เลาะรั้วเกษตร : เกษตรกรรุ่นใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/468293

x

เลาะรั้วเกษตร : เกษตรกรรุ่นใหม่

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อพูดถึงปัญหาของภาคการเกษตร คนมักจะคิดถึง ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำ ผลผลิตไม่มีคุณภาพ หรือภัยธรรมชาติต่างๆ ที่ทำความเสียหายให้ภาคเกษตร ทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง โรคและแมลงศัตรูพืชระบาด มีน้อยคนที่จะคิดถึงปัญหา เกษตรกร

เกษตรกร คือ ปัจจัยสำคัญที่สุดของการผลิตในภาคเกษตร นอกเหนือจากความรู้ความสามารถ รายได้ และชีวิต ความเป็นอยู่แล้วปัจจุบันภาคการเกษตรของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาจำนวนที่ลดลงของเกษตรกร ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนเกษตรกรที่ยังเหลืออยู่ส่วนใหญ่ยังเป็นเกษตรกรที่สูงอายุ เช่นเดียวกับโครงสร้างประชากรของประเทศที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุด้วย

ลูกหลานของเกษตรกรจริงๆ มักไม่อยากเป็นเกษตรกรเหมือนพ่อแม่ เพราะเห็นถึงความยากลำบาก ตากแดดหน้าดำอยู่ในไร่นาอยากทำอาชีพอื่นที่มีรายได้ที่แน่นอน และมีสถานที่ทำงานที่สะดวกสบาย ขณะเดียวกัน พ่อแม่ซึ่งเป็นเกษตรกรเองบางครอบครัวก็ไม่อยากให้ลูกลำบากเหมือนตนเอง พยายามส่งเสริมให้ลูกเรียนสูงๆ แล้วไปประกอบอาชีพอื่น แนวคิดเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้จำนวนเกษตรกรลดลง

แม้กระทั่งการเรียนการสอนด้านการเกษตร เมื่อสัก 30 ปีก่อน ต้องสอบแข่งขันกันเข้าเรียนในคณะเกษตร หรือ วิทยาลัยเกษตรกรรมหลายแห่ง แต่ปัจจุบันแทบจะต้องงอนง้อ หรือแทบจะต้องจ้างเด็กให้เข้ามาเรียนด้านการเกษตรเสียด้วยซ้ำ

กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้เริ่มพัฒนาคนรุ่นใหม่ขึ้นมาให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่เรียกกันอย่างโก้ว่า Young Smart Farmer เมื่อปี 2551 โดยหวังจะให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้ เป็นทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการให้เขาทำการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ให้รู้จักบริหารจัดการธุรกิจของตนเอง คือผลิตออกมาแล้วต้องหาตลาดให้ผลผลิตของตนเองด้วยรวมทั้งต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ไม่ต้องถามว่ามีเป้าหมายที่จะพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้กลายมาเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ที่มีคุณสมบัติตามที่คาดหวังไว้นี้ปีละสักกี่คน เพราะการพัฒนาคนต้องใช้เวลาที่มากพอสมควร ผ่านมากว่า 10 ปี ไม่ทราบว่ามี Young Smart Farmer ที่กรมส่งเสริมเข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาพวกเขาให้ได้ตามที่คาดหวังแล้วจำนวนเท่าไร แต่ที่ผ่านมาก็พอจะมีให้เห็นอยู่บ้างว่า มีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่อายุยังน้อยประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรรม ทำรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างน่าทึ่ง

มีเกษตรกรรุ่นใหม่อีกจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จด้วยความสามารถ แนวความคิด และฝีมือของตนเอง โดยไม่ได้มีหน่วยงานใดเข้ามาพัฒนาเขาแต่อย่างใด และบุคคลในกลุ่มนี้ก็มักไม่ใช่ลูกหลานของเกษตรกร ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านการเกษตรโดยตรง แต่มีความคิดสร้างสรรค์จากความรู้ที่ตนมีบางส่วนเข้าไปผสมผสานกับกิจกรรมการเกษตรที่ตนเองสนใจ แล้วเป็นอะไรที่ลงตัว กลายเป็นอาชีพที่ สามารถทำเงินได้ เลยกลายเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไปโดยปริยาย แต่เกษตรกรรุ่นใหม่เหล่านี้ก็ยังมีไม่มากพอ

เมื่อวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ 1 ตุลาคม 2562 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ได้กล่าวถึงนโยบายที่น่าสนใจ คือ สนับสนุนให้สหกรณ์ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างมั่นคงช่วยให้คนรุ่นใหม่ที่รักอาชีพการเกษตรไม่ทิ้งถิ่นฐาน ดึงลูกหลานสมาชิกสหกรณ์กลับสู่บ้านเกิดโดยจะทำโครงการสร้างคนรุ่นใหม่มาสานต่ออาชีพการเกษตรจากพ่อแม่ เน้นทำการเกษตรสมัยใหม่

และเมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมารัฐมนตรีช่วยฯ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ เปิดโครงการ “นำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพเกษตรกร” มีเป้าหมายที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักอาชีพการเกษตร และต้องการกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่ออาชีพของครอบครัว เพื่อให้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น

โครงการนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์มอบหมายให้สหกรณ์ในพื้นที่เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมอาชีพ โดยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการดูแลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งการถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรทั้งการปลูกพืช ประมง และปศุสัตว์ พร้อมวางแผนการผลิต จัดหาปัจจัยการผลิต บริการเครื่องจักรกลและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ชี้ช่องให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และช่องทางการตลาด

ผู้เข้าร่วมโครงการต้องอายุ 20 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 50 ปี มีความต้องการและมีความพร้อมที่จะกลับไปประกอบอาชีพเกษตรกรในภูมิลำเนาของตนเอง มีที่ดินเป็นของตนเอง หรือมีความสามารถในการเช่าที่ดินเพื่อทำการเกษตรของตนเองได้ หรือถ้าไม่มีทั้งสองประการที่ว่ามา กรมส่งเสริมสหกรณ์จะจัดสรรที่ดินในเขตนิคมสหกรณ์ 17 แห่งทั่วประเทศ พื้นที่กว่า 600 ไร่ ให้ทำกิน

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดรับสมัครผู้สนใจระหว่างวันที่ 1-31 มกราคม 2563 สามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ www.cpd.go.th หรือ สอบถามที่ 0-2281-3292 หรือที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ

ถ้าโครงการนี้ทำได้อย่างวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้จริง และการพิจารณาผู้เข้าร่วมโครงการทำอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม ไม่เล่นพรรคเล่นพวก เป็นโครงการที่น่าสนใจสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่เป็นลูกจ้างบริษัท หรือเป็นพนักงานของส่วนราชการในยุคที่เศรษฐกิจย่ำแย่ เพราะไม่รู้ว่าจะถูกไล่ออกจากงานเมื่อไร

ที่อยากจะบอกรัฐมนตรีช่วยฯ มนัญญา อีกอย่างคือ ผลักดันโครงการนี้ดีกว่าแบน 3 สารเยอะเลย…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s