ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก และ ห้ามพลาด…กอช. !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07040151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

ชักหน้า…ให้ถึงหลัง

ป้านะยะ Pranaya.n@ktc.co.th

ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก และ ห้ามพลาด…กอช. !!

ขอเกาะกระแสหนังไทยเรื่อง ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ซึ่งเป็นการตีแผ่ชีวิตของคนทำงานอิสระ อาชีพในฝันตามจินตนาการของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการมีอิสระ ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร ไม่ต้องการอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของบริษัทหรือองค์กรใดๆ

เรื่องย่อในหนังขอไม่พูดถึง เพราะไม่ใช่คอลัมน์วิจารณ์หนัง แต่จะขอหยิบยกประเด็นทางสังคมในหนังที่น่าเอามาขบคิด เช่น ค่าใช้จ่ายแพงสุดโหดในโรงพยาบาลเอกชน และคิวที่ยาวเหยียดในโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงกว่าจะได้พบหมอ แต่ด้วยความที่อาชีพฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่อยู่นอกระบบประกันสังคม จึงต้องก้มหน้ารักษาในโรงพยาบาลของรัฐ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า

ท่ามกลางกระแส ฟรีแลนซ์ ฟีเวอร์ รัฐบาลก็ได้มี กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ออกมา

กองทุนการออมแห่งชาติ กอช. คืออะไร

กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. เป็นกองทุนการออมเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออยู่นอกระบบบำเหน็จบำนาญของรัฐ ได้ออมเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณ โดยรัฐจะช่วยจ่ายสมทบให้ส่วนหนึ่ง เพราะปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีระบบการออมเพื่อการชราภาพที่ครอบคลุมภาคแรงงานทุกประเภทได้อย่างทั่วถึง ซึ่งยังมีแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่ได้รับความคุ้มครองเพื่อการชราภาพ และแรงงานเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในความยากจนในวัยสูงอายุ เพราะไม่มีช่องทางให้เข้าถึงเครื่องมือการออมเงินในขณะที่อยู่ในวัยทำงาน ดังนั้น รัฐบาลจึงจัดตั้งกองทุนเพื่อเป็นช่องทางการออมขั้นพื้นฐานให้แก่ผู้ที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองให้ได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบของบำนาญ อันเป็นการสร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรมในการดูแลจากภาครัฐ

ดูในรายละเอียดแล้ว นี่มันกองทุนสำหรับฟรีแลนซ์ชัดๆ คือ คนที่ไม่ได้ทำงานบริษัท ไม่ได้ส่งเงินให้ประกันสังคม/กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่ได้ส่งเงินให้ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และที่น่าสนใจคือ รัฐบาลประกันผลตอบแทนขั้นต่ำให้ไม่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนของธนาคารใหญ่ นอกจากนั้น รัฐบาลยังช่วยสมทบเงินให้เพิ่มอีก

ประโยชน์จากการเข้าร่วม กอช.

สิ่งที่ผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติจะได้รับนั้น ก็คือ ผลตอบแทนจากการออม ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกันคือ เงินสะสม เงินสมทบ และเงินผลประโยชน์ แต่ละส่วนคืออะไรกันบ้าง

1. เงินสะสม ก็คือ เงินที่สมาชิกออมเข้าสู่กองทุน ซึ่งมีเงื่อนไขว่าการออมเงินเข้าสู่กองทุนแต่ละครั้งจะต้องไม่ต่ำกว่า 50 บาท และรวมแล้วทั้งปีจะออมเงินได้สูงสุดไม่เกิน 13,200 บาท ซึ่งจะแตกต่างจากการฝากประจำกับธนาคารพาณิชย์ตรงที่สมาชิกไม่จำเป็นต้องฝากเงินเท่าๆ กันทุกครั้ง และไม่ต้องฝากเงินทุกๆ เดือน ทำให้การออมเงินกับกองทุนการออมแห่งชาตินั้นมีความยืดหยุ่นกว่าการฝากประจำกับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเงินสะสมนี้กองทุนจะนำไปบริหารด้วยการลงทุน และจะเกิดผลประโยชน์จากการลงทุนที่เรียกว่าเงินผลประโยชน์ของเงินสะสม เงินสะสมตรงนี้จะได้รับคืนในกรณีที่สมาชิกทุพพลภาพก่อนอายุ 60 ปี หรือลาออกจากกองทุน แต่ถ้าเป็นกรณีอื่นๆ เช่น อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์จะจ่ายเป็นเงินบำนาญไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งส่วนหนึ่งของเงินบำนาญจะมาจากเงินสะสม หรือกรณีที่สมาชิกเสียชีวิตก็จะได้รับเงินก้อนแก่ทายาทตามที่มีชื่อระบุไว้ก็จะมีเงินส่วนหนึ่งที่เป็นเงินสะสม

