อายัดค่าโง่คลองด่าน-ปิดเหมืองทองคำ ‘พลิกสถานการณ์รัฐบาล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160515/227673.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2559
อายัดค่าโง่คลองด่าน-ปิดเหมืองทองคำ 'พลิกสถานการณ์รัฐบาล'

คมวิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : อายัดค่าโง่คลองด่าน-ปิดเหมืองทองคำ ‘พลิกสถานการณ์รัฐบาล’ : โดย…สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ (@jin_nation) สำนักข่าวเนชั่น

                    จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม มติคณะรัฐมนตรีเรื่อง “ปิดเหมืองแร่ทองคำ” และการพลิกตำรายื้อจ่าย “ค่าโง่คลองด่าน” กลายเป็นพาดหัวใหญ่หลายวันในหน้าหนังสือพิมพ์ กลบข่าวการออกหมายจับ พัฒน์นรี ชาญกิจ “แม่จ่านิว”
                    การเมืองในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องเรียกว่ารัฐบาลสามารถพลิกสถานการณ์จากการถูกรุกไล่ทั้งในและต่างประเทศมาได้
                    จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม มติคณะรัฐมนตรีเรื่อง “ปิดเหมืองแร่ทองคำ” ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน) ที่ จ.พิจิตร ตามข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรม ยุติการทำเหมืองทองคำทั่วประเทศที่พลิกความคาดหมายของสังคม และการพลิกตำรายื้อจ่าย “ค่าโง่คลองด่าน” เพื่อชะลอการจ่ายค่าโง่งวดที่ 2 และ 3 กลายเป็นพาดหัวใหญ่หลายวันในหน้าหนังสือพิมพ์
                    กลบข่าวการออกหมายจับ พัฒน์นรี ชาญกิจ “แม่จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษาที่มักออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช. ก่อกระแส “จัดการลูกไม่ได้จึงหันมาจัดการแม่” ที่กระหน่ำใส่รัฐบาลจากทุกสารทิศ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่นำมาใช้ดำเนินคดีกับแม่จ่านิว คือ ผิดมาตรา 112 ข้อหาที่ถูกมองว่าเป็น “สูตรสำเร็จ” ในการนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อจัดการกับกลุ่มต่อต้าน ขณะที่หลักฐานความผิดของแม่จ่านิวที่เปิดเผยออกมาได้มีเพียงคำว่า “จ้า” จากการแชทในอินบ็อกซ์(ข้อความส่วนตัว)ในเฟซบุ๊กกับคนที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันก่อนหน้านี้เท่านั้น
                    นอกจากเกิดกระแสต้านในไทย เรื่องนี้ยังกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เปิดช่องให้ กลุ่มฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ตำหนิการกระทำของรัฐบาลไทย รวมทั้งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ด้านเอเชียตะวันออก ที่ออกมาแสดงความไม่สบายใจต่อกรณีที่เกิดขึ้น
                    โชคดี “ศาลทหาร” ให้ประกันตัว “แม่จ่านิว” ทำให้กระแสเบาบางลง บวกกับมีเรื่องข้อเสนอปรองดองแห่งชาติของ “เสรี สุวรรณภานนท์” ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่โผล่มาถูกที่ถูกเวลา ประหนึ่งว่าต้องการเข้ามาแย่งพื้นที่ข่าว “แม่จ่านิว”
                    ถึงแม้ว่าข้อเสนอ “รอการกำหนดโทษ” ให้แก่ผู้กระทำความผิดในคดีทางการเมืองในบางคดีของเสรี แทบจะถูกปฏิเสธจากทุกฝ่ายทันทีที่มีการเสนอออกมาก็ตาม
                    จากนั้นก็เป็นคิวของเรื่องเหมืองทองคำและเรื่องค่าโง่ทางด่วน
                    การตัดสินใจสั่งยุติการทำเหมืองทองคำของรัฐบาล คสช. ได้ใจชาวบ้านไปเต็มๆ เพราะเรื่องนี้เป็นข้อพิพาทรุนแรงระหว่างผู้ประกอบการกับชาวบ้านผู้เดือดร้อนในพื้นที่มายาวนาน แม้ตอนนี้จะยังมีคำถามอยู่บ้างว่า ทำไมจึงอนุญาตให้มีการทำเหมืองต่อไปได้จนถึงปลายปี เป็นการ “พบกันครึ่งทาง” หรือไม่ แต่โดยรวมภาพที่ปรากฏออกมาว่า “เหมืองทองคำในประเทศไทยกำลังจะอวสาน” ก็ทำให้รัฐบาลได้คะแนน ซึ่งแน่นอนคะแนนเหล่านี้จะส่งผลดีต่อรัฐบาลในช่วงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญด้วย
                    เรื่องต่อเนื่องที่ทำให้ “รัฐบาลประยุทธ์” กลายเป็นพระเอกขึ้นมา คือ การเดินเกมชะลอการเอาภาษีของประชาชนไปจ่ายค่าโง่ในคดีคลองด่านให้แก่บริษัทเอกชน ขณะเดียวกันก็เบียดให้ข่าวที่ประเทศไทยไปชี้แจงเรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศต่อสมาชิกยูเอ็น โดยเฉพาะกรณี มาตรา 112 แผ่วไปด้วย
                    คำสั่งให้รัฐบาลจ่ายค่าโง่ในคดีคลองด่านเป็นเงินรวมกว่า 9,600 ล้านบาท เกิดขึ้นในช่วงต้นของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2557 ทั้งที่ทราบกันดีว่ามีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นในโครงการนี้ แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นหนทางที่รัฐบาลจะไม่ต้องจ่ายค่าโง่ในกรณีนี้ได้
