บาร์ล..หมู่บ้าน 2 แผ่นดิน ‘เบลเยียม-เนเธอร์แลนด์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664301

 

พรมดอกไม้กว่า 6 แสนดอกในเทศกาลดอกไม้ที่กรองด์ปลาส.

ยิ่งกว่าดรีม เดสทิเนชั่น เมื่อได้มีโอกาสไปเยือนเบลเยียมครั้งล่าสุด โดยมี บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำสหภาพยุโรป อาสาเป็นไกด์นำเที่ยว หมู่บ้านบาร์ล-แฮร์ท็อก และ บาร์ล-นาสเซา หมู่บ้าน 2 แผ่นดิน บริเวณชายแดนเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์

จริงๆจะว่าไปหมู่บ้านที่ว่านี้ก็เป็นหมู่บ้านเดียวกันนั่นละ แต่ถ้าเป็นดินแดนฝั่งที่อยู่ในเบลเยียมจะเรียกว่า บาร์ล-แฮร์ท็อก ตามภาษาเฟลมมิชของเบลเยียม แต่ถ้าเป็นฝั่งที่อยู่ในเนเธอร์แลนด์จะเรียกว่า บาร์ล-นาสเซา ตามภาษาดัตช์

ความน่าสนใจของหมู่บ้านนี้ นอกจากพื้นที่ที่คาบเกี่ยวระหว่างสองแผ่นดินแล้ว ทั้งเมืองยังมีเส้นแบ่งพรมแดนกระจายอยู่ทั่ว ไม่ว่าจะบนทางเดินเท้าหรือกลางถนน บางเส้นพุ่งผ่าเข้ากลางบ้าน กลางศูนย์การค้า เรียกว่า ถ้าเดินเที่ยวในหมู่บ้านหรือเมืองนี้ 1 วัน ก็เท่ากับได้เที่ยวทั้งสองประเทศวันละเป็น 10 รอบเลยทีเดียว

บาร์ล-แฮร์ท็อก และ บาร์ล-นาสเซา อยู่ห่างจากกรุงบรัสเซลส์ไปทางเหนือราว 110 กิโลเมตร ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กับอีก 20 นาที แต่ถ้าไปทางรถไฟก็อาจจะนานขึ้นอีกนิดราว 2 ชั่วโมง


(ซ้าย) เส้นแบ่งพรมแดนวิ่งผ่ากลาง บ้านทำให้มี 2 เลขที่บ้าน (ขวา) หลักหมุดปักปันเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ.

ที่ตั้งของอำเภอบาร์ล-แฮร์ท็อกของเบลเยียม อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินเนเธอร์แลนด์ห่างจากพรมแดนหลักเบลเยียม-เนเธอร์แลนด์ประมาณ 5 กิโลเมตรติดกับอำเภอบาร์ล-นาสเซาของเนเธอร์แลนด์ เป็นสองหมู่บ้าน หรือสองอำเภอที่มีแผ่นดินของสองประเทศโยงใยกันไปมาเหมือนใยแมงมุม ประชาชนสองชาติอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ต่างจากพื้นที่ชายแดนส่วนใหญ่ที่มักจะมีปัญหาความขัดแย้งของเส้นแบ่งพรมแดนหรือผลประโยชน์บนแผ่นดินของสองประเทศ


จัตุรัสกรองด์ปลาส..ยามค่ำคืน.

หากเดินทางโดยรถยนต์ ก่อนเข้าบริเวณหมู่บ้านสองแผ่นดินจะมีป้ายบอกชื่ออำเภอทั้งสองพร้อมธงชาติของสองประเทศเพื่อแยกแยะว่า อำเภอใด อยู่ในเนเธอร์แลนด์ หรือเบลเยียม และพอถึงย่านกลางหมู่บ้านก็จะสังเกตเห็นกากบาทสีขาวเป็นเส้นแบ่งพรมแดนบนพื้นทางเดินเท้าพร้อมอักษร N และ B สองด้าน เพื่อให้ทราบว่า ฝั่ง N เป็นเนเธอร์แลนด์ และ B เป็นเบลเยียม บางเส้นหายเข้าไปในกำแพงระหว่างบ้านสองหลังหรือเข้าไปในร้านอาหาร ร้านค้า พอต่อไปบนถนนก็จะมีหมุดโลหะปักเป็นระยะแบ่งกึ่งกลางถนนไปเลี้ยวขึ้นทางเท้าอีกด้านหนึ่ง

ดูเป็นการแบ่งพรมแดนที่แปลกประหลาดและมีความซับซ้อนทางภูมิศาสตร์ที่สุดในโลก…..!!

