นวัตกรรมปลูกผัก ในตู้คอนเทนเนอร์ ควบคุมผ่านระบบคลาวด์ สั่งงานผ่านแอพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0746151059&srcday=2016-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 407

ช่องทางสร้างอาชีพ

ดวงกมล

นวัตกรรมปลูกผัก ในตู้คอนเทนเนอร์ ควบคุมผ่านระบบคลาวด์ สั่งงานผ่านแอพ

“ระบบคลาวด์ จะจำลองแสงแต่ละเฉดสีจากดวงอาทิตย์ในรูปแบบของหลอดไฟแอลอีดี โดยเลือกเฉพาะแสงที่พืชต้องการใช้สังเคราะห์คลอโรฟิลล์ และควบคุมระบบอากาศ ส่วนโปรแกรมที่สั่งงานผ่านแอพจะควบคุมระบบน้ำ ระบบการใส่ปุ๋ย ระบบการเพาะเมล็ด ตู้ดังกล่าวใช้ไฟ 220 โวลต์”

สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำท่วม และภัยธรรมชาติต่างๆ มักเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนผลผลิตทางการเกษตรไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้ปลูก ลำพังเกษตรกรไทยคนเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

EVERGROW คือ แปลงปลูกผักออร์แกนิกในตู้คอนเทนเนอร์ โดยจำลองแสงแดดจากดวงอาทิตย์ในรูปแบบของหลอดไฟ LED ควบคุมอากาศและน้ำด้วยระบบคลาวด์ สั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่น ช่วยให้การปลูกผักขนาดเล็กเป็นเรื่องง่าย สามารถปลูกผักได้สูงสุดครั้งละ 50 ต้น โดยไม่ต้องดูแล รดน้ำ พรวนดิน ทุกอย่างทำงานอัตโนมัติ ข้อมูลจะถูกส่งไปปรากฏยังสมาร์ตโฟน คนที่ปลูกผักไม่เป็นก็สามารถปลูกได้

จำลองธรรมชาติ อยู่ในตู้

ใช้ซอฟต์แวร์สั่งงาน

คุณภุชงค์ วงษ์ทองดี หรือ “อาร์ม” เด็กหนุ่มวัย 26 ปี เจ้าของบริษัท Unixcon จำกัด และเจ้าของนวัตกรรม EVERGROW เครื่องปลูกผักในตู้คอนเทนเนอร์ โดยอาศัยโปรแกรมอัตโนมัติ ผักที่ปลูกได้เป็นผักออร์เเกนิก

ประวัติคุณอาร์ม เจ้าตัวเล่าว่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานบริษัทซอฟต์แวร์แห่งหนึ่งราว 10 ปี กระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ลาออกมารวมตัวกับเพื่อนเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง ซึ่งกลุ่มเพื่อนล้วนอยู่ในแวดวงคนทำเกษตร ฉะนั้น เลยมองเห็นโอกาสในธุรกิจเกษตรหลายอย่าง จึงศึกษาเรื่องตลาด การเพาะปลูก การซื้อ-ขาย และจากการศึกษา ทำให้ยิ่งมองเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจดังกล่าวมากขึ้น

“ตอนเก็บข้อมูลได้เดินทางไปต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ก็พบว่าสภาพภูมิประเทศและพื้นที่ในการเพาะปลูกมีน้อย ประชากรอาศัยในคอนโดฯ เยอะ ราคาผักผลไม้ค่อนข้างแพง ส่วนประเทศไทยเกษตรกรส่วนใหญ่มักพบปัญหาเรื่องสภาพอากาศ และราคาสินค้าที่ควบคุมไม่ได้ ฉะนั้น จึงเกิดโมเดลธุรกิจ EVERGROW ขึ้นมา”

ความตั้งใจของคุณอาร์ม เขาต้องการอุปกรณ์ที่สามารถปลูกผักและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องพึ่งสภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ คนปลูกผักไม่เป็นก็สามารถปลูกได้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ออกมามีรายละเอียดดังนี้

EVERGROW คือ แปลงปลูกผักออร์แกนิกในตู้คอนเทนเนอร์ ขนาด 18 ล้อ ความยาวและความกว้างของตู้ 12.5 X 2.5 เมตร สามารถปลูกผักได้เทียบเท่ากับพื้นที่จริง 1 ไร่ หัวใจสำคัญภายในตู้นี้จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ระบบคลาวด์ และโปรแกรมสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่น

“ระบบคลาวด์ จะจำลองแสงแต่ละเฉดสีจากดวงอาทิตย์ในรูปแบบของหลอดไฟแอลอีดี โดยเลือกเฉพาะแสงที่พืชต้องการใช้สังเคราะห์คลอโรฟิลล์ และควบคุมระบบอากาศ ส่วนโปรแกรมที่สั่งงานผ่านแอพจะควบคุมระบบน้ำ ระบบการใส่ปุ๋ย ระบบการเพาะเมล็ด ตู้ดังกล่าวใช้ไฟ 220 โวลต์”

