ชายคาพระพิรุณ : 2 มีนาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/476411

ชายคาพระพิรุณ : 2 มีนาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ได้ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งภาคประมง ที่ได้รับผลกระทบด้านการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำไปยังประเทศจีน ซึ่งถือเป็นตลาดหลัก รองจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น จากปัญหาการระบาดของไวรัสดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการชะลอตัว มีความยุ่งยากในการขนส่ง โดยเฉพาะสินค้ากุ้งทั้งแบบมีชีวิตและกุ้งสดแช่เย็นที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่ง และต้องใช้บริการการขนส่งทางอากาศเท่านั้น ซึ่งผลจากการประกาศยกเลิก หรือ ปรับลดเที่ยวบินได้ส่งผลกระทบทำให้สินค้ากุ้งที่เคยส่งออกมีปริมาณลดน้อยลงกว่าในช่วงสภาวะปกติอย่างมาก นี่ยังไม่รวมสัตว์น้ำอื่นๆ และยังจะมีผลกระทบจากการที่จำนวนที่ลดลงของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ โดยกรมประมงประเมินค่าความเสียหายของธุรกิจประมงไทยร่วมพันล้านบาท โดยในเบื้องต้น ทางกรมประมงแจ้งว่าได้เตรียมมาตรการกระตุ้นการบริโภคสัตว์น้ำของกลุ่มลูกค้าภายในประเทศ จัดกิจกรรมให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำที่มีคุณภาพง่ายขึ้น เช่น เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มคลัสเตอร์กุ้งกุลาดำภาคใต้ ด้วยการเปิดให้มีการสั่งจองสินค้ากุ้งกุลาดำสด ไร้สารตกค้าง เกรดส่งออกประเทศจีนโดยตรงจากเกษตรกร ผ่านทางระบบสั่งจองสินค้าสัตว์น้ำออนไลน์ในราคาย่อมเยา ซึ่งเป็นรูปแบบที่กรมประมงจัดกิจกรรมอย่างนี้จะมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว

นอกจากสินค้าประมงแล้ว สินค้าเกษตรอีกด้านที่น่าเป็นห่วงคือ ผลไม้ที่กำลังจะออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกองของภาคตะวันออก ที่มีผลผลิตออกระหว่างเดือนเมษายน – มิถุนายน และมีปริมาณมากในช่วงเดือนมิถุนายน ส่วนผลผลิตลำไยและลิ้นจี่ของภาคเหนือนั้น จะออกระหว่างเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน และลำไยจะออกระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ขณะที่ทางภาคใต้ จะมีผลผลิตมังคุด เงาะ ทุเรียน และลองกองออกระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม และจะมีปริมาณสูงสุดในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียกประชุม คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือ Fruit Board ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแนวทางบริหารจัดการผลไม้ ปี 2563 ที่มุ่งเน้นว่าจะต้องมีข้อมูลการผลิตที่ชัดเจน เพื่อเชื่อมโยงกับตลาดผู้ซื้อได้อย่างเหมาะสม โดยเตรียมแผนเชิงรุก ระดมกำลังตั้งป้อมช่วยเกษตรกรชาวสวน ทั้งจากช่วงฤดูผลไม้ออกตามฤดู ปี’63 และที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ตลาดจีนซื้อผลไม้ลดลง โดยจะใช้กลไกของสหกรณ์เข้ามาบริหารจัดการ ด้วยการประสานกับสหกรณ์ทั่วประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและกระจายสินค้าให้กับผู้ประกอบการจำหน่ายผลไม้ในท้องถิ่น ซึ่งแผนการบริหารจัดการผลไม้ของสถาบันเกษตรกร ปี 2563 มีสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรในภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคใต้ ที่ดำเนินการรวบรวมและจำหน่ายผลไม้ จำนวน 104 แห่ง ใน 31 จังหวัด และมีแผนในการรวบรวมผลไม้จากสมาชิก จำนวน 40,000 ตัน เพื่อกระจายผลผลิตไปยังตลาด Mode Tade, เครือข่ายสหกรณ์, ผู้ส่งออกผลไม้ และผู้ประกอบการค้าทั่วไป โดยจะทำคู่ขนานไปกับการเพิ่มปริมาณการบริโภคทั้งจากคนไทยทั่วประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านระบบตลาดทั้งในรูปแบบของออนไลน์ และออฟไลน์ รวมถึงกระบวนการของ logistic เพื่อเพิ่มความต้องการบริโภคผลไม้ในประเทศให้มากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯได้ประมาณการมูลค่าการส่งออก ผัก ผลไม้สด ในช่วง 3 เดือน (มกราคม-มีนาคม 2563) ว่าจะลดลงร้อยละ 0.33 เมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมดไปจีนในปี 2562 หรือคิดเป็นมูลค่า 940 ล้านบาท แต่หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อไปอีก 6 เดือน (มกราคม-มิถุนายน 2563) จะส่งผลกระทบต่อการส่งออก ผักผลไม้ลดลง เป็นร้อยละ2 เมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมดไปจีนในปี 2562 หรือคิดเป็นมูลค่า 5,278 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงให้ผลของทุเรียน และมังคุด ซึ่งกว่าร้อยละ 50ผลผลิตทุเรียนส่งออกไปยังตลาดจีนโดยเฉพาะทุเรียนสด…ก็คงต้องช่วยกันและเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะครับ

ขุนเกษตรา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s