‘กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ’ หนุนทุ่งกุลาร้องไห้ ยกระดับข้าวหอมมะลิออร์แกนิกสู่ตลาดโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/520207

‘กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ’หนุนทุ่งกุลาร้องไห้  ยกระดับข้าวหอมมะลิออร์แกนิกสู่ตลาดโลก

‘กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ’หนุนทุ่งกุลาร้องไห้ ยกระดับข้าวหอมมะลิออร์แกนิกสู่ตลาดโลก

วันพุธ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

น.ส.กรชวัล สมภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซจำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงโครงการสนับสนุนชาวนาในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ว่า ในฐานะที่ตนเป็นคนหนึ่งซึ่งเกิดในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ผ่านมาเห็นราคาข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ตกต่ำอย่างต่อเนื่องและชาวนาก็ยังยากจน ทั้งที่ข้าวหอมมะลิของไทยมีความต้องการสูงมากในตลาดโลก โดยพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ บริเวณ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด เป็น 1 ใน 5 แหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของไทย

และจากการที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับกรมการข้าว ได้ขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (Khao Hom Mali Thung Kula Rong Hai) กับสหภาพยุโรป (EU) เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2551 และสหภาพยุโรปได้รับขึ้นทะเบียนข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้แล้ว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. 2556 เป็นต้นมา ทำให้บริษัท ร่วมกับชาวนาในพื้นที่ ทำงานร่วมกันเพื่อมุ่งสู่ความเป็นคลัสเตอร์แปลงนาข้าวหอมมะลิออร์แกนิกภาคอีสาน ปัจจุบันมีแปลงนาในพื้นที่ของกลุ่มรวมกว่า 50,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด

ได้แก่ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ มหาสารคาม ศรีสะเกษ และยโสธร ในจำนวนนี้เป็นแปลงนาของ บ.กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำนวน 500 ไร่ และยังวางเป้าหมายที่จะขยายคลัสเตอร์แปลงนาให้เพิ่มมากขึ้น คาดใน 5 ปี จะมีคลัสเตอร์แปลงนารวม 200,000 ไร่ ทั่วประเทศ ในส่วนของผลการดำเนินงานในปี 2563 ของกอระเอ็นเตอร์ไพร์ซ คาดว่า จะสร้างรายได้มากกว่า 250 ล้านบาท เติบโตจากปี 2562 กว่า 500% หรือมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท

“จุดมุ่งหมายเพื่อให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้กลับมาประกอบอาชีพในผืนนาของพ่อแม่ และร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดให้เป็นฐานการผลิตข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลก และต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวที่มีคุณภาพสูงออกสู่ตลาดโลก เพื่อให้ชาวนาไทยไม่ยากจนด้วยเกษตรนวัตกรรม เพราะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของราคาข้าวหอมมะลิออร์แกนิกในไทยอยู่ที่ 250 บาทต่อกิโลกรัม และตลาดต่างประเทศอยู่ที่ราคา 500-1,000 บาทต่อกิโลกรัม และตอนนี้เรายังถือเป็นบริษัทที่รับซื้อข้าวที่ให้ราคาดีที่สุดด้วย คือ ให้ราคาอยู่ที่ 16,000-20,000 บาทต่อตัน” น.ส.กรชวัล กล่าว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s