“อโรม่า กรุ๊ป” บุกตลาด AEC ปรับลุกส์ใหม่ “ชาวดอย” “ไนน์ตี้-โฟร์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07022011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

แฟรนไชส์โซน

ดวงกมล

“อโรม่า กรุ๊ป” บุกตลาด AEC ปรับลุกส์ใหม่ “ชาวดอย” “ไนน์ตี้-โฟร์”

ร้านกาแฟขนาดเล็ก และขนาดกลางมีแนวโน้มเติบโตขึ้น หัวใจสำคัญคือ สถานที่ตั้ง รสชาติ คุณภาพ และการบริการ เนื่องจากคนนิยมใช้ร้านกาแฟเป็นจุดนัดพบ ในขณะเดียวกัน ลูกค้านิยมดื่มเครื่องดื่มอื่นที่ไม่ใช่กาแฟเพิ่มขึ้นด้วย

ปัจจุบัน ธุรกิจกาแฟมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด มีแนวโน้มขยายตัว แต่ก็พ่วงมาด้วยการแข่งขันที่รุนแรง ดังจะเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของบรรดาร้านกาแฟมากมาย ทั้งรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ จากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจจำหน่ายเมล็ดกาแฟ และเครื่องชงกาแฟ พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย เฉกเช่น “บริษัท อโรม่า กรุ๊ป จำกัด” นับเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ลำดับต้นๆ ในธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟ ทั้งผลิตและจำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่วบด เครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์ ฝึกอบรม รวมถึงแฟรนไชส์ร้านกาแฟไนน์ตี้-โฟร์ คอฟฟี่ และชาวดอย

ครองเบอร์ 1 ธุรกิจกาแฟ

ชูจุดเด่นครบวงจร

คุณพริษฐ์ อนุกูลธนาการ ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการในเครืออโรม่า กรุ๊ป ผู้นำด้านธุรกิจกาแฟคั่วบดครบวงจร ดำเนินธุรกิจมากว่า 55 ปี กล่าวถึงภาพรวมว่า เศรษฐกิจไทยปี 2558 ค่อนข้างซบเซา หลายๆ ธุรกิจชะลอตัว แม้กระทั่งห้างค้าปลีกรายใหญ่ พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ปริมาณซื้อต่อครั้งน้อยลง ไม่ซื้อตุน แต่ซื้อถี่ขึ้น ซึ่งสวนทางกับร้านสะดวกซื้อ และตลาดออนไลน์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

แต่สำหรับทิศทางธุรกิจอโรม่านับจากนี้นอกจากตลาดกาแฟในไทยแล้ว ทางบริษัทมีแผนจะขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี (CLMV) หรือกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ด้วยนโยบายเป็นผู้ให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟครบวงจร จะจำหน่ายวัตถุดิบ อุปกรณ์ ที่ปรึกษาด้านธุรกิจกาแฟ การฝึกอบรม แต่การรุกออกครั้งนี้คงต้องค่อยเป็นค่อยไป

ด้านตลาดรวมกาแฟคั่วบด คาดว่าทั้งปี 2558 มีมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท (รวมทั้งกาแฟสด ทรีอินวัน กาแฟผงสำเร็จรูป) ผู้บริหาร ระบุว่า ทั้งปีอโรม่าจะมีการเติบโตประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่า 1.2 พันล้านบาท และคาดว่าจะได้ส่วนแบ่งตลาด 40 เปอร์เซ็นต์

สำหรับรายได้ของบริษัทดังกล่าว มาจาก 3 ช่องทางหลักคือ 1. จำหน่ายวัตถุดิบให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟสไตล์อินดี้ 2. อโรม่า ช็อป เป็นศูนย์รวมธุรกิจกาแฟที่ครบวงจร จำหน่ายวัตถุดิบ อุปกรณ์ มีบริการหลังการขาย เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการประกอบธุรกิจร้านกาแฟ เเละผู้ประกอบการทั่วไป และ 3. แฟรนไชส์ร้านกาแฟไนน์ตี้-โฟร์ คอฟฟี่ และชาวดอย

รายย่อยยังโตได้อีก

โลเกชั่น รสชาติ บริการ

สัดส่วนรายได้ของบริษัท ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ ระบุว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มาจากการจำหน่ายวัตถุดิบให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟสไตล์อินดี้ ส่วนอโรม่า ช็อป ปัจจุบันมี 28 สาขา ตั้งเป้าปี 2559 จะเปิดให้ได้ 50 สาขา เน้นภาคอีสาน จังหวัดละ 1 สาขา แฟรนไชส์ร้านกาแฟชาวดอย 300 สาขา และจากนี้ไปชาวดอยจะเปิดใน 4 รูปแบบคือ คีออสขนาด 1.8 เมตร ลงทุน 290,000 บาท คีออสช็อปไซซ์ S, M, L ลงทุนระหว่าง 300,000-1,000,000 บาท (ตามขนาดของพื้นที่) เป้าหมายปีหน้าจะเปิดแบรนด์ชาวดอยเพิ่มอีก 60-100 สาขา

