“จตุพร” ซัด “รัฐบาล-รัฐสภา” เอาตัวรอด ไม่ช่วยปกป้องสถาบันฯอย่างแท้จริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/449502

“จตุพร” ซัด “รัฐบาล-รัฐสภา” เอาตัวรอด ไม่ช่วยปกป้องสถาบันฯอย่างแท้จริง

"จตุพร" ซัด "รัฐบาล-รัฐสภา" เอาตัวรอด ไม่ช่วยปกป้องสถาบันฯอย่างแท้จริง19 พฤศจิกายน 2563 – 10:46 น.

“จตุพร” ซัด รัฐบาล-รัฐสภา เอาตัวรอด ไม่ช่วยปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง จี้ “บิ๊กตู่” สอบรัฐมนตรีขนเสื้อเหลืองมาปะทะ ชี้ รธน.60 จะจบที่คณะรัฐประหารฉีก

19 พ.ย. 63 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงกรณีที่รัฐสภาไม่รับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับประชาชน (ไอลอว์) ว่า การที่ทุกคนไม่ช่วยกันหาทางออก เท่ากับเป็นการผลักไสให้ผู้ชุมนุมพุ่งเป้าหมายไปที่ข้อเรียกร้องข้อที่ 3 คือการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์แต่เพียงข้อเดียว ซึ่งทุกคนต่างรู้ว่าเมื่อวานหากมีการรับหลักการทั้ง 7 ร่าง แล้วไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ

อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ยังมีมาตรา 255 ที่จะควบคุมการแก้ไขเอาไว้ โดยไม่สามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ ส่วนการที่มีความพยายามจะปั่นกระแสว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับไอลอว์จะทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศไทยนั้น ก็ไม่มีข้อเท็จจริงปรากฎอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำให้ใครกลับบ้านได้ 

ทั้งนี้ นายจตุพร ยังกล่าวว่า นอกจากไม่มีการพยายามช่วยหาทางออกให้กับสถานการณ์แล้ว ยังมีข้อสงสัยว่าคนของรัฐก็ร่วมในการสร้างสถานการณ์โดยการนำคนเสื้อเหลืองที่กลับไปแล้วกลับเข้ามาอีกเพื่อให้เกิดการปะทะ และจะใช้มาตรการ เช่น การประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือจะเพิ่ม พ.ร.บ.ฉุกเฉินเข้ามา และปิดท้ายด้วยการรัฐประหาร

“ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องสอบสวนรัฐมนตรีร่วมคณะ ว่าคนเสื้อเหลืองที่มาชุดหลังใครเป็นคนเอามา ผมพยายามเรียกร้องกันมาตั้งแต่ต้นว่า กลุ่มการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือจะเป็นนักการเมือง อดีตนักการเมือง ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องไม่นำเสื้อเหลืองเข้ามาสวมใส่ เสื้อเหลืองควรจะเป็นส่วนเฉพาะให้กับพสกนิกรของพระเจ้าแผ่นดิน จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนเสื้อเหลืองที่ไปแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีก็จะเป็นไปด้วยความงดงาม ความเรียบร้อย แต่เสื้อเหลืองที่มาจากนักการเมืองหรือคนทางการเมือง มักแสดงความก้าวร้าว รุนแรงพร้อมจะปะทะ” นายจตุพร กล่าว 

ส่วนการอ่านคำวินิจฉัยกรณีการอาศัยบ้านพักราชการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ นายจตุพร เชื่อว่าลึกๆสังคมมีความหวังว่านี่จะเป็นจุดคลี่คลายของสถานการณ์ ซึ่งไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรตนไม่ไปก้าวล่วง แต่เชื่อว่าการวินิจฉัยในวันดังกล่าวไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใดก็ตามจะนำไปสู่สถานการณ์ที่มีความแตกต่างกัน

นายจตุพร ยังกล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่านายกรัฐมนตรีเป็นปัญหา อย่างเช่นกรณีคดี ม.112 ที่นายกรัฐมนตรีได้พูดว่าใครจะพูดอะไรก็ได้ในหลวงไม่เอาความผิด ถือว่าเป็นการเปิดประตู แต่เจตนารมย์จริงๆของคดีคือต้องการไม่ให้ใครก็ได้ไปฟ้องร้องคดี แต่เป็นการให้อำนาจเฉพาะอัยการสูงสุดเป็นโจทย์เท่านั้น แต่การพูดของนายกรัฐมนตรีเป็นการไปเปิดประตู และเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาตั้งแต่วันนั้น

ดังนั้นจะเห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้แก้ไขเรื่องความแตกแยกและความสมานฉันท์อย่างแท้จริง ทั้งที่เข้ามาด้วยข้ออ้างว่าคนในชาติเกิดความแตกแยก ซึ่งที่ผ่านมาคู่ขัดแย้งเดิมต่างให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด

“ในแต่ละเรื่องราวถ้านายกรัฐมนตรีได้มองสถานการณ์ว่า ถ้าไม่ช่วยแบกรับเรื่องรัฐธรรมนูญ หรือปัญหาต่างๆที่ตัวเองจะต้องเสียสละเป็นคนแรก หรือเรื่องรัฐธรรมนูญเพียงท่านเปล่งวาจาว่าจะให้ผ่านแล้วไปแก้ในวาระที่2 ผมเชื่อว่าทั้ง ส.ว.และพรรครัฐบาลก็รับกันไปทั้ง 7 ร่าง วัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น แล้วไปว่ากันในชั้นคณะกรรมาธิการ ก็จะลดทอนปัญหา แทนที่จะพุ่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์ แปลว่าทั้งรัฐบาลและรัฐสภาต่างช่วยเป็นด่านหน้าแบกรับ ซึ่งควรจะเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่ว่าตัวเองเอาตัวรอด แล้วให้สถาบันพระมหากษัตริย์ได้รับผลกระทบ อันนี้เป็นเรื่องที่ควรต้องได้รับการตำหนิ” นายจตุพร กล่าว 

นอกจากนี้ นายจตุพร ยังขอพยากรณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า ไม่มีวันจะได้รับการแก้ไขโดยเด็ดขาด เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ที่จะถูกฉีก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทั้งการขนกำลังเพื่อให้เกิดการปะทะกันเป็นเงื่อนไขเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกฉีก เพราะฉะนั้นมีการออกแบบมาตั้งแต่ต้นว่าไม่ได้ร่างไว้เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ แต่มีไว้เพื่อส่งให้กับคณะรัฐประหารชุดใหม่ 

“เพราะฉะนั้นการที่ไม่รักษาบรรยากาศทั้ง 2 วันมันชี้ได้ชัดว่า ต่างก็รู้ปลายทางว่าอย่างไรก็ตามนั้นมันต้องจบเหมือนที่เคยจบ เพียงแต่ว่าสถานการณ์ในขณะนี้มันเปราะบาง แต่ก็อ่านออกกันได้ว่า ทั้งรัฐบาลและรัฐสภาต่างไม่ช่วยเป็นด่านหน้าเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริงถ้าสองส่วนนี้ต่างช่วยกันผมเชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แต่นี่พิสูจน์ได้ชัดว่าต่างคนต่างเอาตัวรอด ไม่ได้ปกป้องสถาบัน” นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s