2. เงินสมทบ เงินส่วนนี้เป็นเงินที่รัฐบาลจ่ายสมทบให้ตามสัดส่วนของเงินสะสมในแต่ละงวด โดยจะจ่ายให้ในสิ้นเดือนถัดไป ซึ่งรัฐบาลจะสมทบให้ทุกเดือนที่มีการออมเงินเข้ากองทุน แต่ทั้งนี้ ก็มีกำหนดเพดานการสมทบเงินเอาไว้ตามเงื่อนไขอายุของสมาชิก ดังนี้ (มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี)

– สมาชิกอายุ 15-29 ปี รัฐบาลสมทบ 50 เปอร์เซ็นต์ ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 600 บาท/ปี

– สมาชิกอายุ 30-49 ปี รัฐบาลสมทบ 80 เปอร์เซ็นต์ ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 960 บาท/ปี

– สมาชิกอายุ 50 ปีขึ้นไป รัฐบาลสมทบ 100 เปอร์เซ็นต์ ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 1,200 บาท/ปี

3. เงินผลประโยชน์ เป็นเงินส่วนเพิ่มจากการที่กองทุนนำเงินสะสมที่เราออมเข้ากองทุน และเงินสมทบที่รัฐบาลจ่าย โดยนำเงิน 2 ส่วนนี้ไปลงทุนผ่านการมอบหมายให้สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลซึ่งมีความเชี่ยวชาญดำเนินการแทน ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ซึ่งเมื่อลงทุนแล้วก็จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนมาเรียกรวมๆ ว่า เงินผลประโยชน์ คล้ายๆ กับดอกเบี้ยหรือเงินปันผล แต่การออมกับกองทุนการออมแห่งชาตินี้รัฐบาลมีการรับประกันผลตอบแทนว่าจะไม่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนโดยเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ใหญ่ๆ

หากสมาชิกอายุ 60 ปีบริบูรณ์ก็จะได้รับเงินบำนาญเรื่อยไปจนกระทั่งเสียชีวิต เงินบำนาญนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากเงินผลประโยชน์ของเงินสะสมและเงินสมทบ แต่ถ้าหากสมาชิกทุพพลภาพก่อนอายุ 60 ปี นอกจากจะได้รับเงินสะสมทั้งหมดครั้งเดียวแล้ว ก็ยังได้รับเงินผลประโยชน์จากเงินสะสมในช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วย ส่วนเงินสมทบและเงินผลประโยชน์จากเงินสมทบจะทยอยจ่ายในลักษณะเงินบำนาญหลังจากที่สมาชิกอายุครบ 60 ปีแล้ว การลาออกจากกองทุนสมาชิกจะได้รับเงินสะสมและเงินผลประโยชน์จากเงินสะสม แต่ไม่ได้เงินสมทบและเงินผลประโยชน์จากเงินสมทบ และเมื่อเสียชีวิตทายาทที่มีชื่อตามที่สมาชิกระบุจะได้รับเงินก้อนซึ่งรวมเงินผลประโยชน์เอาไว้แล้ว

บอกได้เลยงานนี้ ฟรีแลนซ์ ห้ามพลาด !! จะมาก จะน้อย อย่างน้อยก็มีหลักประกันในยามเกษียณนะ พี่น้อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s