงเฝ้าบ้าน หลังจากที่เราเดินเตร่อยู่ในหมู่บ้านไม่นาน ก็มีพ่อใหญ่คนหนึ่งเดินออกมาทักทาย ฉันบอกไปตามความเป็นจริงว่าเดินทางมาที่นี่ตามที่รู้มาจากชาวบ้านนาเวียงว่า บรรพบุรุษอพยพมาจากหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อกว่าร้อยปีที่ผ่านมาพู้น พ่อใหญ่พยักหน้าอย่างเข้าใจและบอกว่าเรื่องนี้ต้องคุยกับผู้เฒ่าอีกคน ซึ่งเป็นรุ่นพ่อของพ่อใหญ่อีกที เป็นผู้เฒ่าที่เหลืออยู่ไม่กี่คนของหมู่บ้านนี้ที่รู้ประวัติความเป็นมาในยุคก่อนโน้น จากนั้นแกก็เรียกเด็กๆ ให้วิ่งไปตามผู้เฒ่าซึ่งอยู่บ้านอีกหลังไม่ไกลนัก

เรานั่งคุยกันใต้ถุนบ้านหลังหนึ่ง ระหว่างนั่งรอ ผู้เฒ่าพ่อใหญ่เล่าให้ฟังว่า บรรพบุรุษของชาวบ้านสามหมื่นเป็นคนไทพวน เดิมทีอยู่ที่เชียงขวาง ได้อพยพหนีพวกจีนฮ่อมาปักหลักที่นี่กลุ่มหนึ่ง และแยกไปอยู่บ้านนากลาง ไม่ไกลจากที่นี่อีกกลุ่มหนึ่ง ใกล้ๆ บ้านสามหมื่นมีภูเขาสูงชันอยู่ลูกหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า ผาท่อหน่อคำ เชื่อกันว่าบนยอดภูนั้นมีหน่อคำอยู่ แต่ไม่มีใครสามารถปีนป่ายไปเอามาได้ เพราะความสูงชันของหน้าผา

คุยกันอยู่ไม่นาน พ่อเฒ่าที่ถูกตามตัวอย่างไม่รู้ตัว ก็ซ้อนรถเครื่องมาถึง ความชราทำให้หูพ่อเฒ่าไม่ค่อยดีดุจเดิม แต่ความจำยังเป็นเลิศ หลังจากฟังฉันเท้าความแล้ว พ่อเฒ่าก็บอกว่าที่เรารู้มาจากบ้านนาเวียงเป็นเรื่องจริง เมื่อประมาณ 300 ปีก่อน มีเชื้อเจ้าสามพี่น้องพาไพร่พลอพยพไปจากที่นี่ ไปตั้งหลักปักฐานอยู่ทางฝั่งไทย การอพยพครั้งนั้นนอกจากไพร่พลจำนวนหนึ่งแล้ว ยังนำช้างม้าบรรทุกสิ่งของสำคัญไปด้วย

ฉันไม่ได้ซักไซ้รายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติอันมากค่าเหล่านั้น เพราะเกรงจะเป็นการย้ำรอยที่ไม่ควรรื้อฟื้น เพียงได้รู้ว่าสิ่งที่เราฟังมาเป็นเรื่องจริง ก็ปลาบปลื้มเพียงพอแล้ว ที่ได้พบบ้านพี่น้องสองประเทศของจริงไม่อิงแค่เรื่องเล่า

ฉันถามถึงเรื่องเมล็ดข้าวใหญ่บ้าง พ่อเฒ่าเล่าตำนานเมล็ดข้าวซึ่งคล้ายๆ กับที่ฟังมาจากชาวบ้านนาเวียงและที่อื่นๆ ส่วนเมล็ดข้าวใหญ่ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเทพแห่งเมล็ดข้าว เคยมีอยู่ที่บ้านสามหมื่น แต่หายสาบสูญไปนานเนิ่นแล้ว เมล็ดข้าวใหญ่แกะสลักจากท่อนไม้ มีเรื่องเล่าว่า มีของศักดิ์สิทธิ์อยู่สามสิ่งที่นำติดตัวไประหว่างอพยพ แต่หายไปสองสิ่งคือ เมล็ดข้าวใหญ่ กับหัวเซี่ยงเมี่ยง

ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่ได้ฟังจากผู้เฒ่าและพ่อใหญ่ แต่มันเลือนผ่านไปพร้อมกาลเวลาที่แล่นลิบไปข้างหน้า ยังคงรอยจำบางอย่างที่ประทับอยู่ไม่ลบเลือน ฉันตั้งความหวังว่าจะกลับไปที่หมู่บ้านสามหมื่นอีกครั้ง แต่ผ่านมานานปีก็ยังไม่มีโอกาส

อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปตามหาหมู่บ้านสามหมื่นครั้งนี้นับว่าเกินคุ้ม เพราะมีสิ่งที่ยืนยันความเชื่อของฉัน ว่าคนลาวกับคนอีสานนั้นไม่ใช่อื่นไกลจริงๆ ไม่ใช่พี่น้องแค่ชื่อเรียกหรือวัฒนธรรม แต่เป็นพี่น้องที่เชื่อมร้อยกันทางสายรก ซึ่งลึกเกินจะขุดค้นได้หมด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s