ปฏิบัติการโปแลนด์ (3)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05124150859&srcday=2016-08-15&search=no

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 629

อุษาคเนย์ไม่ไหลกลับ

จิตติมา ผลเสวก

ปฏิบัติการโปแลนด์ (3)

หลังจบการแสดงศิลปะที่เมืองลูบลิน รุ่งขึ้นเราต้องเดินทางกันต่อเพื่อไปแสดงงานศิลปะในเมืองจีโรน่าโกร่า ห่างจากลูบลินไปอีกไกลทีเดียว เราจะนั่งรถไฟโดยสารกินเวลาราว 5 ชั่วโมง โดยมี วาร์เดอมา ศิลปินผู้อำนวยการหอศิลปแห่งลูบลิน ซึ่งเป็นคนจัดงานครั้งนี้นำทางไปด้วย

อาจเป็นด้วยระยะทางจากลูบลินไปจีโรน่าโกร่าค่อนข้างยาว และคงเป็นขบวนรถไฟราคาแพง รถไฟเที่ยวนี้จึงดูโอ่โถงสะดวกสบายกว่าขบวนวอร์ซอ-ลูบลิน เราจับจองได้ที่นั่งซึ่งทำเป็นห้องๆ มี 6 ที่นั่ง นอกจากพวกเรา 5 คน ยังมีผู้โดยสารอื่นอีกคนหนึ่ง ซึ่งเขาง่วนอยู่กับโน้ตบุ๊กบนตักจนแทบจะไม่เงยหน้าขึ้นมองใคร ยกเว้นตอนที่พนักงานเข็นรถเครื่องดื่มกับของว่างเข้ามา เขาจึงละจากงานตรงหน้ามารับกาแฟและแซนด์วิช จากนั้นก็ก้มหน้ากับโน้ตบุ๊กต่อไป ราวกับห้องนี้ไม่มีคนอีก 5 คน อยู่ด้วย พวกเราแอบคุยกันว่า เขาคงจะเป็นนักเขียนนวนิยาย เผลอๆ อาจเขียนเรื่องพวกเราอยู่ก็ได้

คนโปแลนด์คงเดินทางไกลด้วยรถไฟแสนสบายนี้เป็นกิจวัตร จึงหมดความตื่นเต้นกับบรรยากาศและทิวทัศน์ 2 ข้างทาง ต่างกับพวกเราชาวไทยที่นั่งนิ่งอยู่ในโบกี้ไม่นาน ก็ชวนกันออกไปเดินดูโบกี้อื่นๆ และจบลงตรงตู้เสบียง แม้จะไม่อยากเปรียบเทียบกับรถไฟไทย แต่ก็อดไม่ได้เมื่อเห็นตู้เสบียงอันสะอาดสะอ้าน พนักงานสวมเสื้อขาวสะอาดท่าทีสุภาพ เราจึงยึดเอาตู้เสบียงเป็นที่นั่งยาวไปกระทั่งเกือบถึงสถานีเมืองจีโรน่าโกร่า

จีโรน่าโกร่า เป็นเมืองหลักของจังหวัดลูบุช บ้างออกเสียงว่า แชลอนากูรา Zielona G?ra ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของโปแลนด์ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 152,069 คน นับว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับประชากรในหลายจังหวัดของไทย

ด้วยว่าเราใช้เวลาอยู่ที่นี่เพียงแค่ 3 คืน 4 วัน อีกทั้งเป็นช่วงเวลาที่ต้องเตรียมงานแสดง ดังนั้น การที่จะทำความรู้จักกับเมืองนี้จึงมีไม่มากนัก เราพักกัน ชั้น 3 ของแกลลอรี่ที่จัดงานแสดงศิลปะ ซึ่งเขาจัดชั้นบนเป็นที่สำหรับให้ศิลปินพำนักโดยเฉพาะ ประกอบไปด้วย ห้องนอน 3 ห้อง กับห้องน้ำรวม มีครัวเล็กๆ และที่นั่งพูดคุยดื่มกาแฟ ซึ่งครัวเล็กๆ ที่มีเตามีหม้อกับถ้วยชามให้นี่เอง เป็นดังสวรรค์ที่เราโหยหา ด้วยว่าแม้จะจากเมืองไทยมาแค่ไม่กี่วัน แต่เราก็เริ่มเอียนอาหารที่เต็มไปด้วยนมเนย โดยเฉพาะพิซซ่าที่มักจะมาบ่อยครั้ง อีกทั้งเป็นพิซซ่าถาดยักษ์ที่ไม่มีเครื่องปรุงอย่างพริกไทย พริกป่น ให้เราแซ่บปากบ้าง

