บทเรียนจากอดีตที่รอพิสูจน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160518/227866.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2559
บทเรียนจากอดีตที่รอพิสูจน์

บทเรียนจากอดีตที่รอพิสูจน์ : ขยายปมร้อน อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น

             24 คือตัวเลขจำนวนปีที่ผ่านไปของหนึ่งในเหตุการณ์ที่เรียกว่า เป็นรอยด่างของประวัติศาสตร์ชาติไทย เมื่อเกิดเหตุนองเลือดขึ้นกลางเมือง จากการลุกฮือประท้วงของประชาชนที่ไม่พอใจการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ผ่านการขึ้นสู่อำนาจ จากการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของ “พล.อ.สุจินดา คราประยูร”

เหตุการณ์ครั้งนั้นถูกขนานนามในเวลาต่อมาว่า “พฤษภาทมิฬ” และถูกเปลี่ยนชื่อโดยคณะกรรมการจัดงาน เป็น “พฤษภาประชาธรรม” โดยให้เหตุผลว่า “พฤษภาทมิฬ” นั้น เป็นการนำเสนอด้านเดียวคือ ด้านการล้อมปราบประชาชน ทั้งๆ ที่ในเหตุการณ์นี้ยังมีอีกมุมคือ การลุกขึ้นสู้ของประชาชน

หลายคนหวังให้เหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายของประวัติศาสตร์ แต่ข้อเท็จจริงคือยังไม่ใช่  และยังไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกหรือไม่

เมื่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ปฏิเสธการดำรงตำแหน่งนายกฯ เป็นสมัยที่ 4  ทำให้ พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ (ยศในขณะนั้น) ได้ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งได้ ส.ส.มากที่สุดในการเลิือกตั้งเมื่อปี 2531 และเป็นแกนในการจัดตั้งรัฐบาล

ถือได้ว่า พล.ต.ชาติชาย เป็นนายกฯ คนแรกที่มาจากการเลือกตั้งในรอบหลายปี  ซึ่งขณะที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ประเทศได้เจริญรุ่งเรืองขึ้น เพราะได้ชูการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นธงนำ เช่น การเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า  การหวังจะเป็นเสือตัวที่ห้าของเอเชีย  เศรษฐกิจพุ่งโตขึ้นกว่า 10% ต่อไป

“ชาติชาย” เองที่เป็นทหารก็รับรู้ถึงความไม่มั่นคงทางการเมือง เขาจึงมีการนัดพบปะกับผู้นำเหล่าทัพทุกสัปดาห์ เพื่อการันตีความมั่นคงของรัฐบาล

แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อครหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นจนเป็นที่มาของสมญาว่า “บุฟเฟ่ต์คาบิเนต” และสุดท้ายข้อนี้เองก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ใช้ในการรัฐประหาร โดยเหตุผลในการรัฐประหารครั้งนั้น มี 5 ข้อ คือ  1.การคอร์รัปชั่น 2.ข้าราชการการเมืองใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงข้าราชการประจำ 3.รัฐบาลเป็นเผด็จการทางรัฐสภา 4.การทำลายสถาบันทางทหาร และ 5.การบิดเบือนคดีล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

เมื่อครั้งยึดอำนาจ รสช.ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี  แต่สถานการณ์ก็แย่ลงตามลำดับ มีการร่างรัฐธรรมนูญ โดย “มีชัย ฤชุพันธุ์” เปิดทางให้มีนายกฯ ที่ไม่มาจากการเลือกตั้ง  ที่สุดแล้ว “พล.อ.สุจินดา คราประยูร” ก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ เองหลังการเลือกตั้ง ภายหลังจากพรรคสามัคคีธรรมที่รู้กันว่าเป็นพรรคของทหารได้คะแนนสูงสุด แต่นายณรงค์ วงศ์วรรณ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ถูกข้อครหาว่าติดแบล็กลิสต์จากสหรัฐอเมริกา ทำให้เป็นที่มาของวาทกรรม “เสียสัตย์เพื่อชาติ”

ทำให้กระแสสังคมในขณะนั้นไม่พอใจ และลุกลามไปเป็นการเดินขบวนต่อต้าน  สถานการณ์จุดติดอย่างรวดเร็ว จากการเริ่มชุมนุมเมื่อปลายเดือนเมษายน จนเหตุการณ์ถึงจุดสูงสุดในวันที่ 17 พฤษภาคม จนมีประชาชนเสียชีวิตและสูญหายเป็นจำนวนมาก

เหตุการณ์ ณ วันนั้น และวันนี้ถึงไม่อยากบอก แต่ก็ต้องยอมรับว่า มีความคล้ายคลึงกันอยู่ไม่น้อย เช่น เหตุผลในการยึดอำนาจ ตัวละครบางคน รูปแบบของรัฐธรรมนูญ และสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยถึงการสืบทอดอำนาจ

แต่สิ่งที่ทำให้วันนั้นกับวันนี้มีความแตกต่างคือ “มวลชน” เพราะวันนั้นกำลังที่สนับสนุน รสช.มีเพียง  “กองกำลังทหาร”  ซึ่งลำพังแค่นั้นก็สร้างบาดแผลสาหัสให้แก่สังคมไทยได้แล้ว แต่ในวันนี้พวกเขายังมีมวลชน “กลุ่มหนุน” ที่พร้อมจะออกมาปกป้องความมีอยู่ของรัฐบาลทหาร

เช่นเดียวกับ “มวลชน” อีกฝั่งที่อยู่ในสภาพอึดอัด ซึ่งไม่รู้ว่าจะสามารถคุมสถานการณ์สงบนิ่งได้ถึงเมื่อไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ฟางเส้นสุดท้ายบนหลังลา” ซึ่งประเด็นหลักที่พึงระวังคือเรื่องการ “สืบทอดอำนาจ” ที่เป็นจุดเปราะบาง และอาจชี้ให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงของการควบคุมอำนาจการปกครอง

วันนี้ผ่านมาแล้ว 24 ปี  เรายังวนเวียนอยู่ว่า นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ ทั้งๆ ที่เคยต่อสู้ใช้เลือดเนื้อและชีวิตจำนวนมากแลกมาซึ่งหลักการ  รวมถึงต้องลุ้นกันว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะวนเวียนกลับมาหรือไม่ ซึ่งคนที่จะป้องกันเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” ที่ต้องแสดงเจตนารมณ์ให้ชัดทั้งในการพูดและการปฏิบัติ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s