ปฏิบัติการโปแลนด์ (1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05124150759&srcday=2016-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 627

อุษาคเนย์ไม่ไหลกลับ

จิตติมา ผลเสวก

ปฏิบัติการโปแลนด์ (1)

โปแลนด์ ในจินตนาการฉันก็แค่ประเทศหนึ่งในยุโรปกลาง ภาพตึกทรงยุโรปคุ้นตาฉายขึ้นในจอประสาทรับรู้ ผู้คนร่างใหญ่ในชุดมิดชิดกันหนาวกับบรรยากาศทึมเทา และตามมาด้วยภาพสงครามยุคนาซี ค่ายกักกันยิวที่แสนจะน่าขนลุก

เมื่อได้ข่าวว่าจะได้ไปแสดงงานศิลปะแสดงสดที่โปแลนด์ ฉันไม่รีรอที่จะตอบรับในทันใด การได้ไปที่ไหนๆ ในโลกอันยังพอจะโสภาอยู่นี่ถือเป็นโชคอันประเสริฐยิ่งนักแล้ว ครั้นจะไปประเทศเขาทั้งทีก็ต้องทำความรู้จักกันหน่อย ไม่ใช่ว่าไปแบบไม่รู้หน

สาธารณรัฐโปแลนด์ (Republic of Poland) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตยุโรปกลาง เขตแดนด้านตะวันตกติดต่อกับประเทศเยอรมนี ทางใต้ติดสาธารณรัฐเช็กและสโลวาเกีย ด้านตะวันออกชิดยูเครนและเบลารุส ส่วนทางเหนือเป็นทะเลบอลติกกับลิทัวเนีย และแคว้นคาลีนินกราดของรัสเซีย ซึ่งโปแลนด์นั้นเคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย

โปแลนด์มีอายุยาวนานกว่า 1,000 ปีมาแล้ว ยุคแรกมีกษัตริย์ปกครอง เรียกว่าราชวงศ์ เปียสต์ (Piast dynasty) ตอนปลายของคริสต์ศตวรรษที่ 16 ภายใต้ราชวงศ์ยาเกียลลอน (Jagiellonian dynasty) โปแลนด์ร่ำรวยและมีอำนาจมากที่สุดในยุโรป

แต่มีขึ้นก็ย่อมมีลงเป็นธรรมดาโลก หลังจากนั้นไม่นาน โปแลนด์ก็ถูกแบ่งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย ออสเตรีย และราชอาณาจักรปรัสเซีย ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โปแลนด์มีสถานะเป็นราชอาณาจักร และได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2461 หลังสิ้นสุดสงครามโลกภายใต้ยุคสาธารณรัฐที่ 2 (Second Polish Republic) หลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 โปแลนด์กลายเป็นรัฐบริวารที่เป็นคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียตภายใต้สาธารณรัฐประชาชน (People”s Republic of Poland)

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด ขบวนการโซลิดาริตี (Solidarity movement) หรือกรรมกรเสรีลุกขึ้นต่อสู้กับรัฐเพื่อประกาศเสรีภาพ กระทั่งรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของโปแลนด์พ่ายแพ้ในที่สุด หลังจากนั้นจึงมีการก่อตั้งสาธารณรัฐโปแลนด์ที่ 3 (Third Polish Republic) และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในปี พ.ศ. 2540 โปแลนด์เป็นประเทศประชาธิปไตยและเข้าร่วมในสหภาพยุโรปตราบปัจจุบัน

ทั้งหมดนั่นคือ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศโปแลนด์พอสังเขปที่ฉันฉกมาจากอินเตอร์เน็ต แต่โปแลนด์ที่เห็นและเป็นอยู่ตรงหน้าเมื่อบินลัดฟ้ามาถึงสนามบินของเมืองวอซอร์ คือประเทศยุโรปที่เคร่งขรึม พวกเราไม่ได้แวะพักที่กรุงวอซอร์ จึงไม่อาจกล่าวถึงสิ่งใดได้มากกว่าภาพที่วิ่งผ่านริมทางตามความเร็วของรถโดยสารจากสนามบินมาถึงสถานีรถไฟ อันเราจะนั่งต่อไปยังเมืองลูบลิน [Lublin] เป้าหมายแรกที่เราจะมีการแสดงศิลปะแสดงสด หรือ Performance art กัน

