“อภิวรรษ สุขพ่วง” เกษตรกรรุ่นใหม่ หัวใจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0721151159&srcday=2016-11-15&search=no

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 409

เพียงพอเพื่อพ่อ

อันติกา

“อภิวรรษ สุขพ่วง” เกษตรกรรุ่นใหม่ หัวใจพอเพียง

พื้นที่ 25 ไร่ ในตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ที่เคยแห้งแล้ง ขาดน้ำ ดินเสื่อมโทรม บัดนี้เขียวชอุ่มด้วยพืชพรรณนานาชนิด

กับการฟื้นฟูพื้นที่แห่งนี้ เกิดจากหนึ่งสมองและสองมือของเด็กหนุ่ม วัยเพียง 28 ปี คุณอภิวรรษ สุขพ่วง ผู้เลือกเส้นทางชีวิตกับอาชีพ “เกษตรกรรม”

เดินออกนอกกรอบ

ทดสอบเส้นทางเกษตร

ก่อนหน้านี้ทิศทางชีวิตของคุณอภิวรรษ เป็นเฉกเช่นคนอื่นๆ เรียนหนังสือ จบปริญญา แล้วก็หางานทำ ใช้ชีวิตอยู่ในระบบลูกจ้าง

แต่ทว่าเขาคิดได้เร็ว โดยมองเพื่อนร่วมโลก แล้วเห็นว่า ทำไมกรอบชีวิตจึงเป็นเช่นเดียวกันหมด ทำงาน หาเงิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ บำรุงความสุขทางกาย จนสุดท้ายก็กลายเป็นหนี้สินซึ่งกว่าจะใช้หมดบางคนอาจก้าวสู่วัยเกษียณ

แล้วเราจะเป็นเช่นนี้อีกคนหรือ?

คุณอภิวรรษ ตัดสินใจจบเส้นทางชีวิตมนุษย์เงินเดือนไว้ที่ครึ่งปี เก็บกระเป๋ามุ่งหน้าสู่บ้านเกิด และเมื่อกลับมาเขาไม่ต้องการให้ตำแหน่ง “คนตกงาน” กลายเป็นภาระของพ่อแม่ แต่จะขอแบ่งเบาภาระ

แม้รู้เห็นว่าพื้นดินแห้งแล้ง ทำกินลำบาก แต่คุณอภิวรรษ เลือกเดินหน้าสู่อาชีพเกษตรกรรม ด้วยเพราะคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง”

จากการศึกษาแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงมุ่งมั่นเดินตามรอยพ่อ ก่อเกิด “ไร่สุขพ่วง”

“ต้นทุนที่ผมมีอยู่คือพื้นที่ทำกิน แต่ปัญหาคือ แห้งแล้ง ไม่มีระบบชลประทาน ดินเสื่อมโทรม นั่นหมายถึงไม่เหมาะกับการทำเกษตร แต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ ผมพยายามเดินทางไปศึกษาหาความรู้จากหลายๆ แห่ง กระทั่งได้พบกับแนวคิดของพระองค์ท่าน”

เดินตามรอยพ่อ

เปลี่ยนแล้ง เป็นชอุ่ม

“พื้นที่ที่ไม่มีน้ำ พระองค์ท่านสามารถสร้างให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ด้วยการปรับภูมิ ขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี ซึ่งผมใช้พื้นที่ส่วนนี้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ แล้วเติมประโยชน์ลงในบ่อน้ำ ด้วยการปลูกพืชน้ำ เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด โดยหวังประโยชน์จากผลพลอยได้มิใช่การฆ่า อย่างมูลของเป็ดเป็นปุ๋ย น้ำที่เลี้ยงปลาดุกก็นำไปหมัก”

ด้วยเพราะเป็นคนรุ่นใหม่จึงไม่เชื่ออะไรง่ายๆ แต่ทว่ากับการลงมือเดินตามรอยพ่อ ทำให้เกิดความศรัทธาในผลที่ได้รับ

“แรกๆ กลัวจะสูญเสียพื้นที่ทำกินไปกับการสร้างบ่อน้ำ แต่เมื่อได้ปฏิบัติ ผมศรัทธา เรียกว่ายอมศิโรราบในคำสอนของพระองค์ท่าน พื้นที่ที่เคยแห้งแล้ง มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี”

