‘นุ้ย-บุ๊คโกะ’ สนิทมากจนสละของรักให้กันได้ พร้อมเผยเรื่องขนลุก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘นุ้ย-บุ๊คโกะ’สนิทมากจนสละของรักให้กันได้ พร้อมเผยเรื่องขนลุก (naewna.com)

'นุ้ย-บุ๊คโกะ'สนิทมากจนสละของรักให้กันได้ พร้อมเผยเรื่องขนลุก

‘นุ้ย-บุ๊คโกะ’สนิทมากจนสละของรักให้กันได้ พร้อมเผยเรื่องขนลุก

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 18.10 น.https://www.youtube.com/embed/munR9NB3vP4

“นุ้ย-บุ๊คโกะ” สนิทมากจนสละของรักให้กันได้? พร้อมเผยเรื่องขนลุก! เคยเจอผีมาขอส่วนบุญ!!

ดีเจนุ้ย ดีเจบุ๊คโกะ สองเพื่อนซี้ที่รู้ใจกันทุกเรื่องไม่เคยทะเลาะกันเลย สนิทกันมากขนาดสละผู้ชายให้กันได้ งานนี้ทั้งคู่มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บshow ทางช่องวัน 31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร

จริงๆ คู่นี้เริ่มต้นจากการเป็นนักข่าวสายบันเทิง?

ดีเจบุ๊คโกะ : บุ๊คโกะเริ่มต้นจากการเป็นนักข่าวช่องเคเบิ้ลแห่งหนึ่งพี่คงจำไม่ได้ เพราะตอนนั้นไม่ได้เป็นแบบนี้

ดีเจนุ้ย : บุ๊คโกะเขาเริ่มจริงๆ เขาเล่นหนังมาก่อน

ดีเจบุ๊คโกะ : พี่รงค์ ไปแคสที่บ้านเลย ตอนแรกคิดว่าเราเป็นผู้หญิงอ้วน มาแคสแล้วให้บทผู้หญิง แต่เราบอกว่าไม่ใช่ บทนั้นไม่ใช่เรา เขาบอกเอาอย่างนี้แล้วกัน มีบทนึงเหมาะกับหนู แต่หนูจะเล่นได้ไหม มันท้าทาย เปิดตัวแบบเซ็กซี่สตาร์ เราไม่รู้ว่าอะไร เราบอกว่าโอเคได้ พอได้เล่น อ่านบทปุ๊บเลยได้รู้ว่าเป็นฉากโชว์ตูด แล้วคุณโชว์ตูดอยู่ที่ระยองครึ่งวัน แห้งไปหมด แต่ก็คุ้ม

ดีเจนุ้ย : เข้าวงการมาแบบนั้น แล้วเราเป็นพี่ร้องกันที่มหาวิทยาลัยด้วย

พี่บุ๊คโกะเข้ามาอยู่ในเอไทม์ ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับพี่นุ้ย?

ดีเจบุ๊คโกะ : เกี่ยวข้อง เพราะพี่นุ้ยมาเจอบุ๊คโกะจริงๆ เลยคืองานประกวดดาว-เดือน แล้วจำได้เลยว่าเขาอยู่ EFM เพราะเราชอบฟังแฉ เราก็ยิ้มให้เขา ตอนนั้นเราไม่ได้โฟกัสใครนอกจากผู้ชาย แต่เขาก็มาคุยกับเรา ขอเบอร์บอกว่าจำได้เราเคยเล่นหนัง ตอนแรกเราก็คิดว่าขอไปปกติ แต่หลังจากนั้น 4 ทุ่มโทรหาทุกวันเลย เพื่อให้เล่าเรื่องตลกทุกวัน

ดีเจนุ้ย : เรานั่งอยู่ชั้น37 แกรมมี่ อยู่กับครีเอทีฟ เราก็โทรไปให้เขาเล่าให้ฟัง

จะบอกว่าสองคนนี้สนิทกันมาก เวลาไปเที่ยวดิลผู้ชายกันลงตัวมาก?

ดีเจบุ๊คโกะ : บุ๊คโกะขอเล่าในส่วนของบุ๊คโกะก่อน คือเราจะรู้สไตล์ของพี่นุ้ย ว่าพี่นุ้ยชอบแบบไหน พี่นุ้ยชอบแนวหมีๆ น่ารักๆ มีรอยสัก อยากเห็นรอยสัก อยากเลียนอยสัก

ดีเจนุ้ย : บุ๊คโกะสไตล์เดาหลี ขาว ตี๋ สไตล์ใกล้ๆ กัน เขาชอบเด็กๆ

เคยมีชนกันบ้างไหม ที่ชอบเหมือนกัน?

