เลาะรั้วเกษตร : ขึ้นทะเบียนสารเคมี..เรื่องที่วนๆไปไม่จบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/254104

281225166

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลเหนือความจริง หลายคนตกเป็นเหยื่อของโซเชียลมีเดีย โดยไม่คาดคิดและไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค ไลน์ อินสตาแกรม ทวีตเตอร์ ข่าวสารแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีการตรวจสอบ กลั่นกรอง ถึงความถูกต้อง ขอแชร์ไปก่อน ผิดถูกค่อยว่ากัน แต่ความเป็นจริงคนเชื่อไปแล้วตั้งแต่ข่าวแรก ข่าวแก้ก็หืดขึ้นคอสำหรับคนที่ถูกกล่าวหา…และยิ่งแก้ดูเหมือนยิ่งต่อความยาวสาวความยืด เพราะมีสื่อบางสายเอาไปต่อยอดได้อีก น่าเห็นใจ….คนที่ตกเป็นข่าว (ลบ) เสียจริง

มหากาพย์สารเคมีตอนล่าสุด คือ เรื่องของการขึ้นทะเบียนสารเคมี ที่บังเอิญมีแหล่งข่าวเอามาเปิดเผยถึงผลการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ที่มีอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเป็นประธาน เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมอนุมัติในหลักการทั้งหมด 50 คำขอ จากคำขอขึ้นทะเบียนสารเคมีทั้งหมดที่เข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการกว่า 4,000 คำขอ และมีการกำหนดไว้ว่าคณะอนุกรรมการจะพิจารณาอนุมัติให้ได้เดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 200-1,000 คำขอ จนกว่าจะครบตามคำขออนุญาตขึ้นทะเบียนสารเคมีที่มีอยู่ในขณะนี้กว่า 4,000 คำขอดังกล่าว

คนเอามาเปิดเผยต้องเป็นคนที่อยู่ในวงการ รู้ขั้นตอนของการขึ้นทะเบียนสารเคมีเป็นอย่างดี อาจจะเล่าแบบตัวเองเข้าใจ แต่คนฟัง ฟังแบบคนนอกวงการ ไม่เข้าใจลึกซึ้ง เวลาเอามาเขียนเป็นข่าวเผยแพร่ก็เขียนแบบเข้าใจเอาเองซึ่งอาจจะคลาดเคลื่อนจากความจริง

ยิ่งประเด็นจับแพะชนแกะ เอาเรื่องของการขึ้นทะเบียนสารเคมี ว่าสวนทางกับนโยบายส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ของพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยิ่งแสดงให้เห็นว่าคนเขียนเข้าใจผิด เพราะ 2 เรื่องนี้ เกี่ยวข้องกันน้อยมาก

เกษตรอินทรีย์ ก็ส่วนเกษตรอินทรีย์ ใครอยากทำก็ทำไป เกษตรอินทรีย์ใช้สารเคมีไม่ได้ ก็ไม่ต้องใช้สารเคมี แต่ไม่ได้หมายความว่าห้ามคนอื่นเขาไม่ให้ใช้สารเคมีไปด้วย การผลิตพืชเพื่อการค้าในปริมาณมากๆ พื้นที่ปลูกเป็นร้อย เป็นพันไร่ ถ้าจะผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์คงต้องลงทุนสูง ถ้าเกิดการระบาดของแมลงศัตรูพืชขึ้นมา สารธรรมชาติคงเอาไม่อยู่ มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียผลผลิต รวมทั้งพืชที่ไม่ใช่อาหาร การปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ก็ไม่จำเป็นเท่าพืชอาหาร

แม้แต่พืชอาหารเอง ในระยะหลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เอง ก็ยังยอมว่า ถ้าอินทรีย์ไม่ได้ (เพราะเกษตรอินทรีย์ไม่ง่ายอย่างที่คิด) ก็เน้นที่ความปลอดภัย พืชปลอดภัย คือใช้สารเคมีได้ แต่ใช้ให้ถูกต้อง และต้องไม่มีพิษตกค้างในผลผลิต ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ส่วนที่ใครจะไปสุ่มเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์แล้วพบว่า มีสารพิษตกค้างอยู่บ้างก็ถือว่าผู้ผลิตไม่ซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค ก็ต้องจัดการตามกฎระเบียบกันไป ส่วนหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ หรือหน่วยงานที่ให้การรับรองอาหารปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น มกอช. กรมวิชาการเกษตร และ อย. ก็ต้องหมั่นตรวจสอบอย่าละเลย อย่าปล่อยให้คนที่ไม่มีหน้าที่สุ่มไปตรวจสอบ แล้วเอามาบอกว่าที่นั่นที่นี่มีผลผลิตที่มีสารพิษตกค้าง มันหักหน้ากันชัดๆ

ย้อนกลับมาเรื่องการขึ้นทะเบียนสารเคมี ที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตร สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ พยายามชี้แจงว่า 50 คำขอที่ว่านั่น เป็นคำขอที่เคยอนุญาตไว้ก่อนแล้ว แต่มีผู้ประกอบการรายอื่นประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนสารชนิดเดียวกัน ที่ประชุมจึงพิจารณาและสรุปว่า 1) รับขึ้นทะเบียน 9 รายการ 2) ชะลอการขึ้นทะเบียน 3 รายการ เนื่องจากผู้ประกอบการนำไปทดลองประสิทธิภาพกับพืชที่ไม่ใช่อาหาร 3) ผ่านความเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนได้ถ้าผ่านการตีความของกฤษฎีกาอีก 36 รายการ และ4) ชะลอการขึ้นทะเบียน 2 รายการ เพราะมีข้อมูลว่าทำให้มีศัตรูพืชระบาดมากขึ้น

ถามว่าเข้าใจคำชี้แจงดังกล่าวไหม ในฐานะคนนอกวงการตอบเลยว่า เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง พร้อมกับมีคำถามเกิดขึ้นตามมามากมาย เพราะไม่ทราบขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียนสารเคมี และขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติ ทางที่ดีกรมวิชาการเกษตรน่าจะทำ ชาร์จ หรือ อินโฟกราฟิก หรือสื่ออื่นใด ที่จะแสดงขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสารเคมี ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติ เหมือนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯทำชาร์จงานตามนโยบายบนกระดาษ A4 แล้วบอกให้ผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ นำไปชี้แจง ลูกน้องให้เข้าใจเพียงแค่ยกกระดาษ A4 เท่านั้น

งานนี้อาจจะยากกว่าการพิจารณาขึ้นทะเบียนสารเคมีอีกนะ..สิบอกไห่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s