‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตรายการ ‘Brave Frontiers’ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/543877

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตรายการ ‘Brave Frontiers’ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตรายการ ‘Brave Frontiers’ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

วันศุกร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2564, 11.50 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต รายการ “Brave Frontiers” ซึ่งมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยความสนับสนุนของ บี.กริม, บมจ.กรุงเทพ ดุสิตเวชการ (BDMS), เมืองไทยประกันภัย, มูลนิธิ เอสซีจี และโรงแรมอนันตราสยาม จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมยกระดับวงดนตรีรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนี ออร์เคสตร้า (RBSO) ก้าวสู่ความเป็นเลิศทางดนตรีระดับเวิลด์คลาส เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

คอนเสิร์ตรายการ “Brave Frontiers” เป็นการบรรเลงผลงานมาสเตอร์พีซของคีตกวีเอกยุคโรแมนติค ร่วมด้วย นิคลาส ลิเพอร์ (Niklas Liepe) ศิลปินเดี่ยวไวโอลินชื่อดังระดับนานาชาติชาวเยอรมัน บรรเลงเดี่ยวกับวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO) อำนวยเพลงโดย มิเชล ทิลคิน (Michel Tilkin) ผู้อำนวยการด้านดนตรีวง RBSO จัดแสดงในวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2564 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ซึ่งจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามคำประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. อย่างเคร่งครัด โดยกำหนดมาตรการต่างๆ เช่น การกำหนดจุดเข้าออก การคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่ การกำหนดจำนวนคนต่อพื้นที่ โดยจัดให้มีระยะห่างระหว่างผู้ชมและผู้แสดง โดยผู้ชมต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ฯลฯ

เพลงในรายการเป็นผลงานมาสเตอร์พีชของคีตกวีเอกยุคโรแมนติค คือไวโอลิน คอนแชร์โต ในบันไดเสียง D ไมเนอร์ ผลงานของ ฌอง ซิเบลิอุส คีตกวีชาวฟินแลนด์ แนวกระแสร์ชาตินิยม ผู้ปลุกจิตวิญญาณของชาวฟินแลนด์ด้วยเสียงดนตรี ทำให้มีความรักชาติ และเพลงบรรเลงสองบทคือ บทโหมโรง “Overture – Romeo and Juliet” ของไชคอฟสกี และซิมโฟนีหมายเลข 9 ซึ่งมีชื่อว่า “From the New World” ผลงานที่สร้างชื่อเสียงมากให้กับ อันโตนิน ดโวช้าค  บทเพลงนี้มีความหลากหลาย มีสีสัน ไพเราะจับใจ ท้าทายฝีมือศิลปินเดี่ยว ผู้อำนวยเพลง และวงออร์เคสตร้าที่พลาดไม่ได้ กำหนดแสดงวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคมนี้ เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

รายการเริ่มด้วยบทโหมโรง  “Overture – Romeo and Juliet”  ไชคอฟสกีได้รวมทำนองเด่น จากดนตรีประกอบบัลเล่ต์ชื่อเรื่องเดียวกัน มาร้อยเรียงได้อย่างไพเราะ ไฮไลท์ คือ“ไวโอลินคอนแชร์โต ในบันไดเสียง  D ไมเนอร์” เพลงเดี่ยวไวโอลินที่สร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมากให้กับ ฌอง ซิเบลิอุส ความน่าสนใจของงานชิ้นนี้เริ่มตั้งแต่เริ่มต้นท่อนแรก ซึ่งศิลปินเดี่ยวไวโอลินบรรเลงทำนองที่คร่ำครวญ ไพเราะจับใจ นำเข้าสู่ดนตรีที่หนักแน่น แสดงอารมณ์ทั้งตื่นเต้น เร้าใจ ช่วงคาเด็นซ่า วงจะหยุดบรรเลง เปิดโอกาสให้ศิลปินเดี่ยวได้โชว์ฝีมือ เสมือนการด้นสด บรรเลงทำนองเดี่ยวอันโลดโผน วิจิตรพิสดาร แสดงกลเม็ดเด็ดพรายและชั้นเชิงการเล่นอย่างเต็มที่ ด้วยความคิดและอารมณ์อย่างมีอิสระ ทรงพลัง

ท่อนที่สอง ให้ความรู้สึกและบรรยากาศลึกลับ  ครุ่นคิด และค่อยๆ ทวีความเข้มข้นด้วยเสียงดนตรีที่หนักแน่น จากนั้นจะบรรเลงอย่างแผ่วเบา หวีตสูงขึ้น  และจบลงอย่างเงียบงัน ท่อนสุดท้ายศิลปินเดี่ยวจะโชว์ฝีมืออีกครั้ง แสดงเทคนิคการบรรเลงเดี่ยวขั้นสูง ประชันกับวงด้วยทำนองที่เร่งเร้า ตื่นตาตื่นใจ และจบลงอย่างหนักแน่น งานชิ้นนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบรรดาไวโอลินคอนแชร์โต้ยอดเยี่ยม ไพเราะและมีความยากทางเทคนิคมากที่สุด ถือเป็นเพลงเดี่ยวไวโอลินมาตรฐานในยุคปัจจุบัน เป็นเพลงทดสอบการแข่งขันไวโอลินระดับโลก รายการ International Jean Sibelius Violin Competition และการแข่งขันไวโอลินระดับทั้งหลาย

