เลาะรั้วเกษตร : มาตรการกีดกันทางการค้า..ของใครก็ของใคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/224517

281225166

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีข่าวจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศว่า ยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา และประเทศเงียบๆ ที่อยู่ติดกันอย่างแคนาดา ได้ออกมาตรการคุมปริมาณสารพิษตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชในสินค้าเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยกำหนดค่าปริมาณสูงสุดที่ยอมให้มีได้ในผลผลิต หรือที่เรียกว่าค่า MRL (Maximum Residue Limited) สูงกว่าที่คณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหาร หรือ โคเด็กซ์ (CODEX) กำหนดไว้เสียอีก เรียกว่ามาตรฐานของ 2 ประเทศนี้ สูงกว่ามาตรฐานสากลที่ทั่วโลกเขายอมรับกัน อะไรจะขนาดนั้น

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ต้องดูสินค้าในประเทศที่ทั้ง 2 ประเทศนี้ผลิตด้วยว่า มีค่า MRL เท่าที่กำหนดกับสินค้านำเข้าหรือไม่ ถ้ากำหนดเป็นมาตรฐานเดียวกันก็แล้วไป แต่เข้มงวดเฉพาะกับสินค้าที่นำเข้า โดยไม่เข้มงวดกับสินค้าที่ผลิตในประเทศ…งานนี้มีเคือง..อาจจะมีการฟ้องกันถึงองค์การการค้าโลก หรือ WTO เพราะถือเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ยิ่งถ้ากีดกันเฉพาะบางประเทศยิ่งเหมือนการกลั่นแกล้ง

หันมาดูประเทศอื่น ประเทศจีนซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ใกล้ที่สุดของไทย โดยเฉพาะตลาดผลไม้ไทยในประเทศจีนเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ส่งอะไรเข้าไปก็กระจายไปได้หมด เพราะประชากรจีนมีมากมายมหาศาล ความต้องการบริโภคมีมาก ยิ่งผลไม้ไทยยิ่งรสชาติถูกปากชาวจีน ทั้ง มะม่วง ลำไย ทุเรียน มังคุด ชมพู่ เงาะ ความต้องการมีมาก ไม่เช่นนั้นปัญหาผู้ประกอบการรวบรวมผลผลิต หรือ “ล้ง” รวบรวมผลไม้ ที่ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยพูดในรายการคืนความสุข คงไม่เกิดขึ้น

ที่นายกรัฐมนตรีพูดถึง “ล้ง” เพราะ ล้งเหล่านี้มีชื่อคนไทยเป็นเจ้าของในการจดทะเบียนจัดตั้ง แต่ทุนเป็นของคนต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีน พ่อค้า หรือนักลงทุนจีนเข้ามาเป็น นอมินี หรือผู้ประกอบการอำพราง มีกลวิธีการรับซื้อผลไม้ในราคาต่ำ แต่ไปจำหน่ายในราคาสูง มีการซื้อล่วงหน้าแบบเหมาสวน บ้างก็ว่า เกษตรกรได้ประโยชน์ แต่ถ้าดูให้ดี คิดให้ลึก ก็จะเห็นว่า ผู้ส่งออกของไทยแทบหมดอาชีพ วิธีการดังกล่าวเป็นการทำลายกลไกของตลาด ไม่ต่างไปจากการจำนำข้าวสักเท่าไรเพียงแต่ผลไม้นี้เกษตรกรขายขาด ไม่ได้เอาไปจำนำเหมือนข้าวล้งเหล่านี้มีตลาดเป้าหมายที่แน่นอนคือ จีน

กลับเข้ามาเรื่องกีดกันทางการค้า ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ใช่เบา ในการกำหนดมาตรการต่างๆ สำหรับสินค้านำเข้า ที่ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยระส่ำระสายก็หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ใช้รมลำไย ซึ่งผู้บริโภคของจีนอ้างว่าทำให้ปากเจ่อ หรือทุเรียนที่ชุบขมิ้นและป้ายสารเร่งสุกที่ขั้วผล ที่มีการเขียนโจมตีในโซเชียลมีเดียว่าเป็นอันตรายทำให้ถึงแก่ชีวิต สืบไปสืบมาก็ทราบว่าเป็นการดิสเครดิตทางการค้ากัน

นี่ยังไม่รวมศัตรูพืช เช่น แมลงวันผลไม้ในชมพู่ และมะม่วง เพลี้ยและมดที่ขั้วผลลำไย หรือที่ผลทุเรียน ที่หน่วยงานควบคุมของจีนแจ้งกลับมาให้ฝ่ายไทยทราบ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยต้องเร่งเจรจาและหาทางแก้ไขกันหัวปั่น เพราะจีนเป็นตลาดใหญ่ ถ้าจีนไม่สั่งซื้อชาวสวนของไทยก็เดือดร้อนออกมาร้องเรียนให้ช่วยเหลือ แต่เกษตรกร หรือผู้ส่งออกไม่ทำตามกฎกติกาทำให้เกิดปัญหาไม่เห็นมีใครร้องเรียน

ผลไม้จากต่างประเทศที่เข้ามายังประเทศไทย ไม่ทราบว่าเรามีมาตรการเข้มงวดกวดขัน เรื่องสารพิษตกค้างเกินค่า MRL หรือ มีศัตรูพืชชนิดที่บ้านเราไม่มีติดมาบ้างหรือเปล่า ที่เคยเห็นแน่ๆ คือ ส้มมีใบ ที่เข้ามาวางขายเป็นกอง เป็นตะกร้า เกลื่อนตลาดแอปเปิ้ล สาลี่ พลับ ทับทิม กีวี องุ่น ที่นำเข้า ไม่ทราบว่าเคยมีใคร หรือหน่วยงานไหนไปสุ่มตรวจบ้างว่ามีสารตกค้างเกินค่าความปลอดภัยหรือไม่ ไทยแพนที่ชอบสุ่มตรวจสินค้าเกษตร พืชผัก ผลไม้ในห้าง น่าจะลองสุ่มตรวจพืชผักผลไม้นำเข้าบ้าง เผื่อจะได้ข้อมูลใหม่ๆ มาเล่าสู่กันฟัง

ถ้าตรวจไม่พบ ก็แสดงว่า หน่วยงานควบคุมการนำเข้าของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอีกประการหนึ่งคือ เกษตรกรและผู้ส่งออกของเขามีการทำตามกฎกติกามารยาท มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และผู้บริโภค……น่าชื่นชม

‘แว่นขยาย’

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s