ส่วน ไนน์ตี้-โฟร์ คอฟฟี่ ปัจจุบันมี 28 สาขา (เป็นสาขาแฟรนไชส์ 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นของบริษัท) อยู่ระหว่างการรีแบรนด์ ปรับโลโก้ และรูปแบบร้านใหม่ให้พรีเมี่ยมทันสมัยมากขึ้น ตั้งเป้าปี 2559 เปิดให้ได้ 30 สาขา

คุณพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ร้านกาแฟขนาดเล็ก และขนาดกลางมีแนวโน้มเติบโตขึ้น หัวใจสำคัญคือ สถานที่ตั้ง รสชาติ คุณภาพ และการบริการ เนื่องจากคนนิยมใช้ร้านกาแฟเป็นจุดนัดพบ ในขณะเดียวกัน ลูกค้านิยมดื่มเครื่องดื่มอื่นที่ไม่ใช่กาแฟเพิ่มขึ้นด้วย โดยในอนาคตมีแนวโน้มที่จะมีสัดส่วนเท่ากันคือ 50 : 50 จากปัจจุบันคนดื่มกาแฟ 70 เปอร์เซ็นต์ และเครื่องดื่มอื่นๆ 30 เปอร์เซ็นต์

“หลายๆ ร้านกาแฟมักจะตกม้าตายเรื่องการเลือกใช้เมล็ดกาแฟ ร้านส่วนใหญ่ใช้เมล็ดกาแฟเพียงชนิดเดียวทำทั้งเมนูร้อน และเมนูเย็น อยากให้แยกเมล็ดกาแฟให้ชัดเจน คนชงกาแฟก็สำคัญ เพราะกาแฟ 1 แก้ว ความอร่อยมาจากวัตถุดิบ 70 เปอร์เซ็นต์ อีก 30 เปอร์เซ็นต์ มาจากคนชง ซึ่งทางอโรม่าเล็งเห็นถึงความสำคัญตรงนี้ ได้จัดกิจกรรมบาริสต้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถเป็นประจำทุกปี มั่นใจว่าตลาดร้านกาแฟในไทย จะขยายตัวอีกมาก”

ร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น

บุกตลาดใหม่ กาแฟแคปซูล

นอกจากทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำแล้ว ยังมีแผนที่จะรุกตลาดเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ “แคปซูล” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเครื่องชงกาแฟ และจำหน่ายเมล็ดกาแฟ เมนู เช่น กาแฟ ชานม “โนว์ฮาว” ที่นำมาใช้กับการขยายธุรกิจในครั้งนี้ มาจากประเทศอิตาลี ซึ่งหลังจากนำสินค้าเข้ามาทำตลาด คาดว่าจะได้ผลการตอบรับที่ดี เพราะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มร้อน และเหมาะสำหรับสำนักงาน โรงแรม รีสอร์ต และผู้บริโภคทั่วไป

สำหรับแผนจะขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ ระบุว่า รูปแบบการรุกตลาดต่างประเทศเน้นเข้าไปร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ล่าสุดได้แต่งตั้งมาสเตอร์แฟรนไชส์แบรนด์ชาวดอยในพม่า และจะเริ่มทยอยเปิดสาขาเบื้องต้นประมาณ 10 สาขา ขณะที่กัมพูชาเพิ่งจะเริ่มเข้าไปดำเนินธุรกิจร้านกาแฟ ส่วนลาวที่ผ่านมาได้เข้าไปทดลองตลาดบ้าง แต่ยังเข้าไม่ถึงเพราะตลาดในลาวมีผู้เล่นท้องถิ่นรายใหญ่เป็นเจ้าตลาด

“แผนขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียนมีลักษณะคล้ายกับในประเทศไทยคือ เน้นเปิดโอกาสให้พันธมิตรเป็นผู้ดำเนินงานเอง นำร่องด้วยร้านกาแฟชาวดอย ตามด้วยร้านอโรม่า ช็อป”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทุน ติดต่อ สำนักงานใหญ่ อโรม่า กรุ๊ป บริษัท เค.วี.เอ็น.อิมปอร์ต เอกซ์ปอร์ต (1991) จำกัด เลขที่ 43 ชั้น 2 ซอยนาคนิวาส 6 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 โทรศัพท์ (02) 159-8999

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s