เพลงสุดท้าย  ซิมโฟนีหมายเลข 9 ซึ่งมีชื่อว่า “From the New World” ดโวช้าคประพันธ์งานชิ้นนี้ในช่วงที่ได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยดนตรีแห่งนิวยอร์ค ที่นั่นเขาได้พบผู้คนทั้งชาวอเมริกัน, อเมริกันอินเดียนหรืออินเดียนแดง, คนผิวสีในสหรัฐอเมริกา ได้พบเพื่อนร่วมชาติชาวโบฮิเมียนหรือเช็คโกสโลวาเกีย  บรรยากาศที่นั่นเสมือนเป็นโลกใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เขานำทำนองดนตรีจากเพลงพื้นบ้านของชนชาติดังกล่าวมาเป็นฐานในการประพันธ์ซิมโฟนีบทนี้ อาทิ ในท่อนแรกจะได้ยินเสียงฟลุทเดี่ยวทำนองอันไพเราะ ซึ่งมาจากเพลงสวดของพวกอินเดียนแดง ท่อนที่สอง ลีลาเชื่องช้า อ่อนโยน ปี่อิงลิชฮอร์นจะบรรเลงเดี่ยวทำนองที่สวยงาม คลอโดยกลุ่มเครื่องสายที่บรรเลงอย่างแผ่วเบา ให้ความรู้สึกโหยหา เศร้าสร้อย และอบอุ่น ทำนองนี้มีชื่อเสียงคุ้นหูมาก มักนำไปบรรเลงในพิธีไว้อาลัยทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในสงคราม ท่อนที่สาม รื่นเริงสนุกสนาน มีสำเนียงเพลงเต้นรำพื้นบ้านของชาวโบฮิเมียน  และท่อนที่สี่ซึ่งเป็นท่อนสุดท้าย ให้ความรู้สึกฮึกเหิม เร้าใจ ช่วงท้ายของท่อนนี้  กลุ่มเฟร้นช์ฮอร์นจะบรรเลงทำนองที่สง่างาม เปี่ยมไปด้วยพลังและจบลงอย่างอลังการ 

ซิมโฟนีหมายเลข 9 “The New World” เป็นหนึ่งในซิมโฟนีที่นิยมฟัง และนำออกแสดงมากที่สุด  เมื่อ 50 ปีก่อน องค์กรนาซ่าแห่งสหรัฐอเมริกาได้ส่งยานอพอลโล 11 พานักบินอวกาศไปดวงจันทร์เป็นครั้งแรก  ทันทีที่ นิล อาร์มสตรอง นักบินอวกาศได้เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ เขาได้นำเทปที่บันทึกเสียงซิมโฟนีบทนี้เปิดให้ผู้คนทั่วโลกฟังระหว่างการถ่ายทอดสดออกอากาศเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้น

นิคลาส ลิเพอร์ (Niklas Liepe) ศิลปินเดี่ยวไวโอลินชาวเยอรมัน ผู้มากด้วยประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ ผลงานปี 2019/20 บรรเลงเดี่ยวกับวง NDR Radio Philharmonic, Hamburg Elbphilharmonie, Tauber Philharmonic, Lower Saxony Music Festival และ Berlin Philharmonic บรรเลงผลงานของSibelius, Paganini และ Sain-Saëns เคยร่วมบรรเลงเชมเบอร์มิวสิคกับนักไวโอลินและนักเปียโนชื่อดัง อาทิ Gidon Kreme, Yuri Bashmet, Christoph Eschenbach และ Andras Schiff 

ซีชั่นที่ผ่านมาเขาได้บรรเลงเดี่ยวกับวง Frankfurter Open-und Museumorchestra, Bratislava Slovakian Radio Symphony Orchestra, Kaohsiung City Symphony Orchestrac และ German Radio Philharmonic of Saarbrucken ได้รับรางวัล Northern German Broadcasting Corporation และ Braunschweig Classix Festival ชนะการแข่งขันรายการ International Henryk Wieniawski Violin  Competition และ German Music Competition (2017)

ปี 2018 ได้ร่วมงานกับ Sony Classic ออกอัลบั้มเดี่ยว2ชุด ชื่อ The New Paganini Project :Paganini Jazz for Piano นำทำนองเพลงจากผลงานของ Paganini 20 บทมาเรียบเรียงใหม่ แต่ยังคงรักษาทำนองหลักตามเดิม และชุด Goldberg Reflections ซึ่งนำบทเพลงชุด Goldberg Variations ของบาค มาเรียบเรืยงและ บรรเลงเดี่ยวร่วมกับวง  NDR Radio Philharmonic  ลิเพอร์สำเร็จการศึกษาด้านไวโอลินที่ Kronsberg Academygiupo, Hannover Music Conservatory และ Cologne Music Universityโดย เรียนกับ Ana Chumachenco, Mihaela Martim, Krzysztof Wegzyn และ  Zakhar Bron ตามลำดับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s