คุณอภิวรรษ เริ่มเดินตามรอยพ่อต่อ โดยการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้พื้นที่ สร้างป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ปลูกข้าว นำดินมาปั้นเป็นคันนาสูง ปลูกพืชผักรอบคันนา นอกจากจะให้ผลผลิตแล้ว ยังช่วยรับมือกับภัยพิบัติ ทั้งด้านภัยแล้ง และน้ำท่วม

ทั้งนี้กับพืชผลที่ได้นำมาเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปจำหน่าย จึงทำให้การปลูกไม่จำเป็นต้องมีจำนวนมาก แต่สามารถสร้างรายได้ให้อย่างเพียงพอ

“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สอนเรื่องการพัฒนาตนเอง พัฒนาจิตใจ รู้เท่าทันตัวเอง นั่นคือเรื่องของความพอประมาณ เราจะทำอะไรต้องรู้ศักยภาพของตนเอง และต้องรู้ด้วยว่า ทำไปทำไม ทำเพื่ออะไร ซึ่งพระองค์ท่านตรัสเสมอว่าจะทำอะไรต้องเป็นขั้นเป็นตอน อยู่บนพื้นฐานของความไม่โลภ ไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น”

เดินสู่บันได 9 ขั้น

พอเพียง และก้าวหน้า

บันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง คือสิ่งที่คุณอภิวรรษน้อมนำมาใช้เปรียบประดุจเข็มทิศให้ได้เดินตามไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน

“บันไดขั้นที่ 1-4 ถือเป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน คือ ขั้นที่ 1 ทำให้พอกิน ขั้นที่ 2 พอใช้ เป็นเรื่องของเครื่องมือเครื่องใช้ ปัจจัยในการทำอาชีพของตนเอง เช่น เป็นเกษตรกรก็ต้องทำปุ๋ยทำฮอร์โมนใช้เอง รวมไปถึงเครื่องอุปโภค สบู่ แชมพู เพื่อลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ขั้นที่ 3 พออยู่ คือมีพื้นที่เป็นของตนเอง ขั้นที่ 4 พอร่มเย็น สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี อย่าง การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ต่อเมื่อทำสำเร็จแล้วก็มาสู่บันไดขั้นที่ 5-9 กับเศรษฐกิจขั้นก้าวหน้า”

สำหรับบันไดขั้นที่ 5 ทำบุญ “ซึ่งธรรมะกับการสร้างบุญเป็นเรื่องสำคัญ ก่อเกิดการพัฒนาตนเอง ช่วยในด้านจิตใจ ซึ่งถ้าไม่มีข้อนี้อาจกลายเป็นคนรวยที่พร้อมจะเลว”

บันไดขั้นที่ 6 การให้ทาน รู้จักแบ่งปัน ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของอาหาร ทรัพย์ องค์ความรู้

บันไดขั้นที่ 7 เก็บรักษา ทั้งด้านภูมิปัญญา ความรู้ ประสบการณ์

บันไดขั้นที่ 8 การทำตลาด “ด้วยเพราะผมเป็นคนรุ่นใหม่ จึงใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง บวกกับ เศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์ ใส่เรื่องราวใส่คุณค่าลงในผลิตภัณฑ์ นั่นจึงทำให้เราสามารถทำน้อยได้มาก ตามที่พระองค์ท่านทรงบอกว่าให้ทำแบบคนจน คือไม่ต้องทำมาก แต่ได้มูลค่ามาก ด้วยการแปรรูป หากลุ่มลูกค้าที่เข้าใจ มีการนำเทคโนโลยี สื่อสารสนเทศมาใช้ เพื่อให้ทันต่อยุคสมัย”

บันไดขั้นที่ 9 สร้างเครือข่าย เผยแพร่องค์ความรู้สู่ผู้อื่น ซึ่งไร่สุขพ่วงได้เปิดเป็น “ศูนย์การเรียนรู้อินทรีย์วิถีไทย” (Earth Safe) โดยนำประสบการณ์ ความสำเร็จทั้งหมด ถ่ายทอดสู่ผู้อื่น โดยปัจจุบันมีผู้เดินทางไปเรียนรู้ และนำมาปรับใช้ ปีหนึ่งจำนวนมาก

“ถ้ารู้แล้วไม่ถ่ายทอดก็จะกลายเป็นคนโลภและเห็นแก่ตัว ไร่สุขพ่วงเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ ดูงาน ซึ่งผู้ที่เดินทางมาก็จะกลายเป็นเครือข่าย มีการเชื่อมโยง แบ่งปัน แลกเปลี่ยน สร้างระบบเศรษฐกิจชุมชน เกิดการรวมกลุ่ม เครือข่ายก็จะมีความเข้มแข็ง เกิดอำนาจในการต่อรองได้”

