สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี เป็นที่ประจักษ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/543706

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี เป็นที่ประจักษ์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี เป็นที่ประจักษ์

วันศุกร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นเจ้าหญิงที่พสกนิกรชาวไทยต่างประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี โดยเฉพาะเรื่องแฟชั่น พระองค์ทรงได้รับการขนานนามว่าทรงเป็น “เจ้าหญิงดีไซเนอร์” ที่มีผลงานโดดเด่นด้านแฟชั่นบนเวทีระดับโลกรวมทั้งด้านศิลปะการออกแบบเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ ทรงเป็นต้นแบบของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในเรื่องของการนำผ้าไทยมาออกแบบและตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายที่มีความทันสมัย หรูหรางดงาม ซึ่งทรงสวมใส่ตามงานพระกรณียกิจต่างๆ อยู่เป็นนิจ ด้วยทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการออกแบบแฟชั่นตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และในขณะที่ยังทรงศึกษา พระองค์ทรงเคยแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นทรงออกแแบบครั้งแรก ในปารีส แฟชั่น วีค ทรงเป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าของพระองค์เอง ภายใต้แบรนด์ “SIRIVANNAVARI” อีกทั้งยังทรงได้รับรางวัลศิลปินศิลปาธร ประจำปี 2561 ในสาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ) ด้วยพระปรีชาสามารถด้านการออกแบบและผลงานเป็นที่ประจักษ์

ด้านแฟชั่น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ทรงมีแบรนด์เสื้อผ้าเครื่องประดับ “SIRIVANNAVARI” และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการยอมรับในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ ผลงานของพระองค์เคยไปจัดแสดงคอลเลคชั่นบนแคตวอล์กระดับอินเตอร์ฯมาแล้ว อาทิ คอลเลคชั่น Spring & Summer 2007 ในงาน Paris Fashion Week 2007, งาน Paris Fashion Week 2008 ซึ่งผลงานเป็นที่ประจักษ์มีความโดดเด่น สร้างชื่อเสียงและความชื่นชมในพระปรีชาสามารถนอกจากนี้ยังทรงแสดงผลงานแฟชั่น Exhibition “Ethnic rock” ในงาน Russian Fashion Week ตุลาคม 2008

และเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2561 ทรงเดินทางไปร่วมงานกาลาดินเนอร์ “L’Art et L’Âme de la Thaïlande” (ศิลปะและจิตวิญญาณไทย) ณ โรงแรม Intercontinental Paris Le Grand ในกรุงปารีส โดยงานนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการจัดขึ้นตามพระดำริเพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านสายตามุมมอง คนรุ่นใหม่ด้านแฟชั่นรูปแบบผสมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้าให้ทัดเทียมนานาประเทศ ดังที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงทำมาตลอดด้วยการยกระดับวงการทอผ้าไหมไทยให้เป็นผ้าที่สามารถนำไปประยุกต์ในวงการแฟชั่นต่างๆ ระดับโลกได้เพื่อสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในถิ่นต่างๆ ของประเทศไทยโดยท่านหญิงทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมมัดหมี่ แบบประยุกต์ปักขนนกยูงทองจากแบรนด์SIRIVANNAVARI

เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านผ้าไหมไทย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงร่วมออกแบบชุดว่ายน้ำให้ 95 สาวงามผู้เข้าประกวดนางงามจักรวาล ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI ตามคำทูลเชิญของ พอลล่า เอ็ม ชูการ์ตประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์ส  นอกจากนี้ ได้ประทานชุดแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ในคอลเลคชั่นทรงออกแบบพิเศษ โดยทรงตัดเย็บชุดราตรีจากผ้าไหมไทยด้วยพระองค์เองให้แก่ เดมี-ลีห์ เนล-ปีเตอร์ส มิสยูนิเวิร์ส 2017และ โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ได้สวมใส่

ล่าสุดกับคอลเลคชั่นทรงออกแบบ ออทั่ม-วินเทอร์ 2019/20 ครั้งแรก ภายใต้แบรนด์ “SIRIVANNAVARI” และ S’Homme ที่ทรงนำเอาโครงเสื้อที่เป็นไอคอนของแบรนด์มาตีความใหม่สำหรับไลฟ์สไตล์อันโมเดิร์นและโก้หรูของการเดินทางไปต่างประเทศในฤดูหนาว ทรงมีพระดำรัสว่า “คอลเลคชั่นนี้นับได้ว่าเป็นคอลเลคชั่นออทั่ม-วินเทอร์ครั้งแรกของ SIRIVANNAVARI ซึ่งข้าพเจ้าตั้งใจที่จะแสดงให้เห็นถึงวิธีการมิกซ์แมทช์ วิธีการสไตลิ่ง วิธีการเลเยอร์เสื้อผ้าหลายๆ ชิ้นทับกัน ให้ดูสวยงาม โมเดิร์น และสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นสไตล์การแต่งตัวของข้าพเจ้าเวลาอยู่ต่างประเทศ ถึงแม้ว่าเมืองไทยจะไม่ได้มีอากาศหนาวมาก แต่ทุกวันนี้คนไทยก็เดินทางไปต่างประเทศในช่วงฤดูหนาวกันค่อนข้างเยอะ ข้าพเจ้าจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ SIRIVANNAVARI ต้องทำคอลเลคชั่นออทั่ม-วินเทอร์ ออกมาเพื่อให้คนไทยได้เห็นวิธีการสไตลิ่งเสื้อผ้าหน้าหนาวและได้ลองสวมใส่เสื้อผ้าหน้าหนาวที่ทำจากฝีมือของคนไทยบ้าง”

