เสน่ห์..ซีอาน อลังการ..สุสาน “จิ๋นซีฮ่องเต้”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646166

 

สุสานทหารจิ๋นซีฮ่องเต้.

ใครคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ถ้าอยากเห็นปัจจุบันของจีนต้องไปปักกิ่ง ดูอนาคตของจีนต้องไปเซี่ยงไฮ้ และถ้าอยากเห็นอดีตของจีนต้องไปซีอาน” เมื่อได้มีโอกาสไปเยือนซีอาน จึงมิอาจปฏิเสธได้ว่า คำกล่าวนี้เป็นความจริงที่สุด เพราะ “ซีอาน” คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหม เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงของโลกเมืองหนึ่ง


ร้านขายของฝากของที่ระลึกที่ตลาดมุสลิม.

การเดินทางไปเยือน “ซีอาน” ครั้งนี้ ต้องขอบคุณคุณ “แจ๊คกี้ เฉิน” นักธุรกิจใหญ่ชาวจีนผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจไทย-ส่านซีและอุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน รวมทั้ง คุณชัยวัฒน์ วณิชวัฒนะ นายกสมาคม ที่นำเราไปเปิดหูเปิดตาย้อนรอยอดีต “ซีอาน” เมืองหลวง ของมณฑล “ส่านซี” ซึ่งปัจจุบันมิใช่แค่เมืองวัฒนธรรมหรือเมืองแห่งศาสนาที่น่าศึกษา แต่ยังเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของจีน ที่กำลังมีการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ “ฉานป้า” ซึ่งนักลงทุนจากทั่วโลกให้ความสนใจ

เริ่มต้นการเดินทางในซีอานกันที่ วัดฝ่าเหมิน แหล่งท่องเที่ยวระดับ 5 ดาว คนจีนเรียกวัดนี้ ว่า “วัดฝ่าเหมินซื่อ” ตั้งอยู่ในเขตตำบลฝ่าเหมิน อำเภอฝูเฟิง จังหวัดเปาจี ห่างจากเมืองซีอานไปทางทิศตะวันตกราว 120 กิโลเมตร ใช้เวลานั่งรถไปประมาณชั่วโมงเศษ นอกจากเป็นวัดแล้ว ที่นี่ยังเป็นโรงเรียนสอนพุทธศาสนาให้กับเหล่าพระสงฆ์ด้วย


พ่อค้าชาที่ตลาดโบราณ ใกล้พิพิธภัณฑ์ชา…จุดกำเนิดเส้นทางสายไหม.

ร้านขายน้ำทับทิมคั้นสดที่ตลาดมุสลิม.

ภายในวัดมีเรื่องราวทางศาสนามากมาย รวมทั้งสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เดินผ่านวิหารด้านหน้าเข้าไปจะเห็นเจดีย์แปดเหลี่ยม สูง 13 ชั้น ประมาณ 45 เมตร ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เดิมเป็นเจดีย์ไม้ที่สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ภายหลังเกิดแผ่นดินไหวเจดีย์เก่าพังทลายลง จึงมีการสร้างเจดีย์อิฐองค์ใหม่ขึ้นมาแทนเจดีย์องค์เก่า ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุส่วนข้อนิ้วขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพบระหว่างมีการรื้อถอนเจดีย์ บรรจุอยู่ในหีบทองคำ 7 ชั้น โดยในระหว่างการรื้อถอน ยังพบโบราณวัตถุกว่า 2,000 ชิ้น ที่ห้องใต้ดินบริเวณใต้ฐานเจดีย์ด้วย


รูปปั้นทหารจิ๋นซีฮ่องเต้ในห้องแสดงนิทรรศการ.

ถัดไปจากวัดฝ่าเหมิน เป็นสถาบันพุทธศาสนาฝ่าเหมินซื่อ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบใหม่ ลักษณะเหมือนการพนมมือ ที่นี่เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านพุทธศาสนาสำหรับชาวฮั่น เป็นสถานที่จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและพุทธศาสนากับต่างประเทศ เช่น การประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก สองข้างทางมีรูปปั้น 18 อรหันต์ และพระโพธิสัตว์ 10 องค์ รวมถึงวิธีการบำเพ็ญตบะที่ต่างกัน ภายในสถาบันยังมีโรงแรมที่พักอย่างดี สำหรับผู้ที่มาจากเมืองไกล และที่ไม่ควรพลาด คือ การลิ้มรสอาหารในภัตตาคารอาหารเจ ที่บอกได้คำเดียวว่า รสชาติอร่อยขั้นเทพจากวัดฝ่าเหมินซื่อ เราเดินทางต่อไปยัง สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวซีอาน ต้องนั่งรถออกจากตัวเมืองไปราวชั่วโมงเศษ จะถึงบริเวณเชิงเขาหลีซัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากว่า 2,000 ปี เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกแห่งหนึ่งของจีน ที่บอกได้เลยว่า ยิ่งใหญ่อลังการสมกับเป็นสุสานของจักรพรรดิผู้รวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นปึกแผ่น


บรรยากาศถนนมุสลิมคลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยว.

