ชายคาพระพิรุณ : 31 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/386042

586851

ชายคาพระพิรุณ : 31 ธันวาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สวัสดีปีใหม่ครับ ขุนเกษตรา ขออาราธนาคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมทั้งพระสยามเทวาธิราช และพลังแห่งความยึดมั่นในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จงคุ้มครองดลบันดาลให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญ มีกำลังใจกล้าแข็ง กำลังกายสมบูรณ์แข็งแรง เพื่อสามารถเผชิญและเอาชนะอุปสรรคทั้งมวล…สำหรับปี 2562 หน้าเกษตรได้รับเกียรติจากกูรูด้านการเกษตร 2 ท่านมาเสริมทัพเป็นคอลัมนิสต์ประจำคือคุณสมชาย ชาญณรงค์กุล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรและคุณชาญพิทยา ฉิมพาลี อดีตอธิบดีกรมการข้าว ที่จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรที่เข้มข้นมากขึ้น ติดตามอ่านกันได้นะครับ

สำหรับในปีนี้กระทรวงเกษตรฯ ก็มีของขวัญปีใหม่มอบให้แก่ประชาชน ผ่านโครงการต่างๆ เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม และลดรายจ่ายครัวเรือนให้กับเกษตรกรและประชาชน อย่างเช่นโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายต้องการให้ “การตลาดนำการผลิต” ปรับสมดุลของปริมาณการผลิต การตลาดข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยเชื่อมโยงแหล่งรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับภาคเอกชนตามแนวทางประชารัฐ เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาผลผลิตตกต่ำ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งจากเดิมมีพื้นที่เป้าหมาย 2 ล้านไร่ ใน 33 จังหวัด แต่โครงการนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรกร ครม.จึงอนุมัติเพิ่มเติมอีก 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย มุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ และจากข้อมูล ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2561 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ แล้วจำนวน 95,620 ราย รวมเป็นพื้นที่ 807,155.50 ไร่ คิดเป็น 74.80 % ของเกษตรกรผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมลงนาม MOU บันทึกความร่วมมือโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ประจำปี 2561/62 ขึ้นระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย โดยแนวทางการดำเนินการความร่วมมือดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะให้ความร่วมมือสนับสนุนโครงการ พร้อมกับการประชาสัมพันธ์โครงการ ให้ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนประสานหน่วยงานที่ร่วมโครงการเพื่อส่งเสริมให้โครงการประสบความสำเร็จ ขณะที่สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย จะให้ความร่วมมือในการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ด้วยราคาพิเศษ หรือรายการส่งเสริมการขายในรูปแบบอื่นในร้านที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย จะให้ความร่วมมือในการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในโครงการที่เกรดคุณภาพเบอร์ 2 ความชื้นร้อยละ 14.50 ในราคาไม่ต่ำกว่า 8.29 บาท/กิโลกรัม ณ โรงงานกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยกำหนดมาตรฐานในการรับซื้อเดียวกัน ซึ่งมีตารางหักความชื้นของกระทรวงพาณิชย์เป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะรับซื้อที่มีคุณภาพตามเกณฑ์เท่านั้น และจะร่วมกับรัฐในการพิจารณาแนวทางดำเนินการสำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กรมปศุสัตว์กำหนด…สำหรับโครงการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งมั่นให้เกิดความสำเร็จ และหาแนวทางลดความเสี่ยง เพื่อเกิดประโยชน์กับเกษตรกรอย่างเต็มที่…

ด้าน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ก็ควงแขนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากรและผู้แทนจากภาคมหาวิทยาลัย (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดล) แถลงข่าวบูรณาการหน่วยงานร่วมต้านโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) เข้าประเทศไทย โดยย้ำว่าโรคนี้ไม่ติดคนและสัตว์ชนิดอื่น แต่ส่งผลกระทบก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever) มีพบมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งอยู่ในภูมิภาคเอเชีย แต่ยังไม่เคยพบการเกิดโรคในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้มีการเข้มงวดและป้องกันการลักลอบนำเข้าสุกร ซากสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอดและเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเข้ามาสร้างความเสียหายแก่ประเทศไทย กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากร และสถาบันการศึกษาจึงได้บูรณาการการตรวจสอบและจับกุมการลักลอบนำเข้าสุกร ซากสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรให้มีประสิทธิภาพ โดยได้ข้อสรุปร่วมกันคือ 1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้กำชับโดยประกาศให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านทั้ง 50 ด่าน เข้มงวดตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของสุกรที่มาจากประเทศที่พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรทั้ง 15 ประเทศ 2. ด่านศุลกากรประจำสนามบินนานาชาติและช่องผ่านแดนต่างๆ ได้เข้มงวดตรวจสอบสัมภาระของนักท่องเที่ยวโดยเครื่องเอกซเรย์ อย่างไรก็ดีได้ขอความร่วมมือเกษตรกรให้ยกระดับการเลี้ยงสุกรให้มีระบบการป้องกันโรคที่ดีตามมาตรฐาน ให้สังเกตอาการสุกรอย่างใกล้ชิด หากพบสุกรแสดงอาการป่วยและมีจำนวนสุกรตายผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที หรือ call center 063-225-6888 หรือที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เร่งดำเนินการให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ขุนเกษตรา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s