ดีเจบุ๊คโกะ : มันมีอยู่เหตุการณ์นึง มีผู้ชายคนนึง เราไปทำงานด้วยกัน เป็นเวทีประกวดระดับประเทศเวทีนึง เสร็จแล้วน้องคนนี้นั่งอยู่หน้าเรา เราช้าไปเสี่ยววินาทีเดียว

ดีเจนุ้ย : ถ้าเป็นคนนี้เราคุยกันทุกวันเลย วันดีคืนดีน้องมา แล้วพูดว่า

ดีเจบุ๊คโกะ : พี่นุ้ยคนนี้พี่ชอบไหม ถ้าไม่ชอบขอได้ไหม หนูก็ถามว่าพี่นุ้ย พี่คุยกับผู้ชายคนนี้อยู่ไหม ถ้าไม่คุยเราขอได้ไหม

ดีเจนุ้ย : ไม่รู้เบลออะไร จากที่คุยกันทุกวัน กลับถึงบ้านบล็อกเขา

ทำไมให้บุ๊คโกะละ?

ดีเจนุ้ย : เขาเดินมาขอ แล้วเราบอกถ้าไปคุยต้องเป็นเรื่องเป็นราว แต่นี่ไปคุยไม่ได้เรื่อง ได้ราวอะไร ถ้าปล่อยไว้มากับเรา วันนี้เราอาจจะไม่มีเพลงพรหมจรรย์ก็ได้

แล้วตอนนี้พี่นุ้ยอันบล็อกเขายัง แล้วได้กลับมาคุยกันบ้างไหม?

ดีเจนุ้ย : คุยๆ คุยปกติ

แล้วกับบุ๊คโกะจบลงยังไง?

ดีเจบุ๊คโกะ : ปลายทางก็เป็นพี่น้องกัน

2 คนนี้ต่างหันสุดขั้วเลย คนนึงซีเรียสมาก คนนึงชิวมาก คนไหนซีเรียสมาก?

ดีเจบุ๊คโกะ : พี่นุ้ย เขาเป็นคนที่เป๊ะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสคิปต์การออกรายการ การทำงาน

เห็นบอกว่ามีงานหนึ่งที่ต้องร้องเพลงด้วยกัน แต่มีปัญหาในเรื่องเลือกเพลง?

ดีเจนุ้ย : งานปุ๋ย มีบุ๊คโกะ ต้นหอม นุ้ย ก็คือ 3 คนนี้ต้องเลือกเพลงทำโชว์  เขาได้เพลงไทยไปแล้ว ลูกทุ่งไปแล้ว เหลือสากลเป็นของดีเจนุ้ย เราก็ไม่รู้ อยากโชว์พลังเสียง เราก็เลยเลือกเพลง ช่วงแรกทุกคนเฮ สักพักเงียบ

ดีเจบุ๊คโกะ : แล้วสิ่งที่ได้ยินคืออะไรรู้ไหม ตะเกียบหล่น อึ้งช็อกกันทั้งงาน

เล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นต่างประเทศสิ?

ดีเจบุ๊คโกะ : เอาแต่พองามก็พอ ก็มีเกาหลี ฮ่องกง

เอาเกาหลีที่ดิลได้?

ดีเจบุ๊คโกะ : คือไม่ใช่ดิลได้หรอกพี่ เราไปเกาหลีด้วยกัน หนูเป็นคนที่อ้วนมาก ตอนนั้นหนูหนัก 130 หนูก็ไม่ชอบเดิน เพราะจะปวดเท้า พี่นุ้ยเป็นคนเก่ง เพราะฉะนั้นภาษาอังกฤษเขาจะได้อยู่แล้ว แต่เขาจะไม่พูดภาษาอังกฤษ

ดีเจนุ้ย : ทุกวันนี้ภาษาอังกฤษเราไม่ได้เก่งนะพี่ แต่ว่ามันพอได้ ข้อจำกัดของเรา คือเราไม่กล้าพูด เพราะเรากลัวผิดแกรมม่า ไม่ได้จะไม่พูดเลย แต่มันจะมีวิธีการปลดล็อก ตอนนั้นคนเริ่มเที่ยวตามรอยซีรีส์ ไปถึงก็สนุกสนานเต็มที่ ไปถึงเราก็ทำความรู้จักโซแม็ก โซจู ผสมกัน ปรากฎว่าสนุกมาก ดีเจนุ้ยเดินกลับมาพูดภาษาอังกฤษตลอดทาง

แล้วที่ดิลผู้ชายละ ปกติใครจบ?

ดีเจบุ๊คโกะ : พี่นุ้ยก็จบได้

เวลาสองคนนี้ดิลเรื่องผู้ชายเสร็จแล้ว ปกติมครจะจบเร็วกว่ากัน?

ดีเจบุ๊คโกะ : ทำไมต้องเป็นบุ๊คโกะด้วยอะ เพราะบุ๊คโกะก็ดูเรียบร้อยเหมือนกัน

ดีเจนุ้ย : จะกลับมาที่ห้องเลย แต่บุ๊คโกะจะเป็นแนวโทรตาม

ดีเจบุ๊คโกะ : ใช่โทรตามให้ใคร โทรตามให้พี่นุ้ย

เวลาไปต่างประเทศใครผู้ชายเข้ามากกว่ากัน?

