‘ศธ.’ สั่งเยียวยาเด็กโดนทำร้าย รร.รับผิดทุกอย่าง-พบทำผิดอื้อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/521522

'ศธ.'สั่งเยียวยาเด็กโดนทำร้าย รร.รับผิดทุกอย่าง-พบทำผิดอื้อ

‘ศธ.’สั่งเยียวยาเด็กโดนทำร้าย รร.รับผิดทุกอย่าง-พบทำผิดอื้อ

วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2563, 16.40 น.

ศธ.ประสาน สธ.เยียวยาเด็กถูกพี่เลี้ยงทำร้าย ด้าน ร.ร.ยอมรับผิดทุกอย่างพร้อมช่วยดำเนินคดี พบ ร.ร.สารสาส์นฯทำผิดอื้อ 

28 กันยายน 2563 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานการประชุมหารือการแก้ไขปัญหากรณีครูพี่เลี้ยงโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ทำร้ายนักเรียนอนุบาลรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยมีตัวแทนผู้ปกครองและเด็กที่ถูกทำร้าย , คณะผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ , นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน , นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน , นพ.จุมภฎ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต , พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชครินทร์ , ศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี , พ.ต.ท.มหพล มีเสน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.ชัยพฤกษ์ นนทบุรี เข้าร่วมหารือที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

นางกนกวรรณ กล่าวภายหลังการหารือว่า ทางโรงเรียนสารสาสน์ฯ ยอมรับผิดทุกอย่าง รวมถึงจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และในส่วนของตำรวจก็จะอำนวยความสะดวกกับผู้ปกครองในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด นอกจากนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทางโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมเยียวยาเด็กที่ได้รับผลกระทบโดยจะส่งนักจิตวิทยาเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งตนมอบหมายให้นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. เข้าไปเกาะติดเหตุการณ์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“ศธ.และ สธ.จะสร้างกระบวนการการดูแลจิตใจของนักเรียนโรงเรียนเอกชนต่อไป ทั้งนี้ ทางโรงเรียนสารสาสน์ฯ ก็รับผิดทุกอย่างและจะสนับสนุนผู้ปกครองในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย ทางตำรวจจะจัดพื้นที่รองรับเพื่อให้ความสะดวกกับผู้ปกครองที่จะมาร้องทุกข์เพิ่มเติม”

นางกนกวรรณ กล่าวต่อว่า คำว่าครูพี่เลี้ยงไม่มีในระบบโรงเรียนเอกชน มีแต่พี่เลี้ยงเด็กเท่านั้น ซึ่งมาตรการป้องกันเรื่องเหล่านี้ สช.มีมาตรการอยู่แล้ว ที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้เพียงพอ หลังจากนี้ไป จะมีการปรับปรุงแก้ไขมาตรการ โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนทุกแห่งจะต้องประกาศให้ผู้ปกครองรับทราบว่ามีครูที่มีใบประกอบวิชาชีพกี่คน มีพี่เลี้ยงเด็กในโรงเรียนกี่คน และต้องมีกระบวนการคัดสรร คัดกรองนำเข้าบุคคลเหล่านี้อย่างถูกระเบียบเคร่งครัดด้วย และต้องรายงานให้ สช.ทราบ หากโรงเรียนใดไม่ปฏิบัติตาม ศธ.และ สช.ต้องมีมาตรการลงโทษ อย่างเข้มข้น

“จากการประชุมร่วมกัน ผู้ปกครองต้องการให้ศธ. และสช. เข้าไป ช่วยเหลือและทำให้โรงเรียนออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางโรงเรียนก็ได้ชี้แจงและยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่างแล้ว ซึ่งผู้ปกครองมีความเข้าใจในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ดิฉันได้ประสานหน่วยงานต่างๆ มาสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง ว่าดิฉันจริงใจในการเตรียมความพร้อม เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจ นอกจากนี้ ดิฉันยังได้ส่งคณะทำงานของดิฉันลงไปช่วยเหลือประสานกับผู้ปกครองเรื่องการดำเนินคดี ไม่ได้ปล่อยให้ส่วนราชการดำเนินการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนกรณีที่มีคลิปครูชาวต่างชาติทำร้ายเด็กด้วยนั้น หากตรวจสอบพบว่าทำร้ายเด็กและมีความผิดจริงก็จะประสานกับ ตม. เพื่อดำเนินคดีกับครูรายนี้ด้วย ซึ่งดิฉันได้เน้นย้ำ สช. ต่อไปการรับครูชาวต่างชาติต้องมีความเข้มข้น จะต้องตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน และมีหนังสืออนุญาตการทำงานสำหรับครูต่างชาติด้วยหรือไม่” นางกนกวรรณ กล่าว 

นางกนกวรรณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้ปกครองบางส่วนที่ประสงค์จะให้ลูกย้ายไปเรียนที่อื่น ตนจึงได้สั่งการให้ สช.ดำเนินการช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการย้ายโรงเรียนให้กับนักเรียนต่อไป สำหรับกรณีที่มีเด็กที่ถูกกระทำจำนวนเท่าใด มีเด็กถูกทำร้ายกี่ครั้งและจะมีครูที่ทำร้ายนักเรียนเพิ่มเติมอีกกี่คนนั้น ตนยังไม่สามารถบอกได้ แต่ขณะนี้ได้ประสานทางตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงเรียนแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากผู้ปกครองและตำรวจ

ด้าน นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. กล่าวสรุปผลการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง ผู้ปกครอง สถานศึกษา และส่วนราชการ มี ศธ. สช.สธ. กศจ.นนทบุรี และ สภ.ชัยพฤกษ์ ว่าที่ประชุมจะดูแลเด็กๆที่ได้รับผลกระทบ โดยสถาบันจิตวิทยาเด็กและเยาวชนราชนครินทร์ รพ.รามา จะดูแลตรวจสุขภาพกายว่า ได้รับบาดเจ็บอย่างไร และตรวจและฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กที่ถูกกระทำ และกรมสุขภาพจิตเสนอว่าให้ดูแลเด็กอื่นๆที่อยู่ภายในโรงเรียนเดียวกันด้วย กรมสุขภาพจิตจะเข้าไปช่วยจัดกิจกรรมสร้างสรรเพื่อให้เด็กได้แสดงออกและผ่อนคลาย สำหรับในส่วนของการลงโทษพี่เลี้ยงเด็กที่ทำผิด ขณะนี้ทางโรงเรียนได้ไล่ออกไปแล้ว พร้อมจะดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้ผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบได้ลงบันทึกประจำวันแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ จะเข้าไปเก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดเพื่อดูย้อยหลังทุกห้องที่พี่เลี้ยงเด็กก่อเหตุเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อนำมาตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อลงโทษคนกระทำผิดอย่างจริงจัง

“วันนี้ ทาง ร.ร.สารสาส์นฯ ได้ให้ข้อมูล ว่าได้ลงโทษพี่เลี้ยงเด็กที่ทำผิดและคนที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์โดยให้ออกจากงานแล้วรวม 8 คน และลงโทษ ตักเตือนคนที่แสดงความเห็นที่ไม่เหมาะสมและ ศธ.ได้ให้ทางโรงเรียนสารสาส์นฯ ปรับระบบการบริหารจัดการของโรงเรียนใหม่ ทั้งด้านงานวิชาการ การบริหาร เรื่องอาหารกลางวัน เรื่องการเก็บค่าเล่าเรียนเกินและการรับครู โดยให้โรงเรียนออกเป็นมาตรการเพื่อชี้แจงกับผู้ปกครองนักเรียนทั้งหมด ในวันที่ 29 ก.ย.นี้ และขอให้ผู้ปกครองสบายใจว่า หากการดำเนินการของเด็กที่ถูกกระทำมีค่าใช้จ่าย ทางโรงเรียนจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะปัญหาเกิดขึ้นจากโรงเรียนและทาง ศธ.จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด” นายกมล กล่าว

ขณะที่ นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวว่า สช. ได้กำชับโรงเรียนสารสาส์นฯให้ส่งข้อมูลในกล้องวงจรปิดทั้งหมดทุกห้องให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบเป็นพยานวัตถุและห้ามโรงเรียนตัดทอน ซึ่งทางโรงเรียนก็รับปากจะดำเนินการให้และคนที่จะเข้าไปสอนในโรงเรียนเอกชนได้ ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภา เนื่องจากครูเป็นวิชาชีพควบคุม หากใครไม่มีใบประกอบวิชาชีพตัวจริงที่มีอายุ 5 ปี ก็ต้องมีใบอนุญาตจากคุรุสภา ซึ่งใช้เฉพาะโรงเรียนนั้นได้ไม่เกิน 2 ปี หรือใบอนุญาตฝึกสอน ส่วนครูพี่เลี้ยงไม่มีในสารบบ และ สช. ก็ไม่กำหนดให้ห้องเรียน EP มีพี่เลี้ยงเด็กด้วย และสช.กำหนดห้องเรียน EP ต้องมีนักเรียนไม่เกินห้องละ 25 คนเท่านั้นแต่เท่าที่ฟังผู้ปกครองรายงานพบว่ามีนักเรียน EP 34 คนต่อห้อง จึงให้ทางศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี (ศธจ.) ไปตรวจสอบ หากเกิน 25 คน ศธจ.ก็ต้องสั่งให้ทางโรงเรียนแก้ไขโดยด่วน ซึ่งห้องเรียน EP จะต้องเสนอขอความเห็นชอบจาก รมว.ศธ.และการกำหนด ห้องละ 25 คน ก็เพื่อให้ครูดูแลเด็กได้ทั่วถึงและให้เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาอย่างเดียว ห้ามเก็บค่าอย่างอื่นเพิ่มอีก แต่เท่าที่ตรวจพบเบื้องต้น โรงเรียนสารสาส์นฯมีการเรียกเก็บค่าอย่างอื่นอีก ซึ่งถือว่าทำผิดใบอนุญาต จึงต้องแจ้งทางโรงเรียนแก้ไข หากไม่ปฏิบัติ ศธจ. สามารถสั่งให้งดรับนักเรียนทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้

