คำไหนคำนั้น ‘ต่าย สายธาร’ รับปากจะดูแลแม่สีดาแทน ‘อ๊อฟ อภิชาติ’ พร้อมเล่าประสบการณ์การทำงานของหน่วยกู้ชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/525483

คำไหนคำนั้น 'ต่าย สายธาร' รับปากจะดูแลแม่สีดาแทน 'อ๊อฟ อภิชาติ' พร้อมเล่าประสบการณ์การทำงานของหน่วยกู้ชีพ

คำไหนคำนั้น ‘ต่าย สายธาร’ รับปากจะดูแลแม่สีดาแทน ‘อ๊อฟ อภิชาติ’ พร้อมเล่าประสบการณ์การทำงานของหน่วยกู้ชีพ

วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.50 น.

ห่างหายจากวงการบันเทิงไปนาน เพราะไปลุยงานด้านจิตอาสากับมูนิธิร่วมกตัญญู อดีตนางเอกสาว ต่าย สายธาร นิยมการณ์ มาเปิดใจในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ว่ารักในงานการทำงานของหน่วยกู้ชีพ ที่ต้องอยู่กับความเป็นความตายตลอดเวลาเพราะอยากตอบแทนประชาชน นอกจากเรื่องจิตอาสาแล้วเจ้าตัวยังเปิดใจถึงเรื่องที่คอยดูแล แม่สีดา พัวพิมล คุณแม่ของอ๊อฟ อภิชาติ อดีตพระเอกคนสนิทมาด้วยว่าจะดูแลกันไปเรื่อยๆอย่างดี

รหัส 18 นี้คืออะไร

ต่าย : อย่างพี่ท็อป พี่ไทด์จะเป็น 1-2 ใช่ไหมคะ แล้วก็พี่ต้นอธิวัฒน์ก็จะเป็นดารา 4 ต่าย ก็จะเป็น 18 รหัสดาราอย่างเนี้ย เราศิลปินอย่าง พี่ท็อป พี่ไทด์เขาจะดูแลอยู่ ณ ส่วนตรงนี้ ของต่าย จะอยู่ในส่วนของประชาสัมพันธ์มูลนิธิ ก็ช่วยในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ แต่ตัวต่ายเองก็จะเป็นคนที่แบบลงปฏิบัติงานค่ะ เขาเรียกวอ 4 คือปฏิบัติหน้าที่ แล้วอย่างมูลนิธิหลายๆคนจะงงว่า เอ๊ะทำไมมีชุดหลายสี คือถ้าเป็นชุดอย่างนี้สีเขียวเนี่ย จะเรียกว่าชุดอาสา อาสาคือสามารถไปช่วยยกแบกน้ำท่วมอะไรอย่างพี่ท็อปพี่ไทด์ที่ทำ แล้วก็อย่าง ต่าย ใส่ชุดสีขาวกู้ชีพก็จะอยู่ในส่วนของรถพยาบาลโดยที่คุณจะต้องไม่ยุ่งกับศพ คุณอยู่ในส่วนของรถพยาบาลคุณทำคลอดได้ ถ้าเป็นชุดสีเหลืองก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ที่สำหรับเก็บศพโดยเฉพาะ จริงๆแล้วการใส่ชุดที่แตกต่างกันเนี่ย เวลาที่ลงปฏิบัติหน้าที่เนี่ย มันก็จะเป็นในเรื่องของกฎหมายด้วยแล้วก็เป็นในเรื่องของการแยกแยะแยกประเภท

แล้วเห็นเขาบอกว่าอย่างชุดขาว ที่ ต่าย ใส่เป็นดาราเพียงคนเดียวในประเทศไทยเลยที่จบหลักสูตรกู้ชีพนี้?