ดีเจนุ้ย : บุ๊คโกะสิ

ดีเจบุ๊คโกะ : ไม่ใช่หรอกความที่เราดูเอ็นจอยมาก เราดูแบบไม่มีพิษมีภัยกับทุกคน เราก็จะเป็นแนวเอ็นเตอร์เทนเขา เวลาที่เราไปเจอผู้ชาย แก๊งผู้ชายจะมาเอ็นเตอร์เทนเรา

ดีเจนุ้ย : ผู้ชายออกจากงานเลยนะ เขาได้ลูกค้าประจำ

เหตุการณ์ที่มอมผู้ชาย แต่โดนผู้ชายมอมกลับ อันนี้ใครโดน?

ดีเจบุ๊คโกะ : เราสองคน เขามอมกลับ

ดีเจนุ้ย : เขาแข็ง คอแข็ง คือวันนั้นเราเล่นโดเรม่อน แต่เล่นไปเล่นมา คนนี้เขากินไม่หยุด เราบอกบุ๊คเบาๆ เรามากลางคืนจนเกือบเช้า ผู้ชายสบายตัวมาก เรา 2 คนไม่ไหว อยู่ไม่ได้แล้ว

ดีเจบุ๊คโกะ : เช้าอีกวันเราทั้งสองคนมีงานด้วย แต่สภาพผู้ชายสองคนนั่งมีความสุขยิ้ม เราสองคนคือมะเขือเผาไปแล้ว เราสองคนก็จบกลับบ้าน

ดีเจนุ้ย : ระหว่างทำงานช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ผู้ชายโทรกลับมาว่า มาต่อกันไหม

ตอนนี้กำลังจะ 40 แต่พ่อ แม่ยังหวงอยู่ไหม?

ดีเจนุ้ย : ก็ไม่ได้หวงมากแค่ติดกล้องวงจรปิดไว้หน้าบ้าน ก็คือออกจากบ้านไม่ได้เลย

ห่วงกลัวลูกจะมีแฟน ?

ดีเจนุ้ย : เป็นห่วง คงไม่ใช่คำว่าหวงหรอก ตอนนี้ทุกวันที่อยู่มีกล้องตัวเดียวอยู่หน้าบ้าน ตอนนี้เราไม่อยู่กับพ่อแม่ เพราะพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด เขาก็ดูว่ามีความเคลื่อนไหว มีขโมย หรือเปล่า วันดีคืนดีก็โทรมา เห็นแกออกจากบ้านพอดี ปกติไม่รับโทรศัพท์แม่ ระหว่าแกออกจากบ้านแม่ขอคุยด้วยหน่อย เราก็แบบแม่แม่เห็นความเคลื่อนไหวตลอดเลย

เราจะ 40 แล้ว บอกเขาไม่ได้หรอ?

ดีเจนุ้ย : ก็เพิ่งบอกไปล่าสุดเร็วๆ นี้ ตอนนี้จะ 40 แล้วนะ ชีวิตเหมือนโดนขังคุก เหมือนติดคุกอยู่ เรามานั่งคิดว่า แม่ห้ามหมด เจาะหูอย่างพี่พีเคไม่ได้ สักก็ไม่ได้ คือแม่ไม่ชอบ แต่เรามีลูกเรามานั่งคิดว่าเราจะยอมได้เท่าแม่ไหม เป็นเรา เราไม่ยอม ทุกวันนี้เราก็เลยอยู่ในกรอบ

พอบอกแม่ว่าไม่ไหว มันเริ่มอึดอัดมากไปแล้ว ขอถอดกล้องได้ไหม บอกแม่ไหม?

ดีเจนุ้ย : พยายามเปลี่ยนพาสเวิร์สแล้ว แต่เปลี่ยนไม่ได้ คือตอนนี้มีบ้านใหม่ บอกแม่ว่าถ้ายังดูอยู่กล้อง 7 ตัว แม่จะไม่ได้ดูบ้านใหม่ เขาบอกไม่ บ้านใหม่แม่ต้องเห็น

พ่อกับแม่เขารู้ใช่ไหม เราเป็นนุ้ยแบบนี้?

ดีเจนุ้ย : เขาคงรู้มั้ง เคยคุย คือแม่เสียใจมาก เลยไม่ได้อะไรต่อ

ตกลงอยากมีลูกเองหรืออยากจะอะดร็อป?

ดีเจนุ้ย : ไม่อะกร็อป คือถ้าพี่มีไม่ได้ เคยบอกแม่แล้วว่าถ้าพี่มีไม่ได้ สงสัยกูต้องเอาแล้วละ มีคนยอมให้อุ้มบุญแล้ว แอร์ ภัณฑรา เรื่องจริง ตอนนี้ปัญหาคือกลัวอะไรรู้ไหม กลัวลูกออกมาจะเตี้ยเหมือนตุ่ม

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s