“สช.ก็จะใช้โอกาสนี้ตรวจสอบ ก่อนนี้ผมได้แจ้งให้ผู้บริหารโรงเรียนสารสาส์นฯแล้วว่า สช.มีข้อมูลโรงเรียนในเครือสารสาส์นฯทั่วประเทศ 42 แห่ง  ว่าขณะนี้ สช.ได้รับหนังสือร้องเรียนมาว่า 34 แห่ง แต่ละแห่งมีการร้องเรียนเรื่องการบุลลี่กัน การสอนของครู การเก็บค่าธรรมเนียม ครูตีเด็ก ครูตัดผมเด็ก ซึ่งขณะนี้ สช.ได้นำเรื่องร้องเรียนเสนอต่อ รมช.ศธ.แล้ว และเตรียมตั้งคณะทำงานออกไปตรวจสอบทุกโรงเรียน เพื่อจัดระเบียบสังคมของโรงเรียนเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังพบว่าโรงเรียนสารสาส์นฯใน 43 แห่งทั่วประเทศ ได้เปิดสอน EP 23 แห่ง ก็จะเข้าไปตรวจสอบ รวมถึงตรวจสอบโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศด้วยเพื่อจัดระเบียบ”

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ที่ประชุมเสนอว่าให้โรงเรียนเอกชนติดกล้องวงจรปิดที่มีจอมอร์นิเตอร์โชว์ที่สาธารณาเข้าถึงหรือให้ผู้ปกครองเห็นภาพได้ และต่อไปนี้โรงเรียนเอกชนจะต้องโชว์ภาพถ่าย เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และวันหมดอายุของครูทุกคนให้เห็นในสถานที่ที่เปิดเผยในโรงเรียนและในเวบไซต์ และในห้องเรียนทุกห้องต้องมีภาพถ่ายครู เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ปกครองช่วยเป็นหูเป็นตา หากวันใดโรงเรียนส่งคนอื่นมาสอนแสดงว่าโรงเรียนกำลังทำผิด ตาม พ.ร.บ.ครูมีโทษ จำคุก 2 ปี สำหรับคนที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ถ้าผอ.แอบอ้างจ้างคนไม่มีใบประกอบวิชาชีพมาเป็นครูสอน โทษจำคุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่น ซึ่งขณะนี้ รมว.ศธ. และ รมช.ศธ.สั่งให้เอาจริงในเรื่องนี้ และใช้มาตรการขั้นเด็จขาด เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้ทำให้วงการศึกษาเสียหาย” เลขาธิการ กช. กล่าว

ส่วน พ.ต.ท.มหพล มีเสน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.ชัยพฤกษ์ นนทบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้น ทางตำรวจ ได้สอบปากคำผู้ปกครองเด็กรวม 8 ราย ที่แจ้งความ และทางตำรวจได้ทำบันทึกส่งตัวเด็กไปตรวจชันสูตรบาทแผลการถูกทำร้ายที่โรงพยาบาล  ขั้นตอนต่อไปทางตำรวจก็จะสอบปากคำเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบ ต่อหน้าสหวิชาชีพด้านสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา และผู้ปกครองเข้าร่วมด้วย และมีผู้ปกครองเข้าขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดด้วย  ส่วนความผิดของพี่เลี้ยงที่กระทำผิด ก็มีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และทำร้ายจิดใจ ซึ่งในทางร่างกายอาจจะไม่กระทบกระเทือนมาก แต่กระทบกระเทือนทางด้านจิตใจมาก เพราะน้องยังเด็กจึงมีผลค่อนข้างเยอะ ซึ่งผู้ปกครองแจ้งว่าน้องมีอาการหวาดกลัวไม่อยากไปโรงเรียน มีอาการเงียบซึมซึ่งมีผลทางด้านจิตใจค่อนข้างสูง  และมีการทารุนกรรมเด็ก และมีการหน่วงเหนี่ยวกักขัง เรื่องสิทธิเสรีภาพ มีดึงหู ดึงผม ทุบตีเด็กด้วย ซึ่งทางตำรวจก็จะเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหากับผู้กระทำผิด และทางสธ.ก็ต้องเข้าไปประเมินผลด้านสภาพจิตใจของน้องและเยียวยาจากผลกระทบต่อไป 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s