ต่าย : คิดว่าน่าจะใช่นะคะ เป็น EMT-B emergency medical technician basic คือเรียน110 ชั่วโมง คือ น่าจะเป็นเดือนๆเลยค่ะ แต่ขาดไม่ได้เลยนะคะ  ต่ายจำได้เลยคือไม่ได้เลยค่ะคือ ต่าย จำได้ว่าตอนขึ้นไปเรียน ต่าย ยังให้น้ำเกลืออยู่ ด้วยเพราะห้ามขาดเลยแม้แต่นาทีเดียว ที่เราต้องไปอบรมต้องไปเรียนทุกวันด้วยความกดดัน แต่ภูมิใจที่เราทำได้ แล้วการที่หลายคนมองเห็นว่าการใส่ชุดแล้วมันเท่ห์ มันไม่ได้เท่ห์ตรงชุดหรอกค่ะ มันเท่ห์ตรงนี้มากกว่า(ชี้ที่ศรีษะ)ถ้าเราไปเรียนได้

ก่อนที่มาเป็น ต่าย สายธาร ในวันนี้ เมื่อก่อนได้รับฉายาแหม่มจินตหรา 2 แล้วฉายานั้นเป็นยังไง

ต่าย : ต้องบอกว่าได้รับใบบุญจากพี่แหม่มมากเพราะว่าในช่วงนั้น ต่าย ได้เข้ามาเล่น อนึ่งคิดถึงพอสังเขป เรื่องแรกของอาบัณฑิตฤทธิ์ถกลและพี่สมเกียรติไฟว์สตาร์ ตอนนั้นไฟว์สตาร์เนี่ยเขามีเซ็นสัญญาก็เรียกมาต่ายเป็นเด็กเชียงใหม่เด็กต่างจังหวัด เรียกมาแคสแล้วก็ให้เล่นเป็นพี่แหม่มตอนเด็ก เราเกิดจากพี่แหม่มเลยค่ะ เพราะตอนนั้นก็จะมีผมม้าใช่ไหมคะมีบางมุมที่คล้ายพี่แหม่ม อันนี้ก็ต้องขอบคุณพี่แหม่มแล้วก็ขอบคุณสื่อด้วยขอบคุณค่ะ

ซึ่งตอนนั้นต่ายสายธารถือว่าเป็นดาราวัยรุ่นที่ดังมาก เป็นแบบตัวท็อปเลย แล้ววันนั้นที่เราตัดสินใจมาเป็นจิตอาสาเนี่ยแรงบันดาลใจมันคืออะไร ?

ต่าย : คือพอเรามาทำตรงนี้ อย่างเรียกว่าแรงบันดาลใจ อันนี้ต้องขอบคุณคุณอ๊อฟ อภิชาต เขาเป็นคนที่ชักชวนต่ายมาทำตรงนี้

อ๊อฟเข้าไปก่อน ?

ต่าย : ใช่ค่ะ อ๊อฟทำก่อนในช่วงนู้นที่สนิทกันนะคะ แล้วพอเข้ามาทำต่ายมีความรู้สึกว่า คือสัญชาตญาณของมนุษย์ต่อให้ปากหลายๆคน ต่ายเชื่อเลยค่ะ ต่าย เจอมาหลายคนแล้วที่พูดว่ากลัวเลือดกลัวไม่กล้าทำ แต่พอไปถึงเวลาจริงๆนะ ต่ายบอกช่วยหยิบอันนี้ให้ต่ายหน่อยสิ มันต้องทำอยู่ๆมันจะทำเองโดยอัตโนมัติเพราะนั่นคือสัญชาตญาณของมนุษย์ที่อยากจะช่วยคน แต่บางคนอยากช่วยก็ไม่รู้ว่าจะช่วยวิธีไหนอย่างถูกต้องอย่างนี้ค่ะเพราะฉะนั้นเนี่ยพอได้เข้ามาทำแล้วบวกกับการที่ผู้ใหญ่ทางร่วมกตัญญูเมตตาเราแล้วส่งเรามาเรียนอบรมเป็นกู้ชีพจบมาแล้ว ก็ต้องถามตัวเองว่าไปเรียนมาแล้ว แล้วยังไงต่อไปเรียนมาแล้ว แล้วจะเก็บไว้เป็นกบอยู่ในกะลาแทนที่คุณจะเอาความรู้ที่มีมาเนี่ยไปแบบเผยแพร่ให้กับคนรุ่นหลัง แล้วก็ให้เขาไปต่อยอดไม่ว่าจะเป็นวิทยากรไม่ว่าจะเป็นการไปสอนเด็กๆCPR ไปทำอะไรก็ได้สำหรับคนที่เขาอยู่ห่างไกลความเจริญและเราไปช่วยตรงนั้นก็เลยคิดว่าเอาความที่เราเป็นนักแสดงหรือเป็นดาราเนี่ยมาทำตรงนี้มันก็เป็นใบเบิกทางอย่างหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญที่อยากทำมากที่สุดก็คือการได้ตอบแทนประชาชนของพระราชา

