ช้า…ถือว่าผิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07098151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

ก่อนปิดร้าน

วิมล ตัน Monmati13@yahoo.com

ช้า…ถือว่าผิด

เมื่อประมาณปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวที่ถือว่าช็อกวงการออนไลน์ที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง นั่นคือ การประกาศเลิกกิจการใน 7 ประเทศของกรุ๊ปปอน (GROUPON) ซึ่งการเลิกกิจการนำมาซึ่งการเลิกจ้างพนักงาน 1,100 คน มีการจ่ายค่าชดเชยไปเป็นเงินกว่าพันล้านบาท โดย 7 ประเทศที่ว่า ประกอบด้วย โมร็อกโก ปานามา ฟิลิปปินส์ เปอร์โตริโก ไต้หวัน อุรุกวัย และสุดท้ายก็คือ สาขาของกรุ๊ปปอนในไทย ที่โดนหางเลขไปด้วย ซึ่งไม่รู้ว่า มีพนักงานคนไทยกี่มากน้อยที่ต้องตกงาน

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับกรุ๊ปปอนดี แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จัก กรุ๊ปปอนเป็นเจ้าของเว็บไซต์สัญชาติอเมริกันที่นำเสนอดีลพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นช็อป ชิม ชมในราคาหรือข้อเสนอพิเศษผ่านเว็บ http://www.mygroupon.co.th ซึ่งธุรกิจเว็บในลักษณะแบบนี้มีอยู่หลายเว็บที่เป็นที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น เอ็นโซโก้ (ensogo) ออลไทยคูปอง (AllThaiCoupons) วอชเชอร์ไทย (VoucherThai) หรือไทยทูทิคเก็ต (Thai2ticket) แต่กรุ๊ปปอนถือว่าเป็นเว็บดีลต้นตำรับที่ทำธุรกิจด้านนี้ เรียกได้ว่า เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจ และได้ชื่อว่า เป็นเว็บดีลที่มีการเติบโตเร็วที่สุดของโลก ดังนั้น การประสบปัญหาจนถึงขั้นทยอยเลิกกิจการในหลายประเทศ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจติดตาม

นายริช วิลเลียมส์ ซีอีโอของกรุ๊ปปอน ให้คำตอบกับสาธารณชนต่อเรื่องนี้ว่า “เราเชื่อว่าเพื่อให้การเดินทางตามรอยเท้าเดิมของเราใหญ่ขึ้นและก้าวหน้ามากขึ้น เราจำเป็นที่จะต้องมุ่งไปที่พลังและงบประมาณ เพียงแค่ 2-3 ประเทศเท่านั้น” เป็นคำตอบที่บ่งบอกถึงวิกฤตที่บริษัทกำลังเผชิญ อันเป็นผลพวงจากกระแสธุรกิจตลาดโลกออนไลน์ที่แข่งขันสูง ทำให้กรุ๊ปปอนเพลี่ยงพล้ำในหลายประเทศ อย่างเช่นกรณีของไทย ที่กรุ๊ปปอนยอมรับว่า เข้ามาบุกตลาดไทยช้าเกินไป โดยกรุ๊ปปอนเพิ่งเข้ามาทำธุรกิจในไทยเมื่อปี 2555 ขณะที่ตลาดเต็มไปด้วยคู่แข่งทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะเอ็นโซโก้ที่เข้ามาก่อน และครองส่วนแบ่งตลาดเกือบทั้งหมดไปก่อนแล้ว

แม้กระทั่งในตลาดโลก ธุรกิจเว็บดีลก็มีการแข่งขันสูงมาก จนกรุ๊ปปอนถอดใจ จำต้องถอยร่น พร้อมๆ กับการพยายามพลิกฟื้นธุรกิจ ด้วยการรุกบริการใหม่ ทั้งการรับส่งอาหาร หรือดีลิเวอรี่ และการรับส่งสินค้า เพื่อที่จะฟื้นฟูแบรนด์ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง แต่คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะถึงจะเป็นบริการใหม่ แต่ก็มีเจ้าเก่ายักษ์ใหญ่ที่ยึดตลาดอยู่แล้ว การจะเข้าไปเบียดส่วนแบ่งตลาดย่อมยาก และเหนื่อยกว่าหลายเท่าตัว

คำถามคือ กรณีของกรุ๊ปปอนสอนให้เราเรียนรู้ได้ว่า โลกออนไลน์เคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็ว การอัพเดตให้ทันสถานการณ์เป็น “กลยุทธ์จำเป็น” ที่ทุกคนต้องท่องให้ขึ้นใจและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพราะโลกออนไลน์เข้าง่าย ออกก็ง่ายเช่นเดียวกัน เผลอแค่กะพริบตา หรือตามติดภาวะตลาด ภาวะการแข่งขัน ช้าไปแค่เสี้ยววินาที มีโอกาสที่สินค้าหรือธุรกิจจะเอาต์ หรือตกกระแส ถูกคู่แข่งเบียดตกเวทีค้าไปได้ง่ายๆ

เหมือนอย่างที่ คุณเหมียว-ดุจธนนันท์ เกียรติเชิดแสงสุข เจ้าของธุรกิจคอนแทกต์เลนส์แฟชั่น ยี่ห้อ “คิตตี้ คาวาอิ” สินค้าแฟชั่นอินเทรนด์ที่โดนใจเหล่าวัยรุ่น ด้วยยอดขายทะลักปีละกว่าร้อยล้านบาท ได้ให้ข้อคิดในงานสัมมนา “One Stop Shop on Mobile ค้าขายบนโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างไรให้เป็นเศรษฐี” จัดโดยนิตยสารเส้นทางเศรษฐี เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า “การทำธุรกิจผ่านออนไลน์ สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจคือ ความรวดเร็วในการตอบคำถามลูกค้า ต้องอัพเดตข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาไม่ควรหยุดนิ่ง ต้องรู้ใจลูกค้า ถ้าทำได้ตรงจุด ลูกค้าก็ยังคงอยู่กับเราตลอด”

โลกออนไลน์ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ ไม่ง่ายเลย!!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s