ลูบลิน เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของโปแลนด์ ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำวิสตูลาซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของโปแลนด์ เมืองนี้มีประชากรไม่มากนัก เห็นได้ชัดจากความโหวงเหวงของเมือง เพื่อนศิลปินคนขี้เหงาในคณะของเราถึงแก่พึมพำว่าเมืองนี้ช่างเงียบเหงานัก

นั่งรถไฟออกจากกรุงวอซอร์ ประมาณ 2 ทุ่ม เป็นช่วงเวลากลางคืนที่ท้องฟ้าบ้านเราคงครอบคลุมด้วยความมืด ทว่าที่นี่โปแลนด์ท้องฟ้ายังสว่างโร่ กระทั่งเวลาผ่านไป 3 ทุ่ม ฉันจ้องมองท้องฟ้าที่แล่นผ่านหน้าต่างรถไฟ ยังสว่างอย่างกับเพิ่งจะ 6 โมงเย็น แม้จะเหนื่อยกับการเดินทางบนเครื่องบินนาน 10 กว่าชั่วโมง และยังต้องลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขึ้นรถไฟ แต่ความตื่นเต้นแปลกตาก็ทำให้ยังมีแรงสอดส่ายสายตาดูรอบตัว

รถไฟโปแลนด์สมควรแก่การโดยสาร ห้องโดยสารแบ่งเป็นสัดส่วน มีอยู่ 6 ที่นั่ง หันหากัน ด้านบนเป็นที่วางกระเป๋าเนื้อที่มากพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่เลยทีเดียว แต่พวกเราคร้านจะยกกระเป๋าขึ้นวาง จึงต้องนั่งเบียดขาแข็งกับกระเป๋าใบใหญ่ของตัวเอง ในรถไฟมีบริการเครื่องดื่ม น้ำชา กาแฟ น้ำผลไม้ แซนวิชด์และขนม เขาเข็นรถบริการไปตามทาง แต่พวกเราไม่มีใครใช้บริการ เพราะนึกว่าของขาย

รถไฟมาถึงลูบลิน ประมาณ 5 ทุ่ม ท้องฟ้ามืดเป็นกลางคืนสมบูรณ์ อากาศหนาวและเราต่างอ่อนเปลี้ยเพลียแรงอยากซุกบนที่นอนเต็มแก่ แต่วาเดอมาร์ศิลปินโปแลนด์ผู้จัดงานที่มารอรับยังสถานีรถไฟและพาพวกเราไปเช็กอินในโรงแรม ไม่ยอมให้เราพักผ่อนง่ายๆ เขารอรับเราไปยังอพาร์ตเม้นต์ที่พักของแกลลอรี่ ซึ่งมีศิลปินโปแลนด์พำนักอยู่ เพื่อดื่มไวน์และกินข้าวกับต้มยำกุ้ง

ต้มยำกุ้ง ที่ใช้เครื่องต้มยำแห้งจากเมืองไทย ส่งกลิ่นหอมคุ้นจมูกแบบต้มยำไปทั่วห้อง เราขำกันเพราะเพิ่งมาจากเมืองไทย ก็ถูกต้อนรับด้วยอาหารไทยเสียแล้ว ต้มยำกุ้งที่แยกกุ้งออกมาต่างหาก แกะเปลือกกุ้งเข้าปากแล้วซดน้ำตาม ได้อารมณ์แปลกไปอีกแบบ

ตึกเก่าทรงยุโรปในแสงสีเหลืองของดวงไฟชวนมองอย่างประหลาด ยิ่งเมื่อเดินลัดเลาะไปตามซอกตึกแสงสลัว ฉันนึกไปถึงหนังนาซีไล่ล่ายิว นึกถึงตัวละครที่กำลังเดินหนีอย่างหวาดกลัว ไม่รู้ว่าทหารของฮิตเลอร์จะโผล่ออกมาตอนไหน

มันเป็นภาพที่สามารถจินตนาการไปได้ไกล ด้วยว่าโปแลนด์เป็นประเทศที่พัวพันกับยิวและนาซีอย่างแยกไม่ขาด เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่มิอาจลืม แม้จะเลือนในความทรงจำไปบ้างก็ตาม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s