เลาะรั้วเกษตร : วิถีชีวิตข้าราชการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/331414

281225166

เลาะรั้วเกษตร : วิถีชีวิตข้าราชการ

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน มีข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กฤษฎา บุญราช มีคำสั่งย้าย อธิบดีกรมปศุสัตว์ อภัย สุทธิสังข์ สลับกับผู้ตรวจราชการกระทรวง และโฆษกกระทรวงเกษตรฯ สรวิศ ธานีโต อันเนื่องมาจากเรื่องวัคซีนพิษสุนัขบ้า พ่นพิษ แต่ไปๆ มาๆ กลับเป็นข่าวโคมลอย ไม่ทราบผู้ใดเป็นคนปล่อยโคมลอยอันดังกล่าว…แต่ก็สบายใจ(ใครไม่รู้)เมื่ออธิบดีกรมปศุสัตว์ออกมาปฏิเสธว่าไม่จริง…แต่ก็คงเสียวสันหลังวาบๆ อยู่บ้าง….

เช่นเดียวกับ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ธนวรรธน์ พลวิชัย ก็คงรู้สึกไม่แพ้กัน เมื่อ รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาเยี่ยมเยียนกระทรวงเกษตรฯ พร้อมมอบนโยบาย ขู่ไว้เรื่องแก้ปัญหาราคายาง…รัฐมนตรีสั่งไปกี่ครั้ง ๆ ก็ไม่ยอมกระดิก ทำให้ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ธีธัช สุขสะอาด ถูกคำสั่งตาม ม. 44 โยกออกจาก กยท. ไปปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา…

ธนวรรธน์ พลวิชัย ซึ่งมีดีกรีผู้ช่วยศาสตราจารย์ และ ดร. นำหน้า ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เจ้าพ่อโพลล์ที่โด่งดังหลายโพลล์ คือความหวังของรัฐบาลที่จะมาแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ…..จึงถูกแต่งตั้งให้มารักษาการ ผู้ว่าการ กยท. ที่รองนายกฯ สมคิด สั่งกลางที่ประชุมว่า ให้ดำเนินการชะลอการกรีดยางให้ได้เพื่อดึงราคายางให้สูงขึ้น

รองนายกฯ สมคิด บอกว่า ปัญหาราคายางแก้ไม่ยาก และไม่ง่าย ขึ้นอยู่กับซัพพลาย ตอนนี้มีกระทรวงพาณิชย์ และองค์การคลังสินค้า ช่วยเรื่องสถานที่เก็บ จึงไม่ยากที่จะดึงซัพพลายออกมา กยท. ต้องลงไปลุย อย่าทำตัวเป็นแค่ตรายาง นั่งกินเงินเดือน (สูง ๆ) เปล่าประโยชน์….ถ้าไม่ทำอะไร แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ก็ยุบ กยท. เสียดีกว่า…..ฟังอย่างนี้แล้วเสียวสันหลังไหมล่ะ…ยิ่งกว่าวัคซีนพิษสุนัขบ้าเสียอีก…

ข้าราชการ หรือ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้มาตลอดไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด ถ้าข้างบนสั่งมาแล้วทำไม่ได้ หรือไม่สนอง ก็ต้องเตรียมรับชะตากรรม…

เมื่อพูดถึงการถูกย้ายไปทำงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี ก็ทำให้คิดถึง อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 ท่าน ที่ไปอยู่ที่นั่นก่อนหน้านี้
แล้ว ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ได้แก่ อดีตปลัดฯ ชวลิต ชูขจร และ อดีตปลัดฯ ธีรภัทร ประยูรสิทธิ รายแรกจะเกษียณอายุราชการในปี 2561 นี้แล้ว แต่รายหลังยังมีอายุราชการอีกหลายปี คงต้องเจออะไรอีกมากมายในชีวิตราชการที่เหลือ

ว่าด้วยเรื่องเกษียณอายุราชการ ก็รู้สึกใจหายแทนกระทรวงเกษตรฯ และอีกหลายกระทรวง เพราะปีนี้มีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงหลายท่านที่ครบวาระเกษียณอายุราชการ รายแรกคือ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รักษาเนื้อรักษาตัวให้เกษียณในตำแหน่งปลัดกระทรวงได้ก็นับว่าโชคดีกว่าอดีตปลัดกระทรวง 2 ท่านที่กล่าวถึงมาแล้ว

ปี 2561 นี้ มีรองปลัดกระทรวงเกษียณอายุราชการ 2 ท่าน คือ รองปลัดฯ สุรพงษ์ เจียสกุล และ รองปลัดฯ ธนิตย์ อเนกวิทย์ ผู้ตรวจราชการอีก 4 ท่านได้แก่ ผู้ตรวจฯ คนิต ลิขิตวิทยาวุฒิ จันทร์ธิดา มีเดช ดิเรก ตนพยอม และจิรทรัพย์ ปลอดกระโทก

มีระดับอธิบดีเกษียณอายุ 3 ท่าน คือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ และ อธิบดีกรมหม่อนไหม สุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา ระดับรองอธิบดี เกษียณอายุ 6 ท่าน รองอธิบดีกรมการข้าว สุวัฒน์ เจียระคงมั่น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร อุทัย นพคุณวงศ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 2 ท่าน คือ วิภา เจริญสิริสุนทร และ จุฑามาศ ลิปิการถกล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ชำนาญ พงษ์ศรี และ รองเลขาธิการ มกอช. ยุทธนา นรภูมิพิภัชน์

ยังมีข้าราชการระดับ 9 (เดิม) หรือ ปัจจุบันเรียก อำนวยการสูง ที่ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการเขต เกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด และสหกรณ์จังหวัด รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ อีกจำนวนมากที่เกษียณอายุพร้อมกัน ปัญหาที่ตามมาสำหรับหน่วยราชการต่างๆ คือ หาคนที่เหมาะสม ประเภทมีประสบการณ์ ทำงานดี อาวุโสพอเพียง มาดำรงตำแหน่งแทนค่อนข้างยาก เพราะ “โตไม่ทัน” เนื่องจาก เมื่อกว่า 35 ปีก่อนที่เรียกว่ายุคเบบี้บูม หน่วยงานราชการรับคนเข้ามาทำงานเป็นข้าราชการจำนวนมาก หลังจากนั้นไม่กี่ปีก็มีการคุมกำเนิดข้าราชการ ราชการรับคนเข้าทำงานน้อยมาก นับเป็นการขาดช่วงของบุคลากรที่จะมาทดแทนแบบต่อเนื่อง

มาถึงเวลานี้คนที่เข้ารับราชการเมื่อกว่า 35 ปีที่แล้วถึงเวลาเกษียณอายุราชการพร้อม ๆ กัน หรือใกล้เคียงกันจึงมีจำนวนมาก ในขณะที่ข้าราชการรุ่นหลังๆ ก็มีอายุห่างจากรุ่นเบบี้บูมนี้มากจึงเติบโตไม่ทันรุ่นพี่ที่เกษียณ ยิ่งข้าราชการที่เป็นนักวิชาการสาขาต่างๆ ยิ่งขาดแคลนผู้ที่จะมาสืบทอดวิชาการสาขานั้นๆ ให้ต่อเนื่อง…..ปัญหานี้ ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่แท้จริงแล้ว น่าจะมีผลต่อโฉมหน้าวงการราชการของไทยมากทีเดียว……รอดูกันต่อไปว่าวิถีชีวิตของข้าราชการไทยจะเป็นเยี่ยงไร ต่อแต่นี้……

แว่นขยาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s