ชายคาพระพิรุณ : 10 กุมภาพันธ์ 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/471888586851

ชายคาพระพิรุณ : 10 กุมภาพันธ์ 2563

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่น อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนในเร็ววันนี้ โดยสินค้าที่จีนหยุดนำเข้าในทันทีจากการปิดเมืองต่างๆ ที่นำร่องไปแล้วคือ กล้วยหอม และหากอีก 3 เดือนจากนี้ สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อสินค้าผลไม้ที่มีความอ่อนไหวอื่นๆ ได้อีกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ ทุเรียน มังคุดลำไย ลิ้นจี่ เพราะจะเป็นช่วงที่มีผลไม้ชนิดนี้ออกสู่ตลาดมาก การส่งออกที่ลดลง ย่อมทำให้ล้งผู้ส่งออกรับซื้อผลผลิตลดลงตามไปด้วย และผลกระทบที่ตามมาคือราคาผลผลิตที่เกษตรกรจะขายได้จะตกต่ำในที่สุดนั่นเอง นี่ยังไม่รวมสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ยางพารา ข้าว และผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 9 แสนล้านบาท รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นเหล่านี้ให้ดี ขุนเกษตรา เป็นห่วง

อาชีพการเลี้ยงโคนม ถือเป็นอาชีพพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานให้เกษตรกรไทยถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมายาวนานถึง 58 ปี ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนรุ่นเก่ามีความต้องการอยากให้ลูกหลานกลับมาสืบทอดอาชีพการเลี้ยงโคนม ขณะเดียวกันในส่วนของสหกรณ์โคนมหลายแก่งก็ยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาส่งเสริมให้กับฟาร์มโคนมของสมาชิก นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของบุตร-หลานสมาชิกสหกรณ์โคนม กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (กำแพงแสน) เพื่อร่วมมือทางการศึกษา โดยกรม จะสนับสนุนทุนการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาให้กับบุตร – หลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม ได้เข้าเรียนในสาขาวิชาด้านปศุสัตว์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับอาชีพเลี้ยงโคนมตลอดหลักสูตร เพื่อจะได้นำความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมมาพัฒนาฟาร์มและการบริหารจัดการธุรกิจสหกรณ์โคนม สานต่ออาชีพของครอบครัว หรือกลับไปทำงานให้กับสหกรณ์โคนมที่ให้ทุนการศึกษา เพื่อจะได้ช่วยพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนมและธุรกิจของสหกรณ์โคนมให้มีความเข้มแข็ง สำหรับคุณสมบัติของผู้ขอรับทุนจะต้องเป็นบุตร-หลานของสมาชิกสหกรณ์โคนมหรือบุตร-หลานสมาชิกสหกรณ์การเกษตรที่สมาชิกมีอาชีพเลี้ยงโคนม ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 5 ภาคเรียน ไม่ต่ำกว่า 3.00 มีความประพฤติดี มีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มพัฒนาบุคลากรสหกรณ์ สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ โทรศัพท์ 0-2669-4577 หรือศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 1-20 และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ เมื่อผู้รับทุนจบการศึกษาแล้ว จะต้องกลับไปทำงานในสหกรณ์โคนมที่ให้ทุนดังกล่าว ไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อจะได้นำความรู้และเทคโนโลยีกลับไปพัฒนาฟาร์มและสหกรณ์โคนมให้มีมาตรฐาน สามารถผลิตน้ำนมให้มีคุณภาพ ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค รวมถึงมีส่วนช่วยพัฒนาธุรกิจสหกรณ์โคนมและสร้างความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงโคนมให้อยู่คู่กับคนไทยต่อไป…นับว่าเป็นโครงการที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการนำความรู้มาพัฒนาต่อยอดอาชีพของครอบครัวให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ปัจจุบันประเทศไทยมีเนื้อที่ถือครองทางการเกษตรกว่า 150 ล้านไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่สำหรับการผลิตพืชมากกว่าร้อยละ 90 ของพื้นที่ถือครองทางการเกษตรทั้งหมด แต่ขณะเดียวกันปัญหาเกี่ยวกับการเข้าทำลายของศัตรูพืชได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้พืชอ่อนแอ ผลผลิตการเกษตรเกิดความเสียหายและได้ผลผลิตลดลง จึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพในการจัดการศัตรูพืช โดยการวินิจฉัยศัตรูพืชและการจัดการศัตรูพืชนั้น มีความสำคัญต่อการส่งเสริมการเกษตรอย่างมาก เพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด และยกระดับมาตรฐานการผลิตของเกษตรกร ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านอารักขาพืชที่ชัดเจน คือกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ยเป็นศูนย์กลาง มีศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช 9 ศูนย์ กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านอารักขาพืชอยู่ในทุกอำเภอและจังหวัด ล่าสุด นายเข้มแข็งยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมปั้นหมอพืชขึ้นมาเพื่อลุยงานคลินิกพืช 37 จังหวัด โดยวางเป้าหมายว่าจะต้องเปิดครบทุกจังหวัดภายในปี 2564 ต้องเปิดครบทุกจังหวัด และที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรได้เปิดอบรมหมอพืชและเปิดให้บริการคลินิกพืชมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ใน 19 จังหวัด 230 อำเภอ รวม 258 คลินิก ซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช (ศทอ.) สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่มีเจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมแล้ว และในปีนี้ได้เปิดอบรมเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าที่อารักขาพืช หลักสูตร การสร้างหมอพืชและการดำเนินงานคลิกนิกพืช รุ่นที่ 2เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ณ จ.ขอนแก่นโดยมี นายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดการอบรมซึ่งเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบงานอารักขาพืชโดยเฉพาะ เพื่อพัฒนาทักษะให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น โดยเน้นหลักสูตรให้มีความเข้มข้น เช่น การวินิจฉัยสาเหตุอาการผิดปกติของพืช การจัดการศัตรูพืช การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมี รวมถึงลักษณะอาการผิดปกติที่พบได้ทั่วไปในพืช เป็นต้น ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พบว่าได้รับการตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี และในปี 2563 กรมส่งเสริมการเกษตรได้วางเป้าหมายการอบรมเจ้าหน้าที่อารักชาพืชเพิ่มอีก 18 จังหวัด 226 อำเภอ โดยแบ่งเป็น 4 รุ่น และหลังจากการอบรมเสร็จสิ้น จะเปิดให้บริการอีก 224 คลินิก และครบ 882 อำเภอทั่วประเทศ ในปี 2564 ที่จะถึงนี้

ขุนเกษตรา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s