                    แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ เองที่บอกว่าเสียดายงบประมาณที่ต้องเสียไปในส่วนนี้ ก็เคยยอมรับทำนองว่าไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว และมีการจ่ายเงินงวดแรกไปแล้วเมื่อ 21 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว
                    จู่ๆ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดย พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการ ปปง. ก็ออกมาแถลง ว่า คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติให้อายัดเงินที่รัฐบาลจะจ่ายค่าโง่งวดที่ 2 และ 3 ในวันที่ 21 พฤษภาคม และ 21 พฤศจิกายน นี้ รวมเป็นเงิน 4,761 ล้านบาท และอีก 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่กลุ่มกิจการร่วมค้าNVPSKG จากโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน เพราะถือว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดกรณีกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ในการทุจริตและแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
                    ทั้งนี้ มีการเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้มีการหารือถึงเรื่องนี้ โดยมีการหยิบยกคำพิพากษาของศาลอาญาที่ตัดสินไปเมื่อ 17 ธันวาคม ปีที่แล้ว ที่พิพากษาว่า นายปกิต กิระวานิช อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ อดีตรองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และนางยุวรี อินนา อดีตนักวิชาการสิ่งแวดล้อม มีความผิดฐานทุจริต โดยการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มกิจการร่วมค้าฯ ลงโทษจำคุกคนละ 20 ปี
                    แต่เนื่องจากคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด จึงได้มีการหารือถึงแนวทางที่จะประวิงเวลาในการจ่ายค่าโง่เอาไว้ก่อน ในที่สุดจึงใช้ “ปปง.” เป็นไม้เด็ดเข้ามาจัดการ
                    ทั้งนี้ กฎหมายให้อำนาจ ปปง.อายัดทรัพย์ที่สงสัยได้เป็นเวลา 90 วัน โดยจะแจ้งให้กลุ่มกิจการร่วมค้าฯ เข้าชี้แจงภายใน 30 วัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าได้เข้ามาเป็นคู่สัญญาในโครงการนี้อย่างสุจริตอย่างไร เรียกว่าภาระตกเป็นของกลุ่มกิจการร่วมค้าฯ
                    หาก ปปง.ฟังแล้วไม่เห็นด้วย ก็สามารถยื่นต่อศาลเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ในส่วนนี้ได้ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางเพื่อยื้อเวลา
                    ยิ่งเมื่อมีการเทียบเคียงไปถึงกรณีค่าโง่โครงการทางด่วนบางนา-บางพลี-บางปะกง ที่สุดท้ายมีคำพิพากษาศาลฎีกาออกมาว่าไม่ต้องจ่ายค่าโง่ 6,200 ล้าน เพราะมีการทุจริตในการทำสัญญาโครงการ ยิ่งทำให้ความหวังว่ารัฐบาลอาจไม่ต้องจ่ายค่าโง่มีมากขึ้น
                    นอกจากคดีเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตที่ศาลชั้นต้นตัดสินไปแล้ว ยังมีคดีที่เป็นความหวังว่าจะนำไปสู่การไม่ต้องเสียค่าโง่ในคดีคลองด่านอีก คือ คดีที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ฟ้องกลุ่มกิจการร่วมค้าฯ ข้อหาฉ้อโกง โดยศาลชั้นต้นตัดสินให้รัฐบาลชนะ แต่ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ฝั่งเอกชนชนะ ซึ่งตอนนี้รอคำตัดสินของศาลฎีกาอยู่ หากสุดท้ายรัฐบาลชนะ ก็จะเป็นเหตุให้นำไปสู่การฟ้องแพ่ง รวมถึงเป็นเหตุไปร้องขอให้ศาลปกครองพิจารณาเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง เพื่อรื้อคำสั่งจ่ายค่าโง่
                    คดีคลองด่านเป็นคดีที่มีความไม่ชอบมาพากลมาตั้งแต่ต้น ที่ “นายวัฒนา อัศวเหม” อดีตนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่มีส่วนสำคัญในการสร้างมหากาพย์นี้ขึ้นมา ซึ่งนายวัฒนาก็ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองตัดสินจำคุก 10 ปี ในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่ไม่ชอบในช่วงที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบเพื่อนำมาขายให้กลุ่มกิจการร่วมค้าฯ ทำเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการ และขณะนี้ยังคงหลบหนีอยู่
                    ไม่ว่าสุดท้ายจะแพ้หรือชนะก็ถือว่ารัฐบาลได้คะแนนความตั้งใจไปแล้ว
                    ที่สำคัญพลิกสถานการณ์ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำของตัวเองขึ้นมาได้!
——————–
(คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : อายัดค่าโง่คลองด่าน-ปิดเหมืองทองคำ ‘พลิกสถานการณ์รัฐบาล’ : โดย…สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ (@jin_nation) สำนักข่าวเนชั่น)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s