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ยังทรงเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจและแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่วงการผ้าไทยในปัจจุบันให้แก่ผู้ที่อยู่ในวงการผ้าไทยในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ อีกทั้ง ยังทรงนำแนวคิดที่เป็นสากลมาพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาผ้าไทย เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดตัวหนังสือและทรงเสวนาวิชาการหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” เพื่อยกระดับและแบ่งปันองค์ความรู้แก่วงการผ้าไทย ในโอกาสที่โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 (ไทย เท็กซ์ไทล์ เทรนด์ บุ๊ก สปริง/ซัมเมอร์ 2022) ซึ่งทรงมีพระวินิจฉัยพิจารณาเนื้อหาต้นฉบับและประทานคำแนะนำพร้อมทรงแก้ไขรายละเอียดต่างๆ ทรงมีพระดำรัสว่า “แรงบันดาลใจในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ มาจาก “สมเด็จย่า” ซึ่งก็คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการที่พระองค์ทรงเป็นต้นแบบให้กับทุกคน ทรงเป็นองค์เริ่มต้นที่ริเริ่มการทำงานทั้งหมดและทรงดึงจิตวิญญาณของเอกลักษณ์ความเป็นไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล

“ท่านหญิงทำเพื่อให้ทุกคนจดจำสมเด็จย่า รวมถึงทำอย่างไรให้งานของพระองค์ได้รับการสืบสาน รักษา ต่อยอดในสิ่งที่พระองค์ทรงงานมาทั้งหมด และจะทำอย่างไรให้ผ้าไทย งานคราฟท์ไทยทั้งหมดไปสู่ความเป็นไทยที่มีความเป็นสากลและยั่งยืน ซึ่งตัวท่านหญิงอยากจะแบ่งปันประสบการณ์จากวิชาชีพที่ได้เป็นอยู่ทุกวันนี้ และใช้วิชาชีพนี้มาถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคคลที่จะต้องสานต่องานนี้ต่อไป และจากประสบการณ์ทำงานของท่านหญิง คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยน่าจะมีเทรนด์บุ๊กเป็นของตัวเองมีเทรนด์เป็นของตัวเอง และเป็นหนังสือที่ไม่ควรฉาบฉวย เป็นหนังสือที่ควรอยู่ในห้องเรียน อยู่ในห้องสมุด เพราะเราควรรู้ว่าสีของประเทศไทยเป็นอย่างไร สิ่งทอของเราเป็นอย่างไร และเราสามารถประยุกต์ได้อย่างไรบ้างซึ่งเทรนด์บุ๊กเล่มนี้เทียบเท่าระดับสากลได้ ผู้สนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานไปสู่ระดับสากลได้”

อีกทั้งยังทรงมีพระดำรัสว่า เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ได้ตามเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปทรงงานตั้งแต่ภาคใต้ภาคเหนือ ภาคอีสาน และได้เห็นวิธีการทรงงานของสมเด็จย่าที่พระราชทานคำแนะนำชาวบ้านในเรื่องของสีผ้า จึงทรงนำมาประยุกต์ใช้ในการทรงงานของพระองค์ด้วย พร้อมกันนี้ ได้ทรงออกแบบลายมัดหมี่ ชื่อลาย “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ที่ทุกลวดลายเปี่ยมไปด้วยความหมาย อาทิ ลาย S หมายถึง Srivannavari สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ลาย s จำนวน 10 แถวหมายถึงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ หมายถึง ความรักที่พระองค์มีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน = Eternity Love เพื่อเป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน

ทรงมีพระดำรัสว่า “ข้าพเจ้า ได้มีโอกาสตามเสด็จ สมเด็จย่า สมเด็จพระพันปีหลวงมาตั้งแต่เด็ก ได้เห็นท่านทรงงาน และรับรู้ถึงความทุ่มเทของพระองค์ท่านในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและสืบสาน ภูมิปัญญาไทย มาโดยตลอด เห็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ข้าพเจ้ามีความตั้งใจ ที่จะสืบสานพระราชปณิธาน โดยข้าพเจ้าได้นำประสบการณ์การทำงาน การศึกษา เดินทางไปชมผ้าไทยและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ตามภาคต่างๆ ทำให้เห็นผลงานที่สามารถนำมาพัฒนาให้ร่วมสมัยและเป็นสากลได้จากการค้นคว้า เก็บข้อมูล ลงพื้นที่จริง ข้าพเจ้าจึงได้ออกแบบลายผ้ามัดหมี่มอบให้ช่างทอผ้าเป็นของขวัญปีใหม่ โดยออกแบบลายให้มีความหมายถึงการส่งมอบความรัก ความสุขให้ชาวไทยทุกคน เป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลายผ้า ออกแบบให้ร่วมสมัยใช้ได้จริงในหลายโอกาส”