เคยสักนิดไหมที่รู้สึกว่าไม่สนุกเลยไม่ทำแล้ว เคยท้อเคยเหนื่อยบ้างไหม ??

ต่าย : มันมีแต่น้อยมากเพราะว่าบอกเลยว่าการทำงานตรงนี้เราทำงานภายใต้แรงกดดัน บางทีการไปเจอเคสไทยมุงที่มามุงเมื่อก่อนเนอะ ทำไมไม่รีบทำ ทำไมไม่รีบช่วยหรือนั่นนู่นนี่นั่น แต่จริงๆแล้วการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมันมีขั้นตอนของมัน

เคสที่ยากแล้ว แต่เคสที่ยากที่สุดเลยตั้งแต่ต่ายเคยทำมาก็คือเคสสึนามิเป็นยังไงบ้าง ?

ต่าย : สึนามินี่ไปถึงภาพแรกคือลงเครื่อง C130 ไปเนี่ย เห็นเลยอยู่บนหลังคาอยู่แบบ…นึกออกใช่ไหมคะ จำได้ว่าไปในโรงแรมที่หาดป่าตองเพื่อไปเอาศพแล้วไปเจอศพเด็ก แล้วตัวต่ายเองเนี่ยเจอญี่ปุ่น 2 คนตามหาลูกเขาไม่ได้กินน้ำไม่ได้กินข้าว 2 วันนะ  แล้วเด็กอะลูกเขา 5 ขวบ 1 คน 2 ขวบ 1 คน ทีนี่เขาก็บอกว่าให้ตามหาลูกเขาเราไปเจอลูกเขา 1 คน 5 ขวบแต่เสียชีวิตแล้ว ที่เนี่ยเขาก็ยังมีความหวังว่าจะเจอลูกเขาอีกคนก็เจอค่ะ 2 ขวบก็เสียชีวิตเหมือนกัน เขาก็ตีทุบเราใหญ่เลย แต่เราเข้าใจไงการสูญเสียตัวพ่อกับแม่เองก็แย่เพราะว่าอยู่ในป่าแล้วก็ไม่ได้ทานน้ำ ซึ่งมันเป็นเหตุการณ์ที่มันคิดว่าคงไม่ใช่ว่าต่ายรู้สึกแย่คนเดียว หลายๆคนก็รู้สึกหดหู่ แต่ตรงนั้นเนี่ยมันก็ย้อนกลับมาว่าเราดีใจนะที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้เข้าไปช่วย ณ เหตุการณ์นี้ 

ถามนิดนึงสิว่าเห็นขนาดนั้นไปถ่ายรูปขนาดนั้นน่ะ เขามีตามมาที่บ้านหรือมีอะไรแปลกๆบ้างไหม ?

ต่าย : คือเคสที่ถ่ายรูปเนี่ยไม่อยากพูดแล้วนะคะ คือ ณ ตอนนั้นเนี่ยต่ายชวนเพื่อนมานอนที่ห้อง สมัยก่อนเรียนสแตมฟอร์ดใช่ไหมคะ ที่ต่ายมีความรู้สึกว่าต่ายเห็นน่ะ คือเอารูปเขาไว้ในห้อง รูปหน้าชัดมากมันก็มีความรู้สึกว่า 2-3 วันนะคะเห็นหน้าเขา ทำไมมันฝันเดิมๆหน้าเขามาอย่างเนี้ย(เข้ามาใกล้ๆ) พอมาอีกวันทำไมมันฝันอีกแล้วแต่รอบนี้หน้าเขามาติดเราเลยไม่ไหวแล้วไปวัดลาดพร้าวเลย เราเคาะแบบเรียกท่านเจ้าอาวาสตอนนั้นนะคะ รดน้ำมนต์ตอนนั้นเลย อันนี้คือเหตุการณ์แรกๆสมัยแรกค่ะ

