เลาะรั้วเกษตร : สารเคมีกำจัดศัตรูพืชจำเป็นไหม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266336

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

281225166

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย จัดเสวนาหัวข้อ “การเกษตรไทย….ต้องพึ่งพาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจริงหรือ” หยิบประเด็นนี้มาเสวนาก็ต้องทำใจว่ามีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย อยู่ที่เหตุผลของฝ่ายไหนจะน่าเชื่อถือกว่ากัน

อันที่จริงประเด็นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช เป็นประเด็นขัดแย้งในวงการเกษตรมานานแสนนาน และไม่มีท่าทีว่าจะหาข้อยุติกันได้ ฝ่ายค้านก็ค้านไปหัวชนฝา ค้านทั้งที่รู้ดีว่าอย่างไรเสียการปลูกพืชส่วนใหญ่เขาก็ใช้สารเคมีกันแน่ๆ ถ้าจะค้านก็ค้านอย่าให้เขาใช้กันแบบผิดๆ ใช้กันแบบไม่สนใจความปลอดภัยของผู้บริโภค…อย่างนั้นน่ะน่าค้าน แต่ถ้าค้านแบบไม่ให้ใช้ ก็ดูจะไม่มีเหตุผลไปหน่อยดูข้อมูลที่สมาคมวิทยาการวัชพืชนำมาเผยแพร่กันหน่อย…..

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพื้นที่ทำการเกษตร 149 ล้านไร่ ในจำนวนนี้มีการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ หรือเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมีเพียง 3 แสนไร่ หรือไม่ถึง 0.1% ในขณะที่พื้นที่ที่เหลืออีก 148.7 ล้านไร่ หรือกว่า 99% มีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ในเมื่อประเทศไทยไม่สามารถผลิตสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชขึ้นมาใช้เองได้ ก็ต้องมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ และไม่ใช่เพิ่งจะมีการนำเข้ามาแต่นำเข้ามากว่า 40 ปีมาแล้ว

สถิติการนำเข้าสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ระหว่างปี 2520-2559 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2520 ปริมาณนำเข้าทั้งหมด 6,811 ตัน และเพิ่มขึ้นเป็น 154,568 ตัน ในปี 2559 ระยะเวลา 40 ปี เพิ่มขึ้น 22 เท่า แต่ถึงกระนั้นปริมาณสารเคมีที่เกษตรกรไทยใช้ยังน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ประเทศเกษตรกรรมเสียด้วยซ้ำ เพราะจากข้อมูลระบุว่าประเทศที่ใช้สารเคมีมากกว่าไทยคือ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้

กลับมาที่การเสวนาเรื่อง “การเกษตรไทย….ต้องพึ่งพาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจริงหรือ” ซึ่งสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย ได้สรุปสาระสำคัญจากการเสวนาในวันนั้นเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะขอนำบางตอนของบทสรุปดังกล่าวมาไว้ในเลาะรั้วเกษตรวันนี้ โดยเฉพาะประเด็นที่มีการขอให้ ยกเลิก หรือ แบนสารเคมีบางชนิด

เกษตรกรไม่เห็นด้วยว่าจะต้องยกเลิกสารเคมีกำจัดศัตรูพืชบางชนิด เช่น พาราควอท และเมทโทมิล เพียงเพราะมีคนเอาสาร 2 ชนิดนี้ไปดื่มฆ่าตัวตาย เพราะแม้จะไม่มีสารเคมี 2 ชนิดนี้คนที่ประสงค์จะฆ่าตัวตายก็คงหาสารชนิดอื่น หรือวิธีการอื่นในการฆ่าตัวตายอยู่ดี ส่วนที่ให้ยกเลิกสารไกลโฟเสท ว่าเป็นสารก่อมะเร็งนั้น ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าสารดังกล่าวเป็นสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้สารไกลโฟเสทยังมีการใช้กันอยู่ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และสหภาพยุโรป

การจะยกเลิกสารเคมีชนิดใดสักชนิดหนึ่ง ไม่ใช่มีคนจำนวนไม่กี่คนบอกไม่เห็นด้วยแล้วจะยกเลิกได้ ต้องมีการเฝ้าระวัง มีการประเมินความเสี่ยง รวมทั้งการประเมินประโยชน์ และโทษ ถ้าใช้แล้วมีความเสี่ยง ใช้แล้วมีโทษมากกว่าประโยชน์ แบบนี้ละสมควรยกเลิก

มีข้อมูลระบุว่า การจะผลิตสารเคมีขึ้นมาใช้กำจัดศัตรูพืชสักชนิดหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องผ่านการคัดเลือกจากโมเลกุลนับแสนๆ ตัว เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย ใช้เวลาวิจัยนับสิบปี ต้องวิจัยในเรื่องต่างๆ นับร้อยเรื่อง และใช้งบประมาณในการวิจัยหลายพันล้านบาท

ฝ่ายผู้ส่งออกผักผลไม้และสินค้าเกษตร ก็บอกว่าอยากจะส่งออกพืชอินทรีย์เหมือนกัน แต่ปริมาณที่ผลิตได้มีไม่เพียงพอ ยิ่งไปกว่านั้นบางปีพื้นที่เพาะปลูกพืชอินทรีย์ก็ลดลงเพราะการผลิตในระบบอินทรีย์ต้องใช้แรงงานในการดูแลอย่างใกล้ชิด แมลงศัตรูพืชก็มาก โดยเฉพาะพืชผัก…ไม่ใช่ง่ายเหมือนปากพูด….

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ไม่ได้จะเชียร์สารเคมีแต่ฝ่ายเดียว แต่เชียร์ทั้งเคมี และอินทรีย์ ให้เกษตรกรเป็นคนเลือกที่จะผลิตในระบบใด ถ้าจะใช้เคมีก็ขอให้ใช้อย่างถูกต้อง คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ถ้าจะใช้อินทรีย์ ก็ขอให้ใจกว้างสำหรับคนที่เขาเลือกเคมีด้วย เพื่อจะได้อยู่กันอย่างเข้าใจและเห็นใจกัน

แว่นขยาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s