ภาษีหุ้นชินคอร์ปตามหลอน นช.แม้วก็แค่ดิ้นยื้อเวลาหนีกรรม?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/262888

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

พฤติการณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก ส่อธาตุแท้พูดอย่างทำอย่างเอาแต่ได้ โดยที่ผ่านมา
เวลาศาลหรือองค์กรอิสระตัดสินคดีที่เป็นคุณต่อตัวเองก็ยอมรับชื่นชมในความยุติธรรม แต่พอตัดสินไม่สนองความต้องการของตัวเอง ก็ออกมาโวยวายกล่าวหาโจมตีอ้างว่าสองมาตรฐาน และบางครั้งลามปามถึงขนาดให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทย แต่พอต้องการพึ่งกระบวนการยุติธรรมกลับตั้งทนายเที่ยวฟ้องใครต่อใครทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นนักโทษหนีคุกคดีทุจริต

อย่างล่าสุดหลังจากที่กรมสรรพากร นำใบประเมินภาษีการขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่นเพื่อเรียกเก็บจาก นายทักษิณ เป็นเงิน 17,629 ล้านบาท ไปติดไว้หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้าอย่างเป็นทางการก่อนที่คดีเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปจะหมดอายุความในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ ปรากฏว่า นายทักษิณ เต้นเป็นเจ้าเข้าตั้งทีมทนายชุดใหญ่อันประกอบด้วย แกนนำพรรคเพื่อไทย ขึ้นต่อสู้และเตรียมฟ้อง
กลับรัฐบาลและกรมสรรพากรฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา

นายนพดล ปัทมะ ทนายหน้าหอของนายทักษิณ แถลงโต้ทันควันว่าเตรียมยื่นอุทธรณ์แน่นอน โดยประเด็นสำคัญที่ นายนพดล อ้างก็คือเรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ปจบไปแล้วและย้ำว่าเป็นการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

ความจริงข้ออ้างแบบตะแบงข้างๆคูๆของคนตระกูลชินและพวกนั้นมีการชี้แจงเปิดโปงจากหลายฝ่ายผ่านสื่อจนกระจ่างชัดเจนมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังมีพยายามดิ้นส่อเจตนายื้อเกมซื้อเวลาแบบเอาสีข้างเข้าถู

แต่เพื่อให้สาธารณชนไม่ถูกหลอกจนสับสนไปกับข้อมูลที่ส่อเจตนาบิดเบือนจึงทบทวนข้อเท็จจริงอีกครั้งว่า การประเมินภาษีหุ้นชินคอร์ปที่กรมสรรพากร เรียกเก็บจาก นายทักษิณ ครั้งล่าสุด 17,629 ล้านบาท นั้นไม่เกี่ยวกับกรณีที่มีการนำหุ้นชินคอร์ปขายให้กับกองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตามกฎหมายหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ต้องเสียภาษี

การประเมินเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปจากนายทักษิณครั้งล่าสุดเป็นการประเมินจากการขายหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณในคราบของบริษัทแอมเพิลริชให้กับบุตรทั้งสอง คือ นายพานทองแท้ ชินวัตร และน.ส.พินทองธา ชินวัตร คนละ 164,600,000 หุ้น ในราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ทั้งๆ ที่ราคาในตลาดสูงถึงหุ้นละ 49.25 บาท ซึ่งเป็นการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ ก่อนที่นายพานทองแท้และน.ส.พินทองทา จะนำหุ้นทั้งหมดไปขายให้กับกองทุนเทมาเส็กในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งส่วนต่างผลประโยชน์จากการขายหุ้นบริษัทแอมเพิลริชซึ่งที่จริงเป็นของนายทักษิณที่ทำทีเป็นขายให้กับบุตรทั้งสองที่เป็นนอมินี ถึงหุ้นละ 48.25 บาท จากหุ้นที่บุตรของนายทักษิณทั้งสองถือครองทั้งหมดรวมกัน 328,000,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเป็นเงิน 15,866,272,594 บาท และเมื่อคำนวณหักค่าลดหย่อนต่างๆ รวมทั้งเบี้ยปรับเงินเพิ่มทั้งหลายเป็นระยะเวลาหลายปีตามกรรมวิธีการคำนวณภาษีอากรทำให้ยอดภาษีที่ต้องชำระรวมเป็นเงิน 17,629,585,191 บาท

