เมืองใหญ่-นิคมอุตฯ แหล่งละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/415146?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เมืองใหญ่-นิคมอุตฯ แหล่งละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

10 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:00 น.
ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์,โจรลักซอฟต์แวร์
เปิดอ่าน 1,621 ครั้ง

เมืองใหญ่-นิคมอุตฯ แหล่งละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ คอลัมน์…  อินโนสเปซ โดย… บัซซี่บล็อก

ได้มีโอกาสรับฟังการประมวลสถานการณ์เกี่ยวกับปัญหาลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยครั้งล่าสุด เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่มี 3 องค์กรสำคัญ ซึ่งมีบทบาทหลักๆ ในการไล่ล่า “โจรลักซอฟต์แวร์” ในประเทศไทย ได้แก่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพันธมิตรซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ) แล้วก็ต้องสะกิดใจกับข้อมูลที่ระบุ “พิกัด” พื้นที่ ซึ่งต้องถูกจับตาเป็นพิเศษว่า มักอยู่ในจังหวัดที่เป็นแหล่งธุรกิจสำคัญ รวมถึงจังหวัดที่มีพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี นนทบุรี ระยอง และสมุทรสาคร

จากการเปิดเผยข้อมูลโดย พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ในรอบปี 2562 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์กับองค์กรธุรกิจทั้งสิ้น 469 คดี ซึ่งเพิ่มจากตัวเลข 395 คดีเมื่อปี 2561 อย่างไรก็ตาม ในแง่มูลค่าการละเมิดฯ ลดลงจาก 661 ล้านบาทในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่กว่า 464 ล้านบาท

โดยองค์กรธุรกิจที่ถูกดำเนินคดีนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิต รวมไปถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ออกแบบและตกแต่งภายใน เป็นต้น บางรายเป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง แต่มีการติดตั้งใช้งานซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิบนคอมพิวเตอร์ถึง 100 เครื่อง ส่วนใหญ่ที่ถูกดำเนินคดี มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในจังหวัดที่เป็นแหล่งธุรกิจสำคัญ รวมถึงจังหวัดที่มีพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี นนทบุรี ระยอง และสมุทรสาคร

อย่างไรก็ตาม จำนวนคดีที่จัดการไปแล้วข้างต้น ยังไม่ใช่ตัวเลขทั้งหมดที่ได้รับแจ้งเข้า เพราะจนถึงขณะนี้ยังมีผู้แจ้งเบาะแสการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กรธุรกิจเข้ามาอีกมากกว่า 100 ราย ซึ่งอยู่ในกระบวนการตรวจสอบและสืบสวนเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้การแจ้งเบาะแสการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์คึกคักขนาดนี้ ก็เพราะว่า มีตัวเลขเงินรางวัลจ่ายจริงให้สูงสุดถึง 1 ล้านบาทสำหรับผู้แจ้งเบาะแส (จะได้รับเมื่อคดีสิ้นสุด)

โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของพันธมิตรซอฟต์แวร์ bsa.org บอกไว้ว่า จำนวนเงินรางวัลที่จ่ายจริงมีมูลค่าสูงสุดตามที่โฆษณาและขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบีเอสเอ โดยมีเกณฑ์ในการให้รางวัลตามปัจจัย ดังนี้ ขนาดของบริษัทที่ถูกรายงาน, จำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์, ความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลในรายงาน, ความร่วมมือของผู้แจ้งเบาะแสตลอดขั้นตอนการดำเนินการ และความสำเร็จในการดำเนินคดีกับทางบริษัทอันเป็นผลมาจากการแจ้งเบาะแส ใครสนใจเข้าไปรายงานเบาะแสได้ผ่าน reporting-asia.bsa.org และคลิกเลือกว่าอยากรายงานแบบกระชับ หรือลงรายละเอียด

เมื่อครั้งที่ยังมีการติดต่ออยู่บ้างกับบุคคลในแวดวงของพันธมิตรซอฟต์แวร์ และเจ้าหน้าที่ผู้ทำงานด้านนี้ ทำให้ทราบข้อมูลเชิงลึกด้วยว่า เบาะแสส่วนใหญ่ที่สามารถนำไปสู่การจับจริง ปรับจริง ล้วนมาจากพนักงาน/บุคลากรภายในองค์กรนั้นๆ นั่นเอง และหลายครั้งพบว่า มูลเหตุของการแจ้งเบาะแส ไม่ใช่แค่เพราะหวังเงินรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่บางครั้งมีแรงกระตุ้นจากความไม่พอใจองค์กรหรือนายจ้าง

หันกลับมาที่การเอาจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในบ้านเรา ซึ่งทาง บก.ปอศ.ประกาศเป้าหมายว่าจะเห็นอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยลดลงโดยเฉลี่ย มากกว่า 3% ต่อปี และลดลงเร็วสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน มั่นใจว่าทำได้ เพราะด้วยเทคโนโลยีและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายเทคนิคจากผู้เสียหายในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ทำให้ยุคนี้การตรวจสอบดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น

ขณะที่ น.ส.นุสรา กาญจนกูล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขานรับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 ที่ให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานพิจารณากลั่นกรองการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานด้วยความรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการส่งเสริมและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้ริเริ่มจัดทำคู่มือการจัดซื้อ/จัดหาซอฟต์แวร์เพื่อเป็นแนวทางให้แก่หน่วยงานภาครัฐในการดำเนินการให้เป็นไปตามมติครม. โดยคาดว่าจะเผยแพร่คู่มือฉบับนี้ได้ในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายลิขสิทธิ์ให้มีความทันสมัย เพื่อให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WCT) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาเกี่ยวกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์บนสื่อดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต รวมถึงปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการยกเว้นความรับผิดของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในการแจ้งเตือนการละเมิดลิขสิทธิ์และนำงานละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบ หรือที่เรียกว่า ระบบ Notice and Takedown ซึ่งเชื่อว่าการดำเนินการทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ค้าและนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงเพื่อสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจใหม่ที่มุ่งขับเคลื่อนสู่ประเทศไทย 4.0

รายงานจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา บอกอีกว่า จากการจัดอันดับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กรธุรกิจของกลุ่มประเทศในอาเซียน เมื่อปี 2561 พบว่า ประเทศไทยมีสถิติการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ อยู่ที่ร้อยละ 66 เป็นอันดับที่ 3 ของอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย อันดับที่ 1 ร้อยละ 83 และเวียดนาม อันดับที่ 2 ร้อยละ 74

อย่างไรก็ตาม จากสถิติ 20 อันดับโลกที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์สูงสุด โดยการรวบรวมของ http://www.revulytics.com อัพเดทล่าสุดปลายเดือนกันยายน 2562 มีดังนี้ ประเทศจีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา อินเดีย ยูเครน อิตาลี ไต้หวัน เกาหลี เม็กซิโก เวียดนาม ฝรั่งเศส ตุรกี อิหร่าน เยอรมนี บราซิล โคลอมเบีย อินโดนีเซีย เปรู ประเทศไทย และฮังการี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s