ระวัง “อาวุธทางเลือก” วิวัฒนาการก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย บวร โทศรีแก้ว 31 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677012

 

ทูตมรณะ–หน่วยนิติเวชเก็บหลักฐานจากรถบรรทุกสีขาวซึ่งกระจกหน้าปรุพรุนไปด้วยรูกระสุนปืน หลังคนร้ายขับบดขยี้ผู้คนที่ไปชมการแสดงจุดพลุที่ถนนคนเดินเลียบชายหาด “เดส์ ซองเกลส์” ในเมืองนีซ ในวันชาติฝรั่งเศส เมื่อ 15 ก.ค. มีผู้เสียชีวิต 84 ศพ บาดเจ็บกว่า 200 คน (เอพี)

ขณะที่วงการดนตรีมีแนว “อินดี้” หรืออื่นๆ แตกแขนงไปไม่หยุดยั้ง และเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ก็พัฒนาไปไม่หยุดหย่อน “การก่อการร้าย” ในยุคหลังๆเช่นกัน นอกจากจะโจมตีถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น คาดเดายากขึ้น ยังมีรูปแบบวิธีการหลากหลายแหวกแนวยิ่งขึ้นน่าสะพรึงกลัว

ตัวอย่างชัดเจนคือ กรณีนายโมฮาเหม็ด บูห์เลล ชาวฝรั่งเศสเชื้อสายตูนิเซีย วัย 31 ปี ขับรถบรรทุกหนัก 19 ตัน บดขยี้ผู้คนที่ไปชมการจุดพลุที่ถนนคนเดินเลียบชายหาด “เดส์ ซองเกลส์” ในเมืองนีซ ในวันชาติฝรั่งเศส หรือวัน “บาสตีย์” เมื่อคืน 15 ก.ค. มีผู้เสียชีวิตถึง 84 ศพ บาดเจ็บกว่า 200 คน

การก่อการร้ายในช่วงหลังๆ ส่วนใหญ่ “กองกำลังรัฐอิสลาม” (ไอเอส) และสาขาหรือแนวร่วม ซึ่งอาจเป็น “กลุ่มคน” หรือ “บุคคล” ที่เรียกกันว่าพวก “หมาป่าโดดเดี่ยว” (Lone wolves) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไอเอสมักอ้างความรับผิดชอบ แสดงว่าการก่อการร้ายยุคใหม่ มี “ไอเอส” เป็นศูนย์กลาง นอกจาก “อัล เคดา” ในอดีต

ใครที่ติดตามข่าวการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง คงจะรู้ที่มาที่ไปของมันได้ดียิ่งขึ้น!

เมื่อปี 2553 นิตยสารออนไลน์ “อินสปายร์” ของกลุ่มอัล เคดาในเยเมน กระตุ้นให้เหล่าสาวกใช้ “รถบรรทุก” เป็นอาวุธโจมตีศัตรู ต่อมาเมื่อเดือน ก.ย.2557 นายอาบู มูฮัมหมัด อัล-อัดนานี หัวหน้าโฆษกของไอเอส ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนไอเอสโจมตีชาติตะวันตกทุกวิถีทาง โดยขึ้นบัญชีดำชาติเป้าหมายยาวเหยียด และเน้นให้โจมตี “ฝรั่งเศส” ซึ่งเป็นชาติที่มีชุมชนมุสลิมอยู่มากที่สุดในยุโรปถึง 10% เป็นพิเศษ

อัดนานีชี้แนะให้ใช้สรรพาวุธเท่าที่จะหาหรือหยิบฉวยได้เข่นฆ่าศัตรูของอิสลามและไอเอสให้มากที่สุด “ถ้าหาระเบิดหรือกระสุนปืนไม่ได้ ให้ทุบหัวมันด้วยก้อนหิน หรือฆ่ามันด้วยมีด หรือใช้รถวิ่งบดขยี้ทับมัน หรือโยนมันลงมาจากที่สูง หรือบีบคอมัน หรือวางยาพิษมัน…ถ้าทำอย่างนั้นไม่ได้ ให้เผาบ้าน รถยนต์ หรือธุรกิจของมัน หรือทำลายพืชผลของมัน ถ้ายังทำอย่างนั้นไม่ได้ก็ให้ถ่มน้ำลายใส่หน้ามัน”

แถลงการณ์อันสุดเคียดแค้นนี้มีขึ้นหลังกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีฝรั่งเศสรวมอยู่ด้วย เปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มไอเอสในอิรักและซีเรียไม่นานนัก แม้จะรู้กันดีว่ากลุ่มไอเอสจ้องสังหารหมู่ผู้คนในยุโรปและสหรัฐฯ มานานแล้ว โดยมีเป้าหมายสร้างความหวาดผวาให้ศัตรู ระดมผู้สนับสนุน และปลุกปั่นยุยงให้ประเทศศัตรูแตกแยกแบ่งขั้ว เพื่อให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