หลายคนอาจงงว่าบริษัทแอมเพิลริชโผล่มาได้ยังไงและเกี่ยวข้องอะไรด้วยคงต้องเท้าความเดิมอีกครั้งเพราะเบื้องหลังเกิดจากการเล่นแร่แปรธาตุซุกหุ้นของนายทักษิณที่สุดยอกย้อนส่อพฤติการณ์เจ้าเล่ห์เพื่อเลี่ยงจ่ายภาษีเข้ารัฐมูลค่ามหาศาล โดยก่อนที่จะมีการขายหุ้นลอตใหญ่มูลค่ามหาศาล 73,000 ล้านบาท ให้กับกองทุนเทมาเส็ก นายทักษิณ โดยการปรึกษากับนักบัญชีชื่อดังจอมเจ้าเล่ห์รายหนึ่ง วางแผนเล่นแร่แปรธาตุส่อเจตนาเลี่ยงการจ่ายภาษีหุ้นชินคอร์ปมูลค่ามหาศาล โดยมีการไป
จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแอมเพิลริชที่เกาะฟอกเงินบริติชเวอร์จิ้น แล้วโอนหุ้นชินคอร์ป ไปยังบริษัทแอมเพิลริช จากนั้น นายทักษิณ ขายหุ้นชินคอร์ปในคราบบริษัทแอมเพิลริชให้บุตรทั้งสองคือ นายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา อีกทอดหนึ่ง ทั้งๆที่ทั้งสองก็เป็นกรรมการบริหารของบริษัทแอมเพิชริช ในราคาหุ้นละแค่ 1 บาทขณะที่ราคาในตลาดหุ้นละ 49.25 บาทโดยเป็นการซื้อขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ ก่อนที่จะมีการขายหุ้นชินคอร์ปลอตใหญ่ให้กับกองทุนเทมาเส็กในตลาดหลักทรัพย์

ความจริงแล้วคดีการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปเป็นรายได้ให้แผ่นดินกำลังจะเหมือนอ้อยเข้าปากช้างอยู่แล้วเมื่อคดีจะหมดอายุความ 10 ปีในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ แต่อาจจะด้วยกรรมทำให้มีหลายฝ่ายออกมากระทุ้งจนกรมสรรพากรจำต้องมีการประเมินเรียกเก็บภาษีจาก นายทักษิณ ช่วง 3 วันสุดท้ายก่อนคดีจะหมดอายุความ นั่นหมายความว่าเงื่อนไขเรื่องอายุความหมดไปและต้องเริ่มกระบวนการเรียกเก็บภาษีนับหนึ่งใหม่ ซึ่งจากนี้ไปหาก นายทักษิณ ยื่นอุทธรณ์ทุกอย่างก็จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและจบลงที่ศาล

คดีภาษีหุ้นชินคอร์ปยืดเยื้อมานานเกือบ 10 ปี โดยซ่อนเบื้องหลังทั้งที่ส่อเจตนาซุกหุ้นเล่นแร่แปรธาตุเพื่อเลี่ยงภาษีมูลค่ามหาศาลที่ควรเป็นรายได้เข้ารัฐ ขณะเดียวกัน มีการใช้อำนาจรัฐยุครัฐบาลเพื่อแม้วพยายามที่จะปิดคดีนี้ด้วยวิธีการฉ้อฉล

แต่ในที่สุดเงินของแผ่นดินตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ กรรมคดีภาษีหุ้นชินคอร์ปกำลังตามหลอนนายทักษิณที่พยายามดิ้นซื้อเวลาออกไปให้นานที่สุด ซึ่งผลการตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลภาษีอากรก่อนหน้านี้น่าจะเป็นบรรทัดฐานชี้อนาคตคดีนี้ได้ดีว่าจะจบลงอย่างไร

ทีมข่าวการเมือง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s