3 โซน 36 วัน

เก็บกิน เก็บขายได้

สำหรับการใช้งานตู้คอนเทนเนอร์ปลูกผัก คุณอาร์ม บอกว่า ภายในตู้คอนเทนเนอร์จะแบ่งเป็น 3 โซน ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บในฐานข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคนไว้บนคลาวด์

โซนที่ 1 เพาะเมล็ด ผู้ใช้งานต้องการปลูกผักชนิดไหน กดสั่งซื้อที่แอพ dashboade หรือจะซื้อเองนำมาปลูกก็ได้ โดยนำไปหย่อนลงในถาดฟองน้ำ โซนนี้จะใช้ระยะเวลาเพาะเมล็ด 12 วัน

โซนที่ 2 อนุบาลต้นกล้า โซนนี้จะใช้เวลา 12 วัน ในการอนุบาลต้นกล้าให้เจริญเติบโต

โซนที่ 3 พืชเจริญเติบโต ในช่วงเก็บกินได้ โซนนี้ใช้เวลา 12 วัน

รวมทั้ง 3 โซน ใช้เวลาทั้งสิ้น 36 วัน ผักสลัดที่ปลูกจะสามารถเก็บขาย หรือเก็บทานได้ โดยที่ผู้ปลูกไม่ต้องไปดูแล ซึ่ง 1 ตู้คอนเทนเนอร์จะปลูกผักได้รอบละ 1,000 กิโลกรัม ปลูกผักได้เทียบเท่ากับพื้นที่จริง 1 ไร่

“ผมหวังว่า EVERGROW จะเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกผักและผลไม้ ช่วยให้เกษตรกรสามารถปลูกผักได้ทุกฤดู สร้างรายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งโปรดักต์เป็นทั้งฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์เพาะปลูก และซอฟต์แวร์ช่วยให้การปลูกผักง่ายยิ่งขึ้น ลดต้นทุน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค”

สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ตู้ดังกล่าว เจ้าของนวัตกรรม ระบุว่า ผู้ที่ต้องการปลูกผักขายแต่ไม่มีพื้นที่ หรือผู้ทำธุรกิจผักและผลไม้ที่ต้องการผลผลิตในทุกฤดูกาล ซึ่งตู้ดังกล่าวไม่ต้องจ้างคนงานในจำนวนมากเพื่อดูแลผลผลิต เพราะทุกอย่างสามารถดูแลควบคุมการเพาะปลูกผ่านแอพได้ด้วยตัวเอง โมเดลแปลงผักในตู้เหมาะกับธุรกิจโรงแรมที่ต้องการลดต้นทุนในการสั่งซื้อผัก และผู้ที่ต้องการปลูกผักส่งขายต่างประเทศ

ด้านราคาตู้ดังกล่าว คุณอาร์ม บอกว่า ราคา 2.1 ล้านบาท กรณีที่ลูกค้าซื้อตู้ไป มีตลาดแล้ว แนะนำให้กำหนดราคาผักเอง ซึ่งราคาผักสลัดส่วนใหญ่อยู่ที่กิโลกรัมละ 100-140 บาท

อีกทางหนึ่ง ลูกค้าที่ซื้อตู้ไป แต่ยังไม่มีตลาด ทางคุณอาร์มมีตลาดไห้ แบ่งออกเป็น 2 แบบ แบบที่ 1 fix return ทางคุณอาร์มจะเช่าตู้ต่อจากผู้ซื้อตู้ แล้วจ่ายค่าเช่าคืนทุกๆ 2 เดือน ค่าเช่าประมาณ 30,000 บาท 5-6 ปี คืนทุน สัญญา 10 ปี แบบที่ 2 profit share ทางคุณอาร์มจะเลือกปลูกผักที่มีมูลค่าสูง แล้วจะหักเปอร์เซ็นต์จากราคาขาย เป็นการเสี่ยงร่วมกันกับเจ้าของตู้

ตู้ปลูกผักดังกล่าว เปิดตัวได้ไม่นาน คุณอาร์ม กล่าวว่า ขายตู้ได้แล้ว 2 ตู้ สำหรับแผนธุรกิจในอนาคต คือ พยายามหาตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง ประเทศที่ไม่สามารถปลูกพืชได้ และหวังว่านวัตกรรมนี้จะตอบโจทย์ธุรกิจเกษตรให้เป็นเรื่องง่าย และฉลาดมากขึ้น เพราะสามารถลดอัตราการจ้างงานและการผิดพลาดในการดูแลรักษาผักผลไม้

“เราหวังว่า แพลตฟอร์ม EVERGROW จะทำให้การปลูกผักเป็นเรื่องง่าย อยากปลูกอะไรก็สามารถปลูกได้ ไม่ง้อสภาพอากาศ และความสามารถเฉพาะตัว หวังว่าจะตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s