ต่าย : แต่การที่เรามาทำหน้าที่ตรงนี้ มันทำให้เราปลงด้วย แล้วอีกอย่างคือเวลาที่เราปลง บางทีต่ายจะคิดเสมอว่าถ้าเราไม่ทำใครจะทำ มีคนมาทำไหมถ้ามีคนมาทำก็จะไม่ทำ แต่ก็ไม่มีคนทำแล้วก็ต้องทำต่อแล้ว อีกอย่างนึงเราก็อยากจะเอาสิ่งเหล่านี้ที่มันเป็นความรู้ มันเป็นสิ่งที่นึงที่เป็นทรัพย์ในตัวที่เราสามารถมอบให้เขาได้ เรามีแก้วแหวนเงินทองไม่ต้องมีเงินเยอะแยะมากมายที่จะให้เขา อย่างทุกวันนี้ต่ายมีทีมงานจิตอาสาต่ายสายธารอย่างนี้ค่ะ ซึ่งเป็นทีมงานก็ค่อนข้างที่จะ 20-30 คนเริ่มเยอะ แต่เป็นทีมงานที่เป็นทำงานภายใต้องค์กรของมูลนิธิร่วมกตัญญู แล้วก็มีทีมงานจากพี่ท็อปพี่ไทด์มาช่วยเวลาที่       ต่ายลงพื้นที่ ลงเคสแจกอาหารหรือไปช่วยคนหรือเคสเร่งด่วนอะไรอย่างเนี้ยค่ะ ไม่ได้แตกแยกออกมาจากมูลนิธินะคะต้องให้เข้าใจด้วยก็ยังอยู่ที่ร่วมกตัญญูเหมือนเดิมทำงานรับใช้มูลนิธิเหมือนเดิม

ความน่ารักของ ต่าย สายธาร นอกจากเป็นคนที่ตอบแทนประชาชนแล้ว ยังดูแลแม่สีดา ซึ่งเป็นแม่ของคุณอ๊อฟผู้ล่วงลับ ดูแลเหมือนคุณแม่ของตัวเองเลย ?

ต่าย : คำว่าสัจจะ สัจจะให้ไปแล้วก็ต้องทำ แล้วอีกอย่างนึงคือต่ายไม่ได้แบบว่าจะมาพูดเพื่อให้คนเห็นว่าฉันเป็นคนดีนะ แต่เราอยากทำให้เห็นว่าเนี่ยคือความว่าสัจจะที่แท้จริง แล้วอีกอย่างนึงคือต่ายมีความรู้สึกว่าคือถ้าด้วยวัยขนาดนี้หรืออะไรอย่างเนี้ย ถ้าเป็นแม่ต่าย ต่ายอยากให้เขาสบายอยากให้เขาอยู่บ้าน แต่หมายถึงคุณแม่สีดาได้ยังแข็งแรงอยู่นะคะ แล้วก็ทางน้องของคุณอ๊อฟเขาก็ยังดูแลอยู่ หลายคนอาจจะคิดว่าน้องไม่ดูแลเหรอ น้องยังดูแลอยู่ เพียงแต่ว่าเขาก็จะต้องมีภาระในส่วนของเขา แต่ว่าในเรื่องส่วนตัวของแม่สีดาเนี่ย ตัวต่ายเองเรียนตรงๆว่าก็ไม่ได้ก้าวก่ายไม่ได้ทราบอะไรมาก

 พาไปทานข้าวไปเจอกันไม่ทอดทิ้งกัน ?

ต่าย : ใช่ๆไปทานข้าวร่วมกัน อะไรอย่างนี้ อันนี้คือสิ่งที่ต่ายทำได้ แล้วก็ไปให้กำลังใจ บางทีก็โทรถามตลอด บางที่แม่ทัก LINE มาหรืออะไรอย่างนี้ ต่ายก็อาจจะไม่ได้ตอบแต่แม่จะรู้ คือเป็นอย่างนี้ตลอดค่ะก็ดูแลกันไปเท่าที่ทำได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s