เสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยด้วยการใช้ศาสตร์แห่งกลิ่นหอม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/545103

เสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยด้วยการใช้ศาสตร์แห่งกลิ่นหอม

เสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยด้วยการใช้ศาสตร์แห่งกลิ่นหอม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กลิ่นส่งผลต่อความทรงจำของเรามากที่สุด เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงการจดจำประสบการณ์ต่างๆ ผ่านความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการ ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ที่ทำให้สมองเด็กเกิดการพัฒนา หากได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ สมองก็พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบตัวได้ดีขึ้น ทำให้เด็กสามารถปรับตัวเข้ากับสังคม สิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างได้ดี ‘ธัญ’ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมจากสารสกัดธรรมชาติ ร่วมกับ แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช จัดกิจกรรม “เสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยด้วยการใช้ศาสตร์แห่งกลิ่นหอม (Aromatherapy)” โดยมีเซเลบริตี้คุณแม่ยุคใหม่ที่เก่งทั้งการทำงานและการเลี้ยงลูก ร่วมทำกิจกรรม อาทิ เจนนิส ยังพิชิต, วาริธร กันท์ไพบูลย์ พร้อมลูกสาวตัวน้อย น้องไอรา พิพัฒน์ชูเกียรติ และ โสภิณ