พาไปชิม ไข่เค็มกระชายดำ เมนูเพื่อสุขภาพ ของ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสันติสุข” ภูเรือ จังหวัดเลย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05110011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 28 ฉบับที่ 610

ท่องเที่ยวเกษตร

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา

พาไปชิม ไข่เค็มกระชายดำ เมนูเพื่อสุขภาพ ของ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสันติสุข” ภูเรือ จังหวัดเลย

หลายคนที่คลุกคลีในวงการสมุนไพรจะทราบดีว่า สรรพคุณหรือคุณประโยชน์ของ กระชายดำ มีมากมาย ซึ่งจากข้อมูลการค้นคว้าเอกสารงานวิจัยพบว่า สมุนไพรไทยกระชายดำนั้นมีสรรพคุณ และสามารถช่วยบำบัดรักษาโรคต่างๆ ได้เกือบร้อยชนิด

ไม่ว่าจะใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ใจสั่น แก้บิด แก้ปวดข้อ ทำให้โลหิตหมุนเวียนดีขึ้น ผิวพรรณผุดผ่องสดใส ขับปัสสาวะ แก้โรคกระเพาะ และปวดท้อง เป็นต้น แต่ดูเหมือนกระแสที่มาแรงและมีการกล่าวถึงมากคือช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ บำรุงสมรรถภาพทางเพศชาย โดยเฉพาะการเสริมสร้างให้มีความแข็งแรง

ฉะนั้น จึงเป็นพืชที่นิยมนำมาปลูกกันในภาคอีสาน เนื่องจากตามความเชื่อของชาวเขาเผ่าม้ง ถือว่า กระชายดำเป็นสมุนไพรประจำเผ่า พวกเขาจะนำกระชายดำใส่ย่ามติดตัวไปตลอดเวลา เมื่อต้องเดินขึ้นภูเขาจะนิยมกิน เพื่อเพิ่มพละกำลังทำให้ไม่เหนื่อย

“เลย” เป็นอีกจังหวัดที่ปลูกกระชายดำแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เพราะพืชชนิดนี้ชอบที่ร่ม ดินร่วนซุย หรือเป็นดินปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี อีกทั้งยังชอบอากาศหนาวเย็น

เหตุนี้เองจึงทำให้ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างนำสมุนไพรชนิดนี้มาใช้ประโยชน์ด้วยการแปรรูปในวงการอาหาร และเครื่องดื่ม ไม่เว้นแม้นำมาเป็นวัตถุดิบส่วนผสมของการทำไข่เค็ม

ในทริป “เที่ยวเมืองทะเลหมอก ดอกไม้แสนงาม ภูเรือ จังหวัดเลย” ได้บรรจุโปรแกรมที่จะพาคณะทัวร์เกษตรไปดูและชิม การผลิตไข่เค็มกระชายดำ จากกลุ่มที่มีความเข้มแข็งแล้วสร้างชื่อเสียงด้านไข่เค็มกระชายดำให้กับจังหวัดมายาวนานคือ กลุ่มไข่เค็มกระชายดำ “บ้านสันติสุข” และกลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนโดยองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว

คุณสุกี กัญญาประสิทธิ์ ประธานกลุ่ม กล่าวว่า กลุ่มไข่เค็มกระชายดำ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 ซึ่งเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ จึงมีการรวมกลุ่มอาชีพจากบรรดาแม่บ้านในหมู่บ้านขึ้น เพื่อทำอาชีพผลิตกล้วยฉาบขาย แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากมีข้อจำกัดทางการตลาด

ต่อมาในปี 2542 ทางกลุ่มจึงจัดไปทัศนศึกษาดูงานการผลิตไข่เค็มที่จังหวัดลพบุรี เพื่อนำกลับมาทำ พร้อมกับได้รับการสนับสนุนจากจังหวัด แล้วให้ปรับปรุงประยุกต์โดยการนำวัตถุดิบเด่นที่มีอยู่ในพื้นที่คือ กระชายดำ ที่มีการปลูกอยู่เป็นจำนวนมากเข้ามาเป็นส่วนผสมของไข่เค็ม อันเป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการไปในตัว แล้วยังเพิ่มมูลค่าในตัวสินค้าอีก

ปัจจุบัน กลุ่มไข่เค็มกระชายดำ “บ้านสันติสุข” มีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 20 คน ถือว่าเป็นกลุ่มที่ใหญ่ในระดับจังหวัดถึงระดับประเทศ และได้รับการรับรองเป็นสินค้าโอท็อป (OTOP) มานานกว่า 10 ปี

