‘หม่อมเอ็ม อรรถพล’ เผยชีวิตจากเวทีตลกคาเฟ่ สู่นักแสดงเจ้าบทบาทที่งานชุกทั้งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/524991

'หม่อมเอ็ม อรรถพล' เผยชีวิตจากเวทีตลกคาเฟ่ สู่นักแสดงเจ้าบทบาทที่งานชุกทั้งปี

‘หม่อมเอ็ม อรรถพล’ เผยชีวิตจากเวทีตลกคาเฟ่ สู่นักแสดงเจ้าบทบาทที่งานชุกทั้งปี

วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.11 น.

ตลอดระยะเวลาที่เป็นผู้สร้างรอยยิ้ม และ เสียงหัวเราะให้กับทุกคน ตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้คือความสุขของ นักแสดงอารมณ์ดี หม่อมเอ็ม อรรถพล ที่ได้เปิดความในใจในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ว่าไม่เคยรู้สึกว่าเพราะเกิดอยู่ในครอบครัวของ ตลก แล้วต้องถูกผลักดันให้มาเป็น ตลก แต่กลับกันเพราะมีความรักและพรสวรรค์ถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ พร้อมปัดฝุ่นธุรกิจครอบครัวมาทำใหม่แบบไฉไลกว่าเดิมกับ “M’scream” ไอศครีมแสนอร่อยของตัวเองมาแจกให้ชิมกันทั้งสตูดิโออีกด้วย

ทำไมเปลี่ยนมาขาย ไอศครีม ??

หม่อมเอ็ม : ไอศครีมเป็นธุรกิจของคุณพ่อผม คือ มีมาเป็น 10 ปีแล้วเป็นสูตรของคุณพ่อ ส่วนใหญ่แล้วเราก็ทำอยู่ต่างจังหวัดจริงๆแล้วก็เป็น ไอศกรีมบ้านๆไทยๆเลยครับ แต่ว่าเวลาที่คนเขาซื้อของเราไปกินเขาจะรู้สึกว่าแตกต่างตรงที่ว่าของเราจะไม่หวานมาก แต่มันจะเน้นความมัน ความหอม ทำไมถึงใช้สโลแกน หอม มัน เพราะเราไม่อยากใช้คำว่าหวาน แต่ว่าเราไม่ได้ปฏิเสธการใส่น้ำตาลนะ มีแต่ว่าเราใช้ปริมาณน้อย แล้วคือ ไอศกรีม ของเราถึงจะบ้านๆแต่เราก็คัดสรรวัตถุดิบเหมือนกันนะครับ ผมใช้กะทิจากทับสะแกเท่านั้นเพราะว่ามันมีความมันความหอมกว่า และ เราก็ไม่ได้ผลิตอะไรเยอะมากเราผลิตตามสั่งมากกว่าครับ  ในส่วนขนาดของ ไอศกรีม ก็จะเป็นตามที่ลูกค้าต้องการเลยครับ คือ จะมีตั้งแต่ 10 โล 20 โล เป็นถังไปออกงานได้ ตอนนี้ผมเพิ่งเริ่มทำได้ 3 เดือน ผมก็เน้นๆในกรุงเทพฯ และบริเวณรอบๆปริมณฑล ก่อนครับ แต่ถ้าไกลๆมันก็จะมีเรื่องระยะทาง การขนส่ง เวลาเข้ามาเกี่ยว ตอนนี้เราเลยคิดก่อนว่าเราจะขยายยังไงออกไปได้ครับ ถ้าต้องการสั่งซื้อ สามารถติดต่อมาได้ทาง อินสตารแกมผมได้เลยครับ mscream11

ทำธุรกิจด้วยแต่งานในวงการก็ยังเยอะอยู่  ???

หม่อมเอ็ม : ครับผม ก็ถ่ายละครด้วยครับตอนนี้

มองย้อนกลับไปเราเติบโตมาจากในครอบครัว ตลก เราเลือกเข้าสู่เส้นทางนี้เองไหม หรือ มีแรงผลักให้เรามาเป็นตรงนี้

หม่อมเอ็ม : ผมไม่ได้มีความรู้สึกนั้นเลยนะ ผมแค่รู้สึกว่าวันที่พ่อ และ ชาวคณะเขาออกไปทำงานผมอยากไปกับเขาด้วย เพราะเราอยากออกไปข้างนอก เพราะว่าเมื่อก่อนชาวคณะเยอะมากเกือบ 20  คน แล้วเราอยู่บ้านหลังเดียวกัน แล้วพอเขาออกไปทำงานกันหมด ผมต้องอยู่บ้านคนเดียว ผมเหงา มันเงียบมากเลยตามเขาไป แล้วพอเราตามไปบ่อยๆเขาก็เลยจับเราเล่นเลย แล้วเราก็อยากเล่นด้วยเพราะเราอยากลอง แล้วเราก็ถูกผลักไปตอนนั้น คือ หมายถึงว่าแตะๆไปหน่อยดูสิว่าเราชอบไหม แล้วบังเอิญคือ เราเป็นเด็กที่มีความกล้าแสดงออกอยู่บ้าง แบบมุขตลกเขาก็ใส่ๆมาให้เรา เราก็พูดๆ

