เพื่อแม้วส่อตีรวนล้มปรองดอง ซ่อนเป้าหมายต่อรองนิรโทษสุดซอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/262490

วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

ทั้งๆ ที่ขบวนการสร้างความปรองดองที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นเจ้าภาพและมุ่งให้สำเร็จเสียทีหลังชาติบ้านเมืองบอบช้ำอย่างหนักจากกับดักแห่งวิกฤติความแตกแยกในชาติที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี โดยเชิญบรรดาตัวแทนพรรคการเมืองและกลุ่มพลังคู่ขัดแย้งทุกสีร่วมเสนอแนะแสดงความเห็นแนวทางสร้างความสมานฉันท์ซึ่งทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปด้วยดีใกล้จะถึงบทสรุปแต่ล่าสุดแกนนำพรรคเพื่อแม้วกลับออกมาตั้งแง่ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลางทำหน้าที่เจ้าภาพหาแนวทางสร้างความปรองดองแทนคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.)

ล่าสุด นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อแม้ว ออกมาให้ความเห็นซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของ นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อแม้ว ก่อนหน้านี้ที่ให้ตั้งคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลางมาเป็นเจ้าภาพสร้างความปรองดองแทน ป.ย.ป. โดยนายจาตุรนต์ อ้างว่ากระบวนการสร้างความปรองดองของป.ย.ป.มีแนวโน้มล้มเหลวเพราะขาดการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เป็นกลางเพื่อหาทางออกให้ประเทศอย่างแท้จริง

“เมื่อกระบวนการล้มเหลวก็น่าเป็นห่วงว่าในอนาคตสังคมไทยก็จะเผชิญกับความขัดแย้งและไม่สามารถพัฒนาไปอย่างราบรื่นได้อีก กลายเป็นปัญหาอย่างเดิมหรือหนักกว่าเดิม…..ถ้าสัญญาประชาคมที่จะทำกันต่อไปนี้กลายเป็นเรื่องที่บิดเบือนความจริง ไม่มีสาระเป็นแก่นสารป่วยการที่จะไปรับปากอะไรด้วย ถึงเวลานั้นก็คงต้องพูดกันตรงๆ จะให้เออออห่อหมกอะไรที่ไม่ใช่ทางออกของบ้านเมืองคงไม่ได้”

ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อแม้วเคยออกแถลงการณ์คัดค้านขบวนการสร้างความปรองดองที่คสช.เป็นเจ้าภาพโดยอ้างว่าเพราะคสช.เป็นคู่ขัดแย้งสำคัญของความแตกแยก

ขณะที่ตัวแทนแกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่ก่อนหน้านี้ร่วมให้ข้อเสนอแนะแนวทางสร้างความปรองดองซึ่งจัดขึ้นที่กระทรวงกลาโหม ได้เสนอความเห็นหลายข้อ ซึ่งหนึ่งในข้อเสนอของแกนนำกลุ่มเสื้อแดงถึงกับเรียกร้องให้คสช.ยกเลิกการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวรวมทั้งคำสั่งประกาศของคสช.ทั้งหมดที่ออกภายหลังการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการตั้งแง่ตีรวนเพราะเป็นเงื่อนไขซึ่งเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาคสช.ประกาศใช้มาตรา 44 และคำสั่งต่างๆ จำนวนมากซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วเพื่อปฏิรูปและจัดระเบียบประเทศ อาทิ การช่วยเหลือชาวนาทั่วประเทศที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าวที่ค้างจ่ายมาตั้งแต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด

ความจริงเรื่องข้อเรียกร้องให้ตั้งองค์กรที่อิสระเป็นกลางเพื่อหาแนวทางสร้างความปรองดองของขบวนการเพื่อแม้วนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งในอดีตหลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็มีการตั้งคณะกรรมการซึ่งเป็นที่ยอมรับในลักษณะนี้มาแล้วหลายชุดโดยทำการศึกษาและระดมข้อเสนอแนะจากคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายรวมทั้งผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาอาชีพมานานนับปีจนได้ข้อสรุปเป็นแนวทางสร้างความปรองดองฉบับสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นสถาบันพระปกเกล้าฯ หรือคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.)ที่มี ดร.คณิต ณ นคร เป็นประธาน โดย คอป.เคยส่งรายงานผลสรุปการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กลับทิ้งลงตะกร้าอย่างไม่ให้ความสำคัญ ทั้งนี้เพราะผลสรุปการศึกษาของ คอป. ไม่ตอบสนองความต้องการของนายใหญ่ขบวนการเพื่อแม้วที่ต้องการให้มีการนิรโทษกรรมแบบสุดซอยเพื่อให้ตัวเองกลับบ้านแบบเท่ๆ โดยไม่ต้องติดคุก

ผลการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองของคปอ.นั้นมีสาระสำคัญนอกจากเสนอข้อเท็จจริงเหตุการณ์ต่างๆในอดีตซึ่งเป็นชนวนสร้างความแตกแยกในชาติอย่างรอบด้านตรงไปตรงมาเพื่อเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคตแล้ว ยังเสนอแนวทางสร้างความปรองดองอย่างยั่งยืนด้วยการนำความสำเร็จจากการยุติความแตกแยกที่ยืดเยื้อมายาวนานและสร้างความปรองดองที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในประเทศแอฟริกาใต้ภายใต้แนวคิด“เนลสัน มาเดลล่าโมเดล” มาใช้ โดยแนวทางสร้างความปรองดองต้องทำอย่างเป็นขั้นตอนโดยคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายต้องเปิดใจเจรจาและยอมรับความผิดของตัวเอง และผู้กระทำผิดต้องยอมรับโทษตามกฎหมาย จากนั้นจึงค่อยพิจารณาถึงแนวทางการนิรโทษกรรมหรือการลดหย่อนผ่อนโทษ

หลังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทิ้งผลการศึกษาของ คอป.ลงตะกร้า ต่อมาอาศัยเสียงข้างมากพยายามหักดิบผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยที่มีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อที่จะลบล้างโทษความผิดคดีทุจริตตามคำพิพากษาของศาล
ให้กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก เพื่อจะได้กลับบ้านแบบเท่ๆ จนเป็นชนวนให้มวลมหาประชาชนออกมาแสดงพลังต่อต้านครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ถึงเกือบ 10 ล้านคน และจบลงด้วยการยึดอำนาจของคสช.ในที่สุด

มาทางด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตท่าทีของแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ออกมาตั้งแง่ให้มีคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลางเพื่อสร้างความปรองดองโดยอ้างเพราะว่าคสช.ไม่จริงใจพรรคเพื่อแม้วต้องแสดงเหตุผลที่
ชัดเจนว่าคสช.ไม่จริงใจตรงไหน เพราะตอนตั้งป.ย.ป.ทุกพรรครวมทั้งพรรคเพื่อไทยก็สนับสนุน แต่พอป.ย.ป.เดินมาครึ่งทางกลับออกอาการจะให้ถอยหลังกลับ

พร้อมกันนี้ นายนิพิฏฐ์ ตั้งข้อสังเกตว่า “พวกที่สนับสนุนความรุนแรงคือพวกที่ต้องการให้เวทีปรองดองล้มเหลว”

เพราะฉะนั้นการออกมาตั้งแง่เรียกร้องให้มีคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลางเพื่อสร้างความปรองดองของบรรดาแกนนำขบวนการเพื่อแม้วทั้งๆ ที่ในอดีตรายงานผลศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองขององค์กรอิสระที่เป็นกลางอย่างคอป.หรือสถาบันพระปกเกล้าเคยเสนอรัฐบาลยิ่งลักษณ์แต่ถูกเก็บเข้าลิ้นชักมาแล้ว ท่าทีของขบวนการเพื่อแม้วจึงถูกตั้งข้อสังเกตว่าพลิกลิ้นไปมาส่อเจตนาตั้งแง่ตีรวนโดยซ่อนเป้าหมายแท้จริงที่มุ่งต่อรองกดดันให้มีการนิรโทษกรรมแบบสุดซอยและไม่อยากเห็นการสร้างความปรองดองอันเป็นผลงานของคสช.ประสบความสำเร็จ

ทีมข่าวการเมือง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s