“ไข่เค็มกระชายดำของกลุ่มได้รับการรับรองคุณภาพจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อย มีจุดเด่นและความอร่อยตรงที่มีรสมันกลมกล่อมกำลังดี อีกทั้งคุณสมบัติของกระชายดำที่เป็นสมุนไพรจากธรรมชาติยังมีประโยชน์สำคัญต่อสุขภาพ”

ประธานกลุ่มระบุว่า เนื่องจากลักษณะพื้นที่ในท้องถิ่นไม่เอื้อต่อการผลิตไข่เป็ด ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องหาซื้อมาจากแหล่งอื่น เช่น ทางพิษณุโลก และด้วยข้อจำกัดเช่นนี้จึงทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถควบคุมปริมาณการสั่งซื้อไข่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าฝนจะขาดแคลนไข่ เพราะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่แหล่งผลิตไข่ แล้วส่งผลกระทบต่อยอดการผลิต

คุณสุกี ชี้ว่า การผลิตไข่เค็มกระชายดำจะมีอยู่ตลอดเวลา เพราะมียอดสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ละที่ผลิตไข่เค็ม จะใช้จำนวนไข่ 50-60 แผง (150-180 ฟอง) ต่อครั้ง แต่ถ้าคิดเป็นเดือน ราว 100 กว่าแผง ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว ยอดการผลิตจะเพิ่มจากเดิมหลายเท่า ทั้งนี้เคยผลิตไข่ในช่วงหน้าเทศกาลมาแล้วมากถึงกว่าหมื่นฟอง

จากนั้นเธอได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการและขั้นตอนการผลิตไข่เค็มกระชายดำอย่างคร่าวๆ ว่า ก่อนอื่นให้นำน้ำกระชายดำพอประมาณ เกลือ ดินสอพอง นำมาผสมให้เข้ากัน ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วนำไข่เป็ดที่ล้างไว้แล้วมาชุบส่วนผสมที่เตรียมไว้ จากนั้นนำไข่ที่ได้มาคลุกกับแกลบดำเพื่อรักษาความเค็ม แล้วนำมาพักเก็บไว้ในถุง หากต้องการบริโภคเป็นไข่ดาว จะทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน แต่ถ้าต้องการบริโภคเป็นไข่เค็ม จะทิ้งไว้ไม่ต่ำกว่า 30 วัน

ส่วนปริมาณยอดขายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับช่วงฤดูท่องเที่ยว และอีกส่วนหนึ่งจากคณะที่ติดต่อมาดูงานที่กลุ่ม แต่เฉลี่ยแล้วในช่วง 1-2 เดือน ประมาณ 40,000-50,000 บาท และในปีหนึ่งประมาณแสนกว่าบาท

สถานที่นำไข่เค็มกระชายดำไปวางขาย ได้แก่ ที่โอท็อป (OTOP) ของจังหวัด และร้านชาโต เดอ เลย ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นขาประจำ นอกจากนั้น จะต้องมีการเตรียมวางขายให้กับคณะที่เข้ามาเยี่ยมชมดูงาน ซึ่งมีจำนวนมากตลอดทั้งปี

นอกจากการขายไข่เค็มกระชายดำแล้ว ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปี ทางกลุ่มแม่บ้านนี้ยังได้นำดอกไม้เมืองหนาวมาวางจำหน่ายให้แก่บรรดานักท่องเที่ยวในบริเวณด้านหน้า ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลด้วย และเป็นโอกาสดีที่คณะทัวร์เกษตรจะได้มีโอกาสซื้อติดมือกลับบ้าน

อย่างไรก็ตาม ในวันที่คณะทัวร์เกษตรมาดูงาน ประธานกลุ่มยืนยันว่า จะสาธิตกรรมวิธีการทำไข่เค็มกระชายดำให้ดูกันจริงอย่างละเอียด เรียกว่านำกลับไปทำที่บ้านได้เลย พร้อมกับให้ชิมไข่เค็มกระชายดำของแท้ ว่ารสชาติเป็นอย่างไร??

ติดตามรายละเอียดต่างๆ ของโปรแกรม “เที่ยวเมืองทะเลหมอก ดอกไม้แสนงาม ภูเรือ จังหวัดเลย” ทริปนี้ จากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง แล้วรีบสำรองที่นั่งด่วน เพราะโปรแกรมดีๆ อย่างนี้ ถ้าพลาดแล้วจะเสียดาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s