ปฏิบัติการโปแลนด์ (4)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05124010959&srcday=2016-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 630

อุษาคเนย์ไม่ไหลกลับ

จิตติมา ผลเสวก

ปฏิบัติการโปแลนด์ (4)

มีความรู้สึกรอคอยที่จะได้ไปยังเมืองสุดท้ายของการเยือนโปแลนด์ในครั้งนี้ อาจด้วยเหตุผลว่า 2 สัปดาห์กว่าแล้วที่จากบ้านเกิดเมืองนอนมา ลิ้นไม่ได้สัมผัสรสอาหารคุ้นชินมาหลายมื้อ บางศิลปินที่มีครอบครัวก็เริ่มคิดถึงลูกเมียและสามี อีกประการอาจเป็นเพราะเมืองสุดท้ายที่เราจะไปแสดงงานศิลปะกันนั้น เป็นเมืองชายฝั่งทะเลบอลติก

ทะเลแปลกหน้าที่ไม่เคยสัมผัส

จากเมืองจีโรน่าโกร่านั่งรถไฟไปไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงเมืองกะดั้งส์ หรือบางคนออกเสียงว่า กดัญสก์ (Gdansk) แรกที่ลงจากรถไฟพวกเราต่างรู้สึกพ้องต้องกันว่า เมืองนี้แลดูจะคึกคักกว่าสองเมืองที่ผ่านมา ผู้คนหนาตาเดินกันขวักไขว่ ซึ่งอาจเป็นเพราะกะดั้งส์เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลอันลือชื่อของโปแลนด์นั่นเอง

วาเดอร์ มานำทางพวกเราขึ้นแท็กซี่ไปยังที่พัก เป็นโรงแรมขนาดเล็กติดชายทะเล เราได้พักกันเป็นส่วนตัวคนละห้องทั้งที่เป็นห้องเตียงคู่ เราคุยกันเล่นๆ ว่าสงสัยคนจัดงานเมืองนี้มีงบประมาณเยอะ จากห้องพักฉันมองเห็นหลังคาบ้านเรือนและทะเล ในขณะที่ห้องพักของเพื่อนร่วมทางบางคนเห็นแต่วิวหลังคาเรือน

ด้านหลังของโรงแรมเป็นสวนเล็กๆ และมีที่นั่งเล่น ข้ามถนนไปอีกหน่อยก็จะถึงทะเล แต่เขากลับปิดประตูด้านนี้ หากจะเดินไปทะเลแขกที่มาพักต้องเดินอ้อมไปด้านหน้าที่ติดถนน ฉันไม่รู้เหตุผลและไม่ได้สอบถามเอาความ นึกเดาว่าอาจจะเกี่ยวกับความปลอดภัย หรืออาจเป็นเรื่องทางกฎหมายบ้านเมืองเขา ด้วยว่าประเทศทางยุโรปจะจริงจังกับความปลอดภัยของประชาชนเขาเป็นอันมาก

ในคืนหนึ่งที่ฝนตกและลมพัดแรง ตำรวจถึงกับออกมาห้ามปรามผู้คนออกนอกอาคารที่พัก จำได้ว่าคืนนั้นพวกเรายังไม่ได้กินอาหารเย็น เพราะตั้งใจว่าจะไปกินที่ร้านชายทะเล อีกทั้งโรงแรมเล็กๆ แห่งนี้ ก็ไม่มีอาหารเย็นบริการ วันนั้นเจ้าของโรงแรมซึ่งเป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่ทำทุกอย่างในโรงแรม จึงแก้ปัญหาด้วยการสั่งพิซซ่ามาให้พวกเรากิน นับเป็นพิซซ่าที่อร่อยอีกมื้อหนึ่ง แต่หลังจากนั้นฉันก็หน่ายพิซซ่าและคิดว่าจะเบือนหนีมันไปอีกนับปี

กดัญสก์ (Gdansk) หรือออกเสียงตามลิ้นไทยเราว่า กะดั้งสก์ มีชื่อเดิมว่า ดันซิก (Danzig) ตั้งอยู่บนอ่าวกดัญสก์ ของทะเลบอลติกและปากแม่น้ำมอตลาวา ในตอนเหนือของประเทศโปแลนด์ เป็นเมืองท่าสำคัญที่ใหญ่เป็น อันดับ 4 และยังเป็นเมืองหลักของจังหวัดพอเมอเรเนีย

ก่อนหน้านี้ฉันเคยได้ยินคนที่เคยมาเมืองกะดั้งสก์เล่าว่า เมืองนี้สวยงาม เหมาะต่อการเขียนภาพเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ แต่น้อยคนนักที่จะบอกว่าเมืองนี้เป็นเมืองชายทะเลที่งดงาม อาจเป็นเพราะทะเลบ้านเรานั้นสวยงามจนไม่เห็นทะเลที่ไหนสวยกว่าอีกแล้ว เว้นแต่ว่าไปเจอทะเลที่งดงามสามโลกจริงๆ

จากสายตาที่ฉันได้สัมผัสทะเลบอลติกที่นี่ คนที่เกิดเมืองชายทะเลอ่าวไทยในจังหวัดสงขลาอย่างฉัน ก็ต้องบอกว่าทะเลบอลติกก็สวยแบบงั้นๆ ไม่มีอะไรพิเศษเกินหน้าอ่าวไทย ยิ่งหาดทรายของเขาช่างเหยียบย่ำได้ลำบากนัก ด้วยว่าเนื้อทรายหลวมไม่ละเอียดแน่นอย่างทรายชายทะเลบ้านฉัน ยามเดินจึงชวนล้าแรงยิ่งนัก

เรื่องทะเลอาจสู้บ้านเราไม่ได้ แต่เรื่องราวด้านประวัติศาสตร์ของเขานั้นน่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศตวรรษที่ 20 นั้น กล่าวกันว่า สงครามโลก ครั้งที่ 2 ปะทุขึ้นที่นี่เอง และยังมีเหตุการณ์สำคัญที่อุบัติขึ้นในปี 1980 คือการเกิดขบวนการโซลิดาริตี้ โดยกลุ่มกรรมกรเสรีที่มี เลก วาเลซ่า เป็นผู้นำ สามารถขับไล่ลัทธิคอมมิวนิสต์ออกไปจากยุโรปตะวันออกสำเร็จ

สิ่งที่ดึงดูดใจฉันอย่างยิ่งคือ ย่านเมืองเก่า ซึ่งฉันคิดว่านักท่องเที่ยวที่มาเยือนก็คงชื่นชอบไม่ต่างกัน เมืองเก่าแห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ หลังจากถูกทำลายราบไปในสงครามโลก ไฮไลต์ มีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเมืองตั้งอยู่ในศาลากลางสมัยศตวรรษที่ 14 แต่ที่ฉันตราตรึงคือเรือไวกิ้งลำยักษ์ที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในลำน้ำ ชวนให้นึกถึงนักรบโบราณผู้เก่งกาจ ที่ล่องเรือออกทะเลลึกเพื่อชิงความยิ่งใหญ่

และบัดนี้นักรบทั้งหลายต่างวางดาบ กัปตันเรือวางเข็มทิศลง ทุกอย่างเหลือแค่ตำนานที่อวดโฉมให้ชื่นชม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s