ด้านกีฬา นอกจากพระอัจฉริยภาพที่โดดเด่นในฐานะดีไซเนอร์แล้ว ยังทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านกีฬาโดยทรงโปรดกีฬาแบดมินตัน และการขี่ม้า ทรงเริ่มเล่นกีฬาแบดมินตันตั้งแต่ทรงศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 และทรงผ่านการคัดเลือกเป็นนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อพ.ศ.2548 และทรงคว้าเหรียญทองประเภททีมหญิง อีกทั้งทรงร่วมเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันแบดมินตันในซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่จังหวัดนครราชสีมา และทรงคว้าเหรียญทองแดงจากประเภททีมหญิง

ขณะที่กีฬาขี่ม้า พระองค์ทรงสนพระทัยตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ตามแบบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยทรงคว้าแชมป์ประเภท Dressage ในรายการ “ไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิพ คิงส์คัพ 2012” และทรงเป็นคนไทยคนแรกที่จบหลักสูตรการขี่ม้าจากประเทศฝรั่งเศส โดยพระองค์ทรงเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย ทรงคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันศิลปะการบังคับม้า ประเภทบุคคล ทั้งนี้ สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล Best Achievement Award ให้แก่พระองค์ด้วย

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2562 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำทีมชาติไทยคว้าเหรียญรางวัลมากที่สุดในการแข่งขันขี่ม้า “FEI Asian Championships Pattaya 2019” การแข่งขันขี่ม้าครั้งประวัติศาสตร์ในทวีปเอเชีย รายการ “FEI Asian Championships Pattaya 2019” โดยสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ทั้งนี้ ทรงสร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยม นำทัพนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองในการแข่งขัน Dressage ศิลปะบังคับม้าประเภททีม ประเดิมชัยให้ทีมชาติไทยเป็นเหรียญแรก ซึ่งตลอดการแข่งขัน 8 วัน ทีมไทยทำผลงานยอดเยี่ยมสามารถกวาดเหรียญรางวัลได้มากที่สุด 3 เหรียญทอง1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

ด้านดนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีและสนพระทัยในด้านดนตรีไทยและดนตรีคลาสสิกมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยปัจจุบันทรงเป็นองค์อุปถัมภ์มูลนิธิรอยัลแบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า และ วงรอยัล แบงค์คอกซิมโฟนี ออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra) หรือ RBSO ทั้งยังทรงพระนิพนธ์เพลงให้วงรอยัล แบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า ถวายงานในแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีพ.ศ.2559 เป็นต้นมา และในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกปีพ.ศ.2562 มูลนิธิรอยัล แบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้าได้รับพระราชทานพระอนุญาตให้อัญเชิญบทเพลงพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ4 บทเพลง จัดแสดงดนตรี “Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X” ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2562 ณ โรงละครแห่งชาติ

ด้านการอนุรักษ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสนพระทัยในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทางทะเล โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริ ที่ผ่านมาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ณ หอประชุมภูติอนันต์ โรงเรียนนายเรือ อ.เมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์สารคดีโครงการพระราชทานพระราโชบายเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ทรงปล่อยปลาฉลามและเต่าทะเล ทอดพระเนตรนิทรรศการของหน่วยงานสนองพระดำริทอดพระเนตรการปล่อยเต่าทะเลในพื้นที่จังหวัดชลบุรีจังหวัดสงขลา จังหวัดภูเก็ต ผ่านระบบการประชุมทางไกลวีดิทัศน์พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้สนองพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการดำเนินงานสนับสนุน “โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารี รัตนราชกัญญา” โดยทรงมีความห่วงใยปัญหาเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเล การทำร้ายสัตว์ทะเลด้วยน้ำมือมนุษย์ โดยตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น การอนุรักษ์และการสร้างจิตสำนึกในการหวงแหนและรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลไทย

สำหรับ “โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ได้ดำเนินโครงการจำนวน3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ 2.ด้านการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยและแนวปะการัง ประกอบด้วย แผนงานจัดทำปะการังเทียม และแผนงานอนุรักษ์ท้องทะเล 3.ด้านการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกและประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วย แผนงานเสริมสร้างจิตสำนึก และแผนงานประชาสัมพันธ์โครงการ

และในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2564 ขอถวายพระพรให้ทรงพระเกษมสำราญทรงมีพระชนม์ยิ่งยืนนาน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s