เลาะรั้วเกษตร : จับตาภัยพิบัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/355326

281225166

เลาะรั้วเกษตร : จับตาภัยพิบัติ

วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พี่น้องชาว สปป.ลาว ที่ประสบกับภัยพิบัติจากเขื่อน เซเปียน- เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ สปป.ลาวแตก ผสมโรงกับฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาล ไหลทะลักพาดินโคลนท่วมบ้านเรือนราษฎร และพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหาย จนป่านนี้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ โดยเฉพาะมีผู้คนและสัตว์เลี้ยงเสียชีวิต และสูญหายจำนวนมาก ราษฎรไร้ที่อยู่อาศัยหลายพันครอบครัว

ยังมีภัยพิบัติเกิดขึ้นในประเทศต่างๆอีกมากมายในเวลานี้ จนทำให้หลายคนกังวลว่า หรือจะถึงเวลาที่ธรรมชาติจะเอาคืนจากชาวโลก ไม่ว่าจะเป็น คลื่นความร้อน และพายุรุนแรงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ไฟป่าที่กรีซ และแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อุทกภัยในอินเดีย จีน และพม่า รวมทั้งล่าสุด แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย

ภัยพิบัติแต่ละแห่งก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย สูญเสียชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก…..

ประเทศไทยเอง ก็ไม่เว้น เกิดดินถล่มฝังบ้านของชาวบ้าน ที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ส่งผลให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวเสียชีวิตทั้งครอบครัวรวม 8 ราย ดินสไลด์ที่ทางขึ้นภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย บ้านเรือนเสียหายไปหลายหลัง ขณะเดียวกันหลายจังหวัดในภาคอีสานที่อยู่ริมแม่น้ำโขงก็เตรียมรับมือกับระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และอาจเอ่อล้นท่วมพื้นที่หลายจังหวัดได้

สำหรับพื้นที่จังหวัดอื่นๆ คงต้องเตรียมรับมือกับอุทกภัย และน้ำป่าไหลหลากจึงอยากให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศ และสถานการณ์เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น…เพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าเกิดอุทกภัยหรือภัยพิบัติใดๆ ขึ้นมาสักครั้ง ความเสียหายที่เกิดขึ้นมักจะเป็นพื้นที่การเกษตร และเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ชดเชยเยียวยาก็ทำไป แต่ความเสียหายมีมากกว่านั้น การขาดแคลนผลผลิต การฟื้นฟูพื้นที่เสียหายกว่าจะกลับมาเหมือนเดิมต้องใช้เวลา และการลงทุนที่มากกว่าเงินชดเชยที่ได้รับมากมายนัก

คราวก่อนที่พูดถึงเรื่องเขื่อน และเห็นสภาพของ สปป.ลาวที่ได้รับความเสียหาย ทำให้ไม่อยากเห็นสภาพเช่นนั้นเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนในโลก…….จึงอดไม่ได้ที่จะขอพูดเรื่องเขื่อนอีกสักครั้ง

ประเทศไทยเองมีเขื่อนกระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 5,000 เขื่อน เป็นเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางมากกว่า 400 เขื่อน เขื่อนที่สำคัญๆ ที่มีการรายงานสถานภาพน้ำในเขื่อนมีอยู่ประมาณ 36 เขื่อน เป็นเขื่อนเพื่อการชลประทาน ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

เคยมีการศึกษาจัดลำดับความเสี่ยงของเขื่อนในประเทศไทยต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหว ของ นิสิตปริญญาโท สาขาวิศวกรรมปฐพี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่นำเสนอในการประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติครั้งที่ 13 เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2551

ในรายงานผลการศึกษาดังกล่าว ระบุว่า เขื่อนทำหน้าที่เก็บกักน้ำไว้ใช้ในยามขาดแคลน และป้องกันน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก หากเขื่อนเกิดความเสียหายโดยเฉพาะจากแผ่นดินไหว นอกจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจและขวัญกำลังใจของประชาชนแล้ว ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของเขื่อนต่างๆ อาจลดลงด้วย

ปัจจัยความเสี่ยงที่ได้ทำการศึกษา มีหลายปัจจัย เช่น ความรุนแรงของแผ่นดินไหว ชนิดของเขื่อน อายุของเขื่อน ความสูงของเขื่อน ปริมาณกักเก็บน้ำ ระยะเวลานับแต่เกิดรอยร้าวจนถึงน้ำไหลออกได้สะดวก ระยะทางระหว่างตัวเขื่อนกับแหล่งชุมชนแรกที่อยู่ท้ายน้ำ และจำนวนประชากรแหล่งชุมชนแรกที่ได้รับผลกระทบ เป็นต้น

ในการศึกษามีวิธีการวิเคราะห์และคำนวณตามหลักวิชาการ ผลการศึกษาการจัดลำดับ พบว่า เขื่อนที่มีคะแนนความเสี่ยงสูงที่เกิดความเสียหายจากแผ่นดินไหวมากที่สุดคือ เขื่อน แม่มาว จังหวัดเชียงใหม่ รองลงมา คือ เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนท่าทุ่งนาจังหวัดกาญจนบุรี และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จังหวัดเชียงใหม่ ตามลำดับ

ผลการศึกษานี้ไม่ได้ต้องการให้ตื่นตระหนกแต่มีประโยชน์ที่จะทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องเฝ้าระวัง และตรวจสอบ สภาพของเขื่อนอย่างใกล้ชิด มีแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ประมาท…..

แว่นขยาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s