สุสานแห่งนี้ถูกพบเมื่อปี 1974 โดยชาวนาธรรมดาๆคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อสืบค้นประวัติจึงพบว่าเป็นสุสานที่สร้างด้วยแรงคนถึง 7 แสนคน ใช้เวลาสร้างนานถึง 36 ปี ว่ากันว่าหากจะมาชมและศึกษาประวัติศาสตร์เรื่องราวความเป็นมาของที่นี่ให้ครบทั้งหมดต้องใช้เวลากันทั้งวัน ซึ่งในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาชมสุสานแห่งนี้ วันละประมาณ 1 หมื่นคน หรือราว 5 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว

ตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่ของสุสานจักรพรรดิแล้ว ก็ได้เวลาชิมอาหารซีอานกันเสียที ซึ่งถ้าใครมาซีอานแล้วไม่ได้กินเกี๊ยว ซึ่งถือว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ ถือว่าไม่ถึง นอกจากอร่อยแล้ว เกี๊ยวแต่ละชนิดยังมีตำนานซึ่งเล่าได้ไม่หมดอีกด้วย


เนื้อแพะย่าง…หอมกรุ่น.

หลังอิ่มหนำสำราญกันเป็นที่เรียบร้อย ก็ไปต่อกันที่ กำแพงเมืองโบราณซีอาน ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เป็นกำแพงเมืองที่สมบูรณ์ที่สุดในจีน มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี บนกำแพงแห่งนี้สามารถขี่จักรยานแทนการเดินเที่ยวชมได้

ปิดท้ายวันกันที่ วัดเจดีย์ห่านป่าใหญ่ หรือ วัดต้าฉือเอิน ที่ฟังชื่อแล้วอาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่าอดีตเจ้าอาวาสของวัดนี้ชื่อ พระถังซำจั๋ง หลายคนคงร้องอ๋อ วัดนี้มีตำนานว่าเป็นวัดที่ พระเจ้าถังเกาจง สร้างขึ้นเพื่อแสดงความกตัญญูต่อมารดา ภายในวัดมีเจดีย์ใหญ่ ที่เรียกว่า Big Wild Goose Pagoda หรือเจดีย์ห่านป่าใหญ่ ภาษาจีนออกเสียงว่า “ต้าเยี่ยนถ่า” เป็นเจดีย์สัญลักษณ์ของซีอาน มีตำนานกล่าวกันไว้ว่า ในอดีตเคยมีฝูงห่านบินผ่านมาบริเวณนี้ และมีห่านตัวหนึ่งตกลงมาตาย เข้าใจว่าห่านตัวนั้นคือโพธิสัตว์จำแลงมาจึงได้สร้างเจดีย์ขึ้นบริเวณดังกล่าว โดยพระถังซำจั๋งเป็นผู้ออกแบบเอง โดยมีต้นแบบมาเจดีย์ที่อินเดีย ซึ่งในตอนแรกเจดีย์มี 5 ชั้น แต่หลังจากได้รับการบูรณะใหม่ในสมัยราชวงศ์หมิง โดยการเสริมส่วนที่เป็นอิฐเข้าไปและกลายเป็นเจดีย์ 7 ชั้นอย่างที่เห็น ปัจจุบันเป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์ซึ่งอัญเชิญมาจากอินเดียและแปลเป็นภาษาจีน ด้านนอกมีรูปปั้นพระถังซำจั๋งองค์ใหญ่ยืนตระหง่าน


รูปปั้นพระถังซำจั๋ง…วัดต้าฉือเอินหน้าเจดีย์ห่านป่าใหญ่.

อีกที่ที่ควรไป ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ด้านการท่องเที่ยว คือ ถนนมุสลิม (Muslim Street Xi’an) ซึ่งเป็นตลาดโบราณอายุกว่า 100 ปี ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และวิถีชีวิตของชาว “หุย” หรือชาวจีนมุสลิม (ที่สืบเชื้อสายมาจากมุสลิมชาวเปอร์เซีย) ไว้อย่างเหนียวแน่น ตลาดแห่งนี้เป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารพื้นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างอาหารจีนกับอาหารมุสลิม แต่ที่เห็นขายกัน ตั้งแต่หัวตลาดยันท้ายตลาดคือ “เนื้อแพะย่าง” ที่ภาษาจีนเรียกว่า “หยังโร่วช่วน” ที่นำเนื้อแพะมาเสียบไม้หลิวแดงย่าง ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั้งตลาด

ลิ้มลองเนื้อแพะหอมอร่อย แกล้มกับเหมาไถชั้นดี…นี่กระมัง ที่ทำให้กวีจีนอย่างโกวเล้ง รจนาถ้อยคำอมตะ ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน

“ข้ามิได้ชมชอบในรสชาติสุรา แต่ข้าชมชอบบรรยากาศการร่ำสุรา”

ไจ้เจียน…ลาก่อน ซีอาน…!!!

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s