กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ในพิธีบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ในพิธีบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต (naewna.com)

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ในพิธีบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ในพิธีบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

วันศุกร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาลพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ณ พระอุโบสถวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมารามในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ในการนี้มูลนิธิวิภาวดีรังสิต ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานผ้าไตร10 ไตร เพื่อถวายพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระกรุณาเสด็จลงทรงเป็นประธานสงฆ์ในพิธีบำเพ็ญกุศลถวายดังกล่าว นอกจากนี้ มูลนิธิวิภาวดีรังสิต ได้ขออาราธนาพระภิกษุและสามเณรสดับปกรณ์และฉันภัตตาหารเพลทั้งพระอาราม

เนื่องด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงเป็นปูชนียบุคคลไทยพระองค์หนึ่งที่ได้สนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ต้นรัชกาลที่ 9 พระองค์ได้ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในถิ่นทุรกันดารภาคใต้ให้ดีขึ้นและได้สิ้นพระชนม์ขณะปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์2520

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงมีพระนามเดิมว่าหม่อมเจ้าวิภาวดี รัชนี เป็นธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์(พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส ต้นราชสกุลรัชนี) และหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ(วรวรรณ) รัชนี ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2463ทรงมีอนุชาร่วมพระบิดาพระมารดาเดียวกันหนึ่งพระองค์ คือ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วจึงศึกษาหลักสูตรสมบูรณ์ศึกษาที่โรงเรียนนี้เพิ่มเติมอีก 3 ปี ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ.2485 ภายหลังที่ทรงสำเร็จการศึกษาแล้ว พระองค์หญิงได้ทรงรับใช้พระบิดาอย่างใกล้ชิดพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการประพันธ์ในนาม “น.ม.ส.” ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “กวีเอก” ผู้หนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ คล้ายพระบิดาพระองค์หญิงทรงพระปรีชาสามารถหลายประการ โดยเฉพาะทางอักษรศาสตร์ ทรงเขียนเรื่องสำหรับเด็ก เมื่อพระชันษาเพียง 14 ปี และทรงใช้นามปากกาว่า “ว.ณ ประมวญมารค”ทรงนิพนธ์นวนิยายเรื่อง ปริศนา รัตนาวดีเจ้าสาวของอานนท์ ฯลฯ อีกทั้งสารคดีเรื่องตามเสด็จ ปากีสถานต่อมาทรงนิพนธ์นวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง พระราชินีนาถวิกตอเรีย คลั่งเพราะรัก ฯลฯ นอกจากนั้นยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องสั้น รวมทั้งบทละครวิทยุด้วย

พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงเสกสมรสกับหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2489 โดยทรงเป็นคู่สมรสคู่เดียวที่ได้รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีธิดา 2 คน คือ หม่อมราชวงศ์วิภานันท์ และ หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต

พระองค์หญิงทรงเข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภาคต่างๆ ในราชอาณาจักร ตั้งแต่พ.ศ.2500 และต่อจากนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โดยเสด็จในตำแหน่งนางสนองพระโอษฐ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศรวม 25 ประเทศ

ในระยะ 10 ปีสุดท้ายของพระชนม์ชีพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระองค์หญิงปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ในด้านการพัฒนาพื้นที่ทุรกันดารภาคใต้ ทรงนำหน่วยพระราชทานไปช่วยเหลือประชาชนในท้องที่ที่ไกลและทุรกันดารที่สุด โดยมิได้ทรงย่อท้อต่อความยากลำบากในการเดินทางหรือที่พักแรม เมื่อพระองค์หญิงเสด็จที่ใดก็ได้นำความไปกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และต่อมาความเจริญก็ค่อยๆ ไปถึงที่นั่น จนในที่สุดชาวบ้านจึงได้ขนานพระนามว่า “เจ้าแม่” พระองค์หญิงทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นด้วยการเสด็จเยี่ยมเยียนพาแพทย์ไปรักษาพยาบาลคนที่เจ็บป่วย จัดสิ่งของหยูกยาไปช่วยชาวบ้านที่ยากไร้หรือประสบภัย แจกอุปกรณ์การศึกษาแก่เด็กนักเรียน แนะนำการงานอาชีพและส่งเสริมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านตามพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งยังคงนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พลเรือน สมาชิกกองอาสาสมัครรักษาดินแดน แม้ในเขตที่มีผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง ก็ยังทรงพระอุตสาหะเสด็จไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ถึงแนวหน้า

จนกระทั่งวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 ระหว่างทางเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงทราบจากวิทยุว่ามีตำรวจตระเวนชายแดนได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด 2 นายด้วยความที่ทรงห่วงใยผู้บาดเจ็บเกรงว่าจะได้รับการรักษาพยาบาลไม่ทันท่วงทีจึงรับสั่งให้นักบินเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงเพื่อรับเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บ 2 นายนั้นไปส่งโรงพยาบาล ขณะนักบินนำเครื่องร่อนลงต่ำใกล้บ้านเหนือคลอง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงเฮลิคอปเตอร์กระสุนทะลุเข้ามาถูกพระองค์หญิง ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นพระชนม์ก่อนเสด็จถึงโรงพยาบาล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงทรงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิตเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 4 เมษายน พุทธศักราช 2520 และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์

ถึงแม้ว่าพระองค์หญิงได้สิ้นพระชนม์ไป 43 ปีแล้ว แต่คุณงามความดีของท่านยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวใต้ ชาวสุราษฎร์ธานี โดยได้กำหนดวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของทุกปีคือวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เป็น “วันวิภาวดี” เพื่อทำพิธีสดุดีและบำเพ็ญกุศลถวาย ณ พระอนุสาวรีย์ 5 แห่งทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานี

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต มูลนิธิวิภาวดี รังสิตได้นำพระนิพนธ์เรื่องสั้น 4 เรื่อง เป็นเรื่องที่พระองค์เจ้าวิภาวดี ทรงนิพนธ์และจัดพิมพ์ในหนังสือ “เรื่องหลายรส” มาพิมพ์อีกครั้ง ประกอบด้วยเรื่อง : ตามเสด็จ 14 ประเทศจดหมายจากปารีส ตามเสด็จอิหร่าน และตามเสด็จอเมริกา ครั้งที่ 2 ซึ่งมูลนิธิวิภาวดีรังสิต สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์และภาพพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร มาประกอบในหนังสือ นอกจากนี้ บรรณาธิการผู้เรียบเรียงยังได้ค้นคว้าภาพเพิ่มเติมและนำเอกสารในการตามเสด็จที่ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตทรงเก็บไว้มาประกอบในหนังสือด้วย

อนึ่ง ปี 2563 นี้ เป็นวาระครบ 60 ปีแห่งการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศทางราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงผู้ที่อ่านหนังสือเล่มนี้จะมีความรู้สึกว่าได้ร่วมตามเสด็จล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ไปกับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ผู้โดยเสด็จในฐานะนางสนองพระโอษฐ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงหนังสือเล่มนี้จึงเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ผู้อ่านที่สนใจควรสะสมไว้เป็นที่ระลึก

ผู้สนใจหนังสือดังกล่าวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ มูลนิธิวิภาวดีรังสิต โทร.02-6514480-90 ต่อ 0 หรือร่วมบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาทให้กับมูลนิธิฯ จะได้รับหนังสือ(ปกแข็ง) เพื่อสมนาคุณ 1 เล่ม และบริจาคเงินจำนวน 600 บาท จะได้รับหนังสือ(ปกอ่อน)เพื่อสมนาคุณ 1 เล่ม (ราคาทั้งหมดนี้ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s