จากตอนนั้นมันก็เลยกลายมาเป็นตัวตนของเรา หม่อมเอ็ม ก็เลยต้องเป็นตลกไปด้วยไหม

หม่อมเอ็ม : จริงๆผมเป็นอะไรก็ได้ครับ ไม่ได้จำกัดที่เราต้องเป็นแค่ ตลก

แต่เขาคือ ไปเล่นละครเรื่องไหน เหมือนจะเป้นตัวที่แบบ เป็นตัวที่แบบไขเรื่อง หรือ เป็นตัวที่พลิกเรื่องนั้น

หม่อมเอ็ม : จริงๆผมมองว่าทุกตัวละครมีความสำคัญหมดนะ ไม่ว่าจะเป็นพระนาง หรือ ทุกตัวในละครเรื่องนั้นๆ หรือ พี่ที่อยู่หลังกล้อง ทีมงานช่างไฟต่างๆ ผมจะชื่นชมพวกพี่มากเลยนะ และผมรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นบทอะไรผมรู้สึกสนุก ไม่ต้องเป็นตัวเองก็ได้ ไปเป็นคนอื่นบ้างก็ได้ อย่างที่เราไปเล่นคือเรารู้สึกว่าเราจะเป็นคนอื่นได้ไหม

แล้วที่ผ่านๆมาเราเคยได้รับบทแตกต่างจากการที่เป็นตัว หม่อมเอ็ม ไหม

หม่อมเอ็ม : มีบ้างครับ ช่วงหลังมานี้ ได้บทแบบพูดน้อย พูดทีคมๆ ได้บทที่แตกต่างจากเดิมไป ก็จะทำให้คนดูรู้สึกว่าผมสามารถแตกต่างจากเดิมได้นะ

จริงๆอยากเล่นบมไหนมากที่สุด

หม่อมเอ็ม : ตบจูบ ครับ (หัวเราะ)

ถ้าเทียบกับตอนเด็กๆที่เราเข้างสู่วงการในรูปแบบของตลกที่มันต้องมาเล่นสด เล่นบนเวที เล่นกับวง แต่ตอนนี้มันไม่มีแล้ว ตอนนั้นที่เราปรับเปลี่ยนเรารู้สึกอะไรบ้าง

หม่อมเอ็ม : แรกๆก็ยังงงๆนะครับ แต่พอเราเริ่มจับทิศทางได้ ปรับเปลี่ยนเอาคงามตลกจากบนเวที มาใช้ในละคร บางทีเราแค่ปรับมาเป็นตัวละครตัวหนึ่งเราอาจจะไม่ต้องทำจนขำมากมาย แต่ก็จะมีแค่ท่อนหนึ่ง มุขหนึ่งมาเท่านั้น อย่างบางเรื่องเขาเขียนบทมาให้ขำอยู่แล้วสนุกอยู่แล้ว แล้วบางครั้งผู้กำกับเขาไม่ได้อยากให้ความฮาของเราออกไป 100 เปอร์เซ็นต์ เราก็แค่ปรับลงมาให้เข้ากับเรื่องราวของเขา

 แล้ว ตลก กับ ไม่ตลก ชอบอะไร

หม่อมเอ็ม : ชอบทั้งสองแบบเลย คือ ผมเป็นคนมีสองมุม มุมตลกผมก็มี มุมเงียบๆที่ไม่คุยกับใครเลยผมก็มี เราอาจจะมีสวิตอะไรบางอย่างที่เราอาจจะอยากจะมีความเป็นส่วนตัวเราก็ปิดเลย ออกไปอยู่ในโลกของตัวเอง พอเข้ามาเราก็มีความเป็นตัวของตัวเอง

แล้ว คุณพ่อ มีแนะนำในเรื่องของการแสดงไหม

หม่อมเอ็ม : ช่วงหลังๆไม่ค่อยแล้วครับ เพราะว่า คุณพ่อ ของผมตอนนี้บวชเป็นพระ 4 พรรษาแล้วครับ เพื่อให้แด่นายหลวงรัชกาลที่ 9 ครับ ตอนนี้ท่านบวชมา 4  ปีแล้วครับ ท่านคงสบายใจ ความเงียบสงบ แรกๆท่านไปอยู่ชนบทเลย ป่าช้า เลย โชคดีที่ท่านแข็งแรง สุขภาพดีทั้งกายใจเลยครับ ไปหาท่านบ่อยครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s