เนสกาแฟนำเทรนด์ ห่วงใยโลก เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์นำไปรีไซเคิลได้100% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/524795

เนสกาแฟนำเทรนด์ ห่วงใยโลก  เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์นำไปรีไซเคิลได้100%

เนสกาแฟนำเทรนด์ ห่วงใยโลก เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์นำไปรีไซเคิลได้100%

วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของเนสกาแฟ นำทีมโดย โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข, ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

เพราะความห่วงใยต่อคุณและโลกเนสกาแฟ ถือเอาวันดีอย่างวันกาแฟสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี ประกาศความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เนสกาแฟทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2565 เพื่อสร้างสรรค์อนาคตปลอดขยะให้คนไทย สอดคล้องกับพันธกิจระดับโลกของเนสท์เล่ที่มีเป้าหมายเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้รีไซเคิลได้หรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ภายในปี 2568

พร้อมกันนี้ ได้นำร่องเปิดตัวนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ใน 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ เปลี่ยนซองเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรูให้เป็นแบบ Mono Structure ซึ่งผลิตจากพลาสติกตระกูลเดียวกันที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% เป็นครั้งแรกของโลก เป็นการต่อยอดจากการนำร่องใช้ในผลิตภัณฑ์เนสกาแฟโพรเทค โพรสลิม ในช่วงกลางปีนี้ โดยนวัตกรรมดังกล่าวจะถูกขยายผลให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรูทั้งหมดภายในไตรมาส 1 ปี 2564

พร้อมกันนี้ ยังมีการเปลี่ยนเนสกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มจากกระป๋องเหล็กให้เป็นกระป๋องอะลูมิเนียม เพื่อให้สามารถรีไซเคิลได้ 100% ได้ครบทั้งหมด ภายในเดือนตุลาคมปีนี้ หลังจากทยอยเปลี่ยนมาใช้กระป๋องอะลูมิเนียมใน 2 รสชาติ คือ ลาเต้ และ แบล็กไอซ์ตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา และล่าสุดคือเอสเปรสโซ โรสต์

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะพลาสติกที่แปลกปลอมอยู่ในทะเล เป็นปัญหาเร่งด่วนระดับโลกที่ทุกคนต้องร่วมมือกันรับผิดชอบ ตั้งแต่ต้นน้ำ หรือผู้ผลิต ไปถึงปลายน้ำอย่างผู้บริโภครวมไปถึงการจัดการขยะที่ถูกวิธี เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลของกรมมลพิษเมื่อปี 2562 พบว่าคนไทยสร้างขยะพลาสติกมากถึง 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน และมีขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยประมาณ 27.04 ล้านตันต่อปี

วิคเตอร์ เซียห์

“ขยะพลาสติกมันมหาศาล เราต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างเป็นระบบ การที่เนสกาแฟลุกขึ้นมาประกาศพันธกิจสู่ความยั่งยืนเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้นำไปรีไซเคิลได้ 100% ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค ผมว่าการจะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เดิมให้ง่ายต่อการรีไซเคิล ต้องลงทุนทั้งด้านทีมงานและเทคโนโลยีในการวิจัยพัฒนา ตลอดจนความกล้าเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง เพราะต้องใช้เวลาให้ความรู้และผลักดันการเปลี่ยนแนวความคิดและเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในส่วนอื่น ๆ อีกด้วย ผมเชื่อว่า หากผู้ผลิตและผู้บริโภคร่วมมือกันอย่างจริงจัง ภารกิจในการเปลี่ยนโลกของเราให้น่าอยู่จะเป็นจริงได้ครับ”

นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า “การจัดการขยะพลาสติกเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด เราจึงเป็นผู้นำในการประกาศเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เนสกาแฟครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของเนสท์เล่ในประเทศไทย ให้นำไปรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2565 ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจด้านความยั่งยืนของเนสท์เล่ระดับโลก”

นางสาวนาริฐา วิบูลยเสข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟปรุงสำเร็จ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราภูมิใจมากที่ทีมวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของเนสท์เล่ประเทศไทยได้เป็นผู้ริเริ่มพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกอย่างซองแบบ Mono Structure ที่ผลิตจากพลาสติกตระกูลเดียวกัน และสามารถนำไปรีไซเคิลได้เป็นครั้งแรกของโลกได้สำเร็จให้คนไทยได้ใช้กันเป็นประเทศแรก นวัตกรรมซอง Mono Structure ได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่เหมือนกับซองกาแฟปัจจุบันมากที่สุด เพื่อกักเก็บรสชาติ กลิ่นหอม และความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ในซองจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภค ซึ่งข้อดีที่แตกต่างคือ ซอง Mono Structure สามารถนำไปรีไซเคิลได้ โดยต้องมีการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง”

จากความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนนี่เอง จึงเป็นที่มาของแคมเปญเนสกาแฟ เดย์ในปีนี้ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เชื่อมทุกความผูกพัน ชงเพื่อความยั่งยืน” ชวนคอกาแฟทั่วประเทศมาร่วมรักษ์โลก ด้วยการโชว์เคสไอเดียการอัพไซคลิ่งบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำซองผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรูที่คอกาแฟส่งมาร่วมชิงโชคทุกปี ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 100 ล้านซองมาเพิ่มมูลค่าด้วยการอัพไซคลิ่งเป็นวัสดุรักษ์โลกอย่างไม้เทียม (Wood Plastic CompositeWPC) สำหรับทำเป็นโต๊ะอาหารเพื่อมอบให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ 100 แห่ง พร้อมกับนำไปใช้ตกแต่งเนสกาแฟฮับ 7 สาขา ได้แก่ 2 สาขาใหม่คือ BTS เพลินจิต และหมอชิต และจะทยอยเปลี่ยนใน 5 สาขาเดิม คือ BTS ชิดลม อารีย์ อนุสาวรีย์ชัยฯ ศาลาแดง และช่องนนทรี และตกแต่งเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ ด้วย

นาริฐา วิบูลยเสข, ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s