เมื่อเห็นเตากับเครื่องครัวอื่นๆ พวกเราจึงคิดถึงบะหมี่สำเร็จรูป ที่แต่ละคนติดกระเป๋ากันมา ฉันเองนั้นเป็นจำพวกไม่นิยมบะหมี่ ไม่ว่าจะสายพันธุ์ดั้งเดิมหรือใหม่ล่าสุด ไม่ว่าจะรสเลิศเลอเอาใจลิ้นคนไทยหรือลิ้นเกาหลีญี่ปุ่น แต่ก็อดไม่ได้ที่อยากจะลิ้มรสบะหมี่ในเวลานี้

หลังจากเดินซอกแซกจนรู้จักแหล่งว่า ที่ไหนมีสิ่งใดขายบ้าง ยุทธการตามหาของกินที่จะปรุงอาหารไทยจึงตามมา แกลลอรี่ที่เราพักและแสดงงานอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเดินเล่น ในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยร้านขายของ รวมถึงห้างสรรพสินค้าที่ขายอาหารสด อาหารแห้ง เราจึงจับจ่ายได้พืชผักและเนื้อเพียงพอกับเมนูอาหารไทยที่คิดไว้

น่าจะเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดสำหรับช่วงเวลาที่ได้มาโปแลนด์ เราเชื้อเชิญศิลปินกับเจ้าหน้าที่ในแกลลอรี่มากินอาหารมื้อนี้ด้วยกัน สมพงษ์ ศิลปินและกวีไทยเป็นเชฟใหญ่ในการปรุง เขาแกงเขียวหวานเนื้อด้วยเครื่องแกงซองที่ติดมาจากเมืองไทย ใช้กะทิกระป๋องที่ได้จากห้างสรรพสินค้า มีพริกดอกใหญ่กับมะเขือลูกโต เท่านี้ก็อวลกลิ่นหอมจนกระเพาะร้องโครกคราก นอกจากนี้ ยังมีผัดผักกับเมนูใหม่ที่จับใจชาวบะหมี่ซอง นั่นคือ บะหมี่รสแซ่บใส่สตรอเบอรี่ ไม่น่าเชื่อว่ารสหวานอมเปรี้ยวของสตรอเบอรี่จะเข้ากันดีกับบะหมี่

ที่เมืองลูบลินคนน้อยจนเพื่อนศิลปินของเราที่มาจากบางกอกคนพลุกพล่าน บ่นว่าเมืองนี้เหงาจัง

ครั้นมาถึงจีโรน่าโกร่าผู้คนก็ยังไม่มากมายอะไร แต่คงเพราะเราพักอยู่ในย่านที่ผู้คนจอแจ และเดินออกจากที่พักไม่นานก็ถึงย่านที่ว่านี้ จึงดูว่าเป็นเมืองที่ไม่ใคร่เหงานัก

ย่านกลางเมืองอันเป็นสถานที่เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจและดื่มกิน มีอนุสาวรีย์ที่ฉันชอบตั้งอยู่ เขาเรียกว่า เทพเจ้าแห่งความสำราญ ผมหยิกนัยน์ตาสุกสกาวรื่นเริงราวไม่เคยพานพบทุกข์ หรืออาจจะผ่านทุกข์มาจนถึงระดับที่ทุกข์มิอาจแพ้วพาน นอกจากประติมากรรมขนาดใหญ่แล้ว ยังมีรูปปั้นเทพแห่งความสำราญขนาดเล็กๆ อยู่ตามที่ต่างๆ ช่างน่ารักน่าเอ็นดู เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะสำราญตามไปด้วย

ผ่าน 2 เมือง ในโปแลนด์อย่างเรียกได้ว่าฉาบฉวย ด้วยว่าไม่ได้ไปที่ไหนมากมายด้วยการงานบังคับ เส้นทางมีแค่แกลลอรี่กับถนนรายรอบ แต่ตามที่เห็นคือ ตึกรามบ้านช่องที่สวยงามของเขา สถาปัตยกรรมเก่ายังคงมีให้เห็น ถนนหนทางน่าเดินเล่น ข้ามถนนไม่ต้องเครียดมาก เพราะรถทุกคันจะจอดให้คนข้ามถนน ไม่มีรถเครื่องปาดหน้าปาดหลังให้สะดุ้ง จักรยานก็อยู่ในที่ทางของตัวเอง ไม่ได้ขี่ด้วยท่าทีเรียกร้องว่า นี่ฉันปั่นเพื่อโลกนะ

อ้าว! ตายจริง…นี่ไม่ได้หมายจะเปรียบเทียบกับบางประเทศหรอกนะ แค่เขียนไปตามที่เห็น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s