การบริหารจัดการของหมู่บ้านบาร์ลทั้ง 2 ฝั่ง จะใช้กฎหมายของสองประเทศ มีสำนักงานเทศบาล 2 แห่งกับนายกเทศมนตรี 2 คน โบสถ์ 2 หลัง สถานีดับเพลิง 2 แห่ง สถานีตำรวจ 2 แห่ง การจัดเก็บค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่แยกออกจากกัน แต่หน่วยบริการอีกหลายอย่างก็มีการจัดการร่วมกัน เช่น ห้องสมุดนานาชาติ ศูนย์วัฒนธรรม โรงเรียนสอนดนตรี การจัดระเบียบและความปลอดภัย สถานที่กำจัดขยะร่วม ฯลฯ ทำให้สองหมู่บ้านมีลักษณะคล้ายแฝดสยามที่ไม่สามารถแยกกันออกได้เด็ดขาด เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาความแปลกของเส้นแบ่งเขตแดนสองพรมแดน หรือบ้านหลังเดียวกันที่ตั้งอยู่ในสองประเทศ และสัมผัสมิตรภาพของคนสองชาติที่อยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด


ป้ายชื่อเมืองก่อนเข้าเขตเมืองบาร์ล.

ถ้าต้องการรู้ว่าบ้านหลังใดอยู่ในประเทศไหน ให้สังเกตได้จากป้ายเลขที่ บ้านที่มีสีธงชาติปรากฏอยู่ ป้ายเลขบ้านเนเธอร์แลนด์มีสีน้ำเงินมุมซ้ายบน สีขาวตรงพื้นกลางและสีแดงตรงมุมบนขวาซึ่งเป็นสีธงชาติดัตช์ หรือป้ายเลขที่บ้านเบลเยียมจะมีสีธงชาติเบลเยียมดำเหลืองแดงตรงมุมบนซ้าย แต่มีบ้านหลังหนึ่งบนถนน Loveren ที่สะดุดตา ตรงที่มีป้ายเลขที่บ้าน 2 เลขที่ด้านหน้า ประตูซ้ายขวาพร้อมกับกริ่ง 2 อันที่อยู่ติดกับป้ายทั้งสอง ด้านซ้ายเลขที่ 2 กับธงเบลเยียม ด้านขวาเลขที่ 19 กับธงดัตช์ ถามเจ้าของบ้านได้ความว่า เพราะมีพรมแดนสองประเทศผ่าเข้ากลางบ้านไปออกด้านหลังสวน…แปลกมั้ยล่ะ…!!


เส้นแบ่งเขตแดนมีทุกที่ในหมู่บ้านบาร์ล.

นี่ยังไม่รวมว่า สมัยก่อนมีกฎหมายเรื่องของการกินดื่มของคนสองประเทศ ซึ่งเวลาของการบังคับใช้ต่างกันอยู่ 2 ชั่วโมง ประมาณว่าร้านเหล้า ในเขตเบลเยียมจะปิดเที่ยงคืน ถ้าอยากดื่มต่อ ลูกค้าก็แค่ยกโต๊ะกับเก้าอี้ข้ามเส้นแบ่งพรมแดนมาอีกฝั่งก็กินต่อได้อีก 2 ชม.แล้ว แต่ดูเหมือนกฎหมายที่ว่านี้จะยกเลิกไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้

เราใช้เวลาสำรวจหมู่บ้านอันซีนเล็กๆในยุโรปแค่ 6 ชม. ก็ต้องขับรถกลับกรุงบรัสเซลส์ ชมแลนด์มาร์คของเมือง ไม่ว่าจะเป็น กรองด์ปลาส จัตุรัสที่สวยที่สุดในโลก อโตเมียม แต่ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นตุ๊กตาหนูน้อยนั่งฉี่ เจนเนเคน พิส ที่อาจจะเป็นคู่หูของเจ้าหนู แมนเนอคิน พิส แต่คนกลับมองข้ามนางไปอย่างน่าเสียดาย


เจนเนเคน พิส..สาวน้อยนั่งฉี่ที่ถูกลืม.

เสียดายที่เวลาจำกัด ไม่เช่นนั้นจะอยู่ต่อดูเทศกาลพรมดอกไม้ หรือ Flower Carpet ที่จัดขึ้น 2 ปีครั้ง ที่จัตุรัสกรองด์ปลาสโดยนำดอกเบโกเนียสดจำนวนกว่า 600,000 ดอก มาวางเรียงเป็นลวดลายคล้ายพรมยาว 75 เมตร กว้าง 25 เมตร ที่ปีนี้กำหนดจัดในวันที่ 12-15 สิงหาคมนี้ ใครสนใจก็จองตั๋วไปดูกันได้ที่ http://www.thaiairways.com และปีนี้ยังเป็นปีพิเศษฉลองความสัมพันธ์เบลเยียม-ญี่ปุ่น 150 ปีด้วย

และเพราะทุกการเดินทางมีความหมายเสมอ แค่เปิดประตูใจก้าวออกไปสู่ประตูโลก โลกทั้งใบก็เป็นของเราแล้ว…!!

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s