หลังอัดนานีแถลงราว 1 เดือน ชายคนหนึ่งก็ขับรถยนต์พุ่งชนทหาร 2 นายในมณฑลควีเบคในแคนาดา ซึ่งปกติปลอดภัยต่อก่อการร้าย ทำให้ทหาร 1 นายเสียชีวิต และพักหลังๆก็เกิดเหตุชาวปาเลสไตน์ใช้รถยนต์พุ่งชนชาวยิวในอิสราเอลและเขตยึดครองของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ถี่ยิบ จนเรียกกันว่า “run–over intifada”

ปรากฏการณ์ “run–over intifada” ส่งผลให้มีการวาดการ์ตูนและแต่งเพลงเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง เรียกร้องให้ใช้รถยนต์เป็นอาวุธโจมตีศัตรู และคำเรียกร้องนี้แพร่จากตะวันออกกลางไปทั่วโลก!

แต่การใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่บดขยี้ฆ่าหมู่ฝูงชนเป็นวิธีการก่อการร้ายที่ไม่เคยมีในยุโรปและสหรัฐฯ แม้เมื่อ 9 ปีก่อน มีเหตุมือระเบิด 2 คนขับรถพุ่งชนด้านหน้าสนามบินเมืองกลาสโกว์ในสกอตแลนด์ และในปี 2556 ชาย 2 คน ขับรถยนต์พุ่งชนทหารออกเวรในกรุงลอนดอน ก่อนแทงเหยื่อเสียชีวิต ส่วนในฝรั่งเศส เหตุคนร้ายขับรถยนต์พุ่งชนผู้คนในเมืองดิฌงและเมืองนองต์ในปี 2557 เจ้าหน้าที่ก็ระบุว่าเป็นฝีมือของคนที่มีความผิดปกติทางจิต


ร่วมเศร้า–นายจอห์น เคอร์รี รมว. ต่างประเทศสหรัฐฯ (ขวา) และนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย (ท่ี 2 จากขวา) ร่วมวางช่อดอกไม้ท่ีหน้าสถานทูตฝรั่งเศสในกรุงมอสโกไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีด้วย
รถบรรทุกท่ีเมืองนีซ (เอพี)

วิวัฒนาการของการก่อการร้ายยุคใหม่ ที่อันตรายที่สุดคือผู้ลงมือเป็น “บุคคล” คนเดียว หรือ “กลุ่มคน” ภายในประเทศนั้นๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจหรือแรงกระตุ้น หรือลอบติดต่อมีสายสัมพันธ์ทางใดทางหนึ่งกับองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ เช่นกลุ่มไอเอส หรืออัล เคดา ผ่านช่องทางสื่อสารลับ โดยเฉพาะทาง “อินเตอร์เน็ต”

ผู้ก่อการร้ายที่โจมตีกรุงปารีส 6 จุด มีผู้เสียชีวิต 130 ศพ เมื่อ 13 พ.ย.ปีที่แล้ว หรือโจมตีสำนักงานนิตยสาร “ชาร์ลี เอบโด” มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ เมื่อต้นปีเดียวกัน หรือโจมตีกรุงบรัสเซลส์ในเบลเยียมเมื่อเดือน มี.ค.ปีนี้ ก็ล้วนติดต่อทำงานเป็นเครือข่ายโยงใยกับกลุ่มไอเอส

ส่วนนายบูห์เลล ผู้ขับรถบรรทุกบดขยี้ฝูงชนที่เมืองนีซ ตำรวจก็จับผู้สมรู้ร่วมคิดแล้วถึง 5 คน และระบุว่ามีการวางแผนกันมานานนับปีก่อนลงมือ ไม่ใช่เป็นคนจิตไม่ปกติลงมือโดยลำพังดังที่ระบุตอนแรก

และ “อาวุธ” ที่ผู้ก่อการร้ายใช้ในยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นอาวุธแบบเก่าๆ เช่น ปืน ระเบิดแสวงเครื่อง ระเบิดติดรถยนต์หรือรถบรรทุก

อีกต่อไป แต่อาจเป็น “อาวุธทางเลือก” อื่นๆ ซึ่งหาได้ง่ายใช้สะดวกตามโอกาสเอื้ออำนวย แต่มีประสิทธิภาพทำลายล้างสูง ฆ่าหมู่ผู้คนให้มากที่สุด สยองขวัญที่สุด โดยไม่สนใจว่าเหยื่อเป็นใคร

การวางยาพิษในอาหาร บ่อน้ำ แม่น้ำ หรือใช้รถบรรทุกแก๊สหรือน้ำมันพุ่งชนฝูงชนจำนวนมาก ไปจนถึงใช้ “โดรน” อากาศยานไร้คนขับหย่อนระเบิดถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฯลฯ ก็อาจเป็นทางเลือกเหล่านั้น

เป็น “วิวัฒนาการก่อการร้าย” ที่ยากป้องกันและน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด!

บวร โทศรีแก้ว

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s