เลาะรั้วเกษตร : เป็นห่วงเสียจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/209516

281225166

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เสร็จจากการชี้แจงคนทำโพลล์ไม่กี่วัน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ก็เร่งลงพื้นที่ทำผลงาน (ให้เข้าตาใครก็ไม่รู้) และสร้างภาพไปพร้อมๆ กัน ที่กล่าวนี่มิได้เกินเลยความจริง เพราะยังไม่เคยเห็นปลัดเกษตรฯคนไหนลงพื้นที่ไปจับสารเร่งเนื้อแดง ปุ๋ยปลอม สารเคมีปลอม เหมือนปลัดท่านนี้

การลงพื้นที่ที่ผ่านมาคงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องนัก เพราะปฏิบัติการจับปุ๋ยปลอม สารเคมีปลอม หรือการใช้สารเร่งเนื้อแดง ต้องไปแบบเงียบๆ เพื่อจู่โจมถึงแหล่งผลิต จับให้ได้คาหนังคาเขา แต่ท่านเล่นแจ้งใครต่อใครให้ทราบกันทั่วก่อนที่จะไปเป็นอาทิตย์…ไก่ไม่ตื่นก็ให้มันรู้ไป ข่าวที่ปรากฏออกมาราวกับท่านจับปุ๋ยปลอมได้มากมายเป็นโกดัง….ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเจ้าของปุ๋ยรายนี้ คงไม่เพี้ยนก็เมาที่รอให้คนมาจับ

พูดถึงปุ๋ยปลอม ก็พอดีกับคดีฮั้วประมูลปุ๋ยปลอม…ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะนัดฟังคำพิพากษาคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง อดีตรมว.เกษตรฯ ชูชีพ หาญสวัสดิ์ และเลขานุการ วิทยา เทียนทอง ในความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงาน พูดตามภาษาที่เข้าใจกันง่ายๆ คือ ฮั้วราคากัน

เหตุเกิดเมื่อกุมภาพันธ์ 2544 – กันยายน2545 กรมส่งเสริมการเกษตร สมัยอธิบดี ปราโมทย์ รักษาราษฎร์ เสนอให้มีการจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ โดยกำหนดเงื่อนไขเข้าข่ายล็อกสเปกให้ผู้ประมูลได้มีรายเดียว คือ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย ป.ป.ช.ท้วงติงแล้ว แต่รัฐมนตรีกลับเพิกเฉยไม่ตรวจสอบ และไฟเขียวให้ดำเนินการต่อ ขณะที่เลขานุการก็บันทึกต่อท้ายโครงการว่า ป.ป.ช. รับทราบแล้ว

เมื่อได้ทำสัญญาซื้อปุ๋ยอินทรีย์กับชุมนุมสหกรณ์การเกษตรฯเรียบร้อย ก็จัดส่งปุ๋ยอินทรีย์ที่ไม่ได้ตรวจสอบรับรองและไม่ได้มาตรฐานไปแจกจ่ายเกษตรกร ทำให้เกษตรกรได้รับความเสียหาย การจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ครั้งนั้นจำนวนประมาณ 1.3 แสนตัน มูลค่าสูงกว่า 360ล้านบาท

เวลาผ่านมานานกว่า 10 ปี แต่เพิ่งจะมาฟ้องร้องเมื่อเดือนเมษายน 2558 และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 8 มิถุนายน 2559 …คอยฟังกันเองแล้วกันว่าหมู่หรือจ่า….แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าถ้าไม่ใช่รัฐบาลทหาร คดีนี้คงเงียบหายไปกับสายลมเป็นแน่แท้

ยังมีอีกเรื่องของกระทรวงเกษตรฯที่ไม่พูดถึงไม่ได้อีกเช่นกัน…นั่นคือการแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี….เพราะท่านมาเงียบๆ แต่ไม่ได้มาเล่นๆ ….จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 22 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา เห็นชอบตามที่ รมว.เกษตรฯ เสนอแต่งตั้ง นายวิทยา ผิวผ่อง เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี…นับเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีคนที่ 3 อันแสดงว่า งานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ผู้ช่วยรัฐมนตรี 2 คนเอาไม่อยู่…

หลายท่านคุ้นชื่อ วิทยา ผิวผ่อง เพราะเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่คำถามคือ…ผู้ช่วยรัฐมนตรี วิทยา ผิวผ่อง มาได้อย่างไร จะมาช่วย รมว.เกษตรฯ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ในด้านใด ท่านอาจจะเก่งตอนที่ท่านเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รางวัลครุฑทองคำปี 2553 รุ่นเดียวกับ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ท่านทูตวีรชัยพลาศรัย เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ที่ต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารอย่างเข้มแข็ง แต่ยังไม่ปรากฏในประวัติว่าท่านเก่งเรื่องเกษตร

คำตอบ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับคำถามนักคือ ท่านมาได้เพราะเรียนหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่นที่ 20 รุ่นเดียวกับบิ๊กฉัตร….และบิ๊กตู่ ….ใช่หรือไม่

จะแต่งตั้งผู้ช่วยอีกสักกี่คน แต่ถ้าไม่รู้เรื่องของเกษตรอย่างแท้จริง ก็คงช่วยอะไรไม่ได้..นะท่าน

เป็นห่วง และสงสารกระทรวงเกษตรฯ จริงๆ…..คนเกษตรไม่ได้ทำ คนทำไม่ใช่เกษตร….

แว่นขยาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s