จับตา “ดิจิตอล แบงกิ้ง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07098010259&srcday=2016-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 390

ก่อนปิดร้าน

วิมล ตัน Monmati13@yahoo.com

จับตา “ดิจิตอล แบงกิ้ง”

ก้าวเข้าสู่ปีวอก 2559 ได้ไม่เท่าไหร่ ได้เห็นการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจการเงินที่เปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นการเงินยุคดิจิตอลอย่างคึกคัก สอดรับกับการมาของธุรกิจคนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่เรียกขานกันว่า สตาร์ตอัพ (Startup)

เป็นการขับเคลื่อนที่ประกาศตัวอย่างเป็นทางการของ 2 แบงก์ใหญ่ นั่นคือ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งถือว่า เป็นแบงก์ระดับชั้นนำที่มีหัวคิดทันสมัยแบบคนรุ่นใหม่ ที่ตอบรับต่อยุคดิจิตอลได้อย่างรวดเร็ว น่าประทับใจ

เริ่มจากธนาคารกสิกรไทย ภายใต้การนำของ “คุณปั้น-บัณฑูร ล่ำซำ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดแถลงข่าวที่จังหวัดน่าน เมืองที่คุณปั้น ปวารณาตัวรับหน้าที่เป็นเสมือนเจ้าเมืองน่าน ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการฟื้นฟู พัฒนาเมืองน่าน ให้กลับมาเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้อันเป็นต้นน้ำสำคัญของลำน้ำน่าน

แบงก์กสิกรไทยประกาศจัดตั้งกลุ่มธุรกิจขึ้นใหม่ เรียกว่า กสิกร บิสซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป รองรับยุทธศาสตร์ทางธุรกิจเทคโนโลยี นัยว่า โลกการเงินกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ อันเป็นผลพวงจากโลกดิจิตอล ทำให้การให้บริการทางการเงินต้องปรับไปตามเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีวิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ผูกติดกับการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ธุรกิจการเงินมองเห็นความจำเป็นที่ต้องเร่งพัฒนาตัวเองไปสู่การเป็นธุรกิจการเงินยุคดิจิตอล หรือดิจิตอล แบงกิ้ง

ในการนี้ แบงก์กสิกรไทย ประกาศจัดตั้งบริษัทในเครือขึ้นรวดเดียว 5 บริษัท หลักๆ ก็คือ บริษัทเหล่านี้ทำหน้าที่ค้นคว้ารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อระบบดิจิตอล แบงกิ้ง สนับสนุนด้านบุคลากร ออกแบบและสร้างระบบไอทีเพื่อรองรับความต้องการของแบงก์ และนำนวัตกรรมใหม่ๆ ที่คิดค้นได้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจธนาคาร เป็นต้น

เช่นเดียวกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่แถลงในสัปดาห์ถัดมา ในงานสังสรรค์ขอบคุณสื่อมวลชนที่ศูนย์ฝึกอบรมของแบงก์ ณ หาดตะวันรอน อำเภอสัตหีบ โดย คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรองประธานกรรมการบริหาร เผยว่า แบงก์จะตั้งบริษัทใหม่ เพื่อรองรับการรุกเข้าสู่ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน หรือเรียกสั้นๆ ว่า ฟินเทค (Financial Technology หรือ FinTech)

ใจความสำคัญของการจัดตั้งบริษัทใหม่ของทั้ง 2 แบงก์ดังกล่าว คงไม่แตกต่างกันมากนัก โดยเน้นไปที่การคิดค้นรูปแบบบริการทางการเงินใหม่ๆ ที่เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การสร้างสตาร์ตอัพ ธุรกิจพันธุ์ใหม่ เพื่อนำมาให้บริการกับผู้บริโภคในยุคดิจิตอล ขณะเดียวกัน การจัดตั้งบริษัทขึ้นแยกต่างหากจากธนาคาร ก็เพื่อเพิ่มช่องทางในการให้การสนับสนุนทางการเงิน ทั้งในแง่ของการร่วมทุน ช่วยคิดค้นสตาร์ตอัพให้ไอเดียที่เกิดขึ้น เป็นไปได้ในแง่ธุรกิจ และมีโอกาสเติบโตเป็นองค์กรที่แข็งแรง มีอนาคตไกล

ลักษณะการทำงานเหมือนบริษัท ล้มยักษ์ จำกัด ของ คุณปพนธ์ มังคละธนะกุล และกองทุน ๕๐๐ TUKTUKS ที่ คุณกระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์สนับสนุนและร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการสตาร์ตอัพ ซึ่งนิตยสารเส้นทางเศรษฐี เพิ่งลงบทสัมภาษณ์ไปเมื่อฉบับปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2559 ที่ผ่านมานี่เอง

เชื่อว่า การเข้ามาของแบงก์ใหญ่ทั้งสอง จะช่วยให้บรรยากาศการสร้างสตาร์ตอัพของเมืองไทย เป็นไปอย่างคึกคัก น่าตื่นเต้น เพราะถือเป็นทุนสนับสนุนก้อนมหึมา เป็นแรงขับดันที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผลเป็นที่สุด เราอาจได้เห็นธุรกิจสตาร์ตอัพคนไทยที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชาติตะวันตก คิดค้นสร้างนวัตกรรมทางการเงินที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

เปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจการเงินไปสู่ยุคดิจิตอลอย่างแท้จริง!!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s