ทำน้อย มูลค่ามาก

ได้ แล้วต้องรู้จัก ให้

คุณอภิวรรษ ยังกล่าวต่อถึงความรู้สึกกับโอกาสการเป็นผู้ให้ “สิ่งที่ผมภาคภูมิใจ คือคนที่เข้ามาเรียนรู้งานกับไร่สุขพ่วง สามารถนำไปสร้างอาชีพของตัวเองได้ แม้บางคนอยู่ในเมือง มีพื้นที่น้อย ก็สามารถสร้างรายได้ด้วยการปลูกผักในตะกร้า

ผมบอกกับผู้เรียนเสมอว่า ที่ไหนมีแสงสว่างส่องถึง ที่นั่นสร้างอาหารได้หมด และประเทศไทยคือความอุดมสมบูรณ์มีแสงส่องสว่างทั้งปี พืชผลที่ปลูกได้น้อย จะให้ได้มูลค่ามาก เราก็สอนให้แปรรูป แม้ทำงานประจำอยู่ก็สามารถสร้างอาชีพเสริมนี้ได้”

กับการเดินตามรอยพ่อมาจนถึงวันนี้ คุณอภิวรรษเชื่อว่าเป็นหนทางแห่งความยั่งยืน เสมือนการได้ย้อนกลับไปสู่วิถีของคนรุ่นก่อนเก่า ที่สามารถสร้างอาชีพ ปลูกข้าว ปลูกผัก มีกินมีใช้ไม่ขัดสน ความสุขเกิดขึ้นในบ้านในพื้นที่เล็กๆ ของตนเอง

“ผมมาถึงวันนี้ได้เพราะพระองค์ท่านทรงบอกทรงสอน ท่านสอนให้รู้ว่าเกิดมาเป็นมนุษย์ครั้งหนึ่งควรใช้ชีวิตอย่างไรที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ ถ้าไม่มีคำสอนของพระองค์ท่าน ผมคงเป็นเด็กที่ทำอะไรไม่เป็น วันนี้พระองค์ท่านไม่อยู่แล้วครับ นี่คือการสูญเสียผู้ที่มีบุญคุณอันยิ่งใหญ่ในชีวิต

จากนี้ผมตั้งใจจะทำงานให้หนักกว่าเดิม รับไม้ต่อจากพระองค์ท่าน สานงานต่อ พร้อมกับส่งต่อให้ผู้อื่น ด้วยเพราะคนที่เกิดในยุคหลังๆ ไม่ได้สัมผัสแบบผมแล้ว เราต้องทำหน้าที่แทนพระองค์ท่าน นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทยหันมาสนใจอีกครั้ง

กับช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้ หากมองอีกมุมหนึ่งถือเป็นเวลาสร้างประโยชน์ต่อคนในประเทศ “ตั้งแต่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต มีผู้สนใจเดินทางเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตที่ไร่สุขพ่วงทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ ตัวเลขผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเมือง นำพาครอบครัวมาเรียนรู้การอยู่ตามแนวทางของพระองค์ท่าน

ผมถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ทุกภาคีเครือข่ายต้องร่วมด้วยช่วยกัน ให้คนหันมาให้ความสำคัญกับแนวคิดของพระองค์ท่าน ซึ่งเวลาที่ผมถ่ายทอดความรู้ก็จะสอดแทรกสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้เห็นหนทางออก ด้วยเพราะโลกทุกวันนี้เดินมาถึงทางตันแล้ว ทรัพยากรในโลกเริ่มหมดลง พระองค์ท่านทรงสอนให้กลับไปใช้ของเก่า กลับไปสู่วิถีชีวิตแบบคนไทยสมัยก่อน ซึ่งแม้พระองค์ท่านไม่อยู่ แต่ว่า หลักแนวคิดของพระองค์ท่านยังคงเป็นที่พึ่งได้เสมอ”

“ผมจึงตั้งมั่นจะเดินตามรอยพ่อไปตราบจนกว่าจะสิ้นลมหายใจครับ”

ไร่สุขพ่วง ตั้งอยู่ เลขที่ 107 หมู่ 10 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี 70150 โทรศัพท์ (089) 379-8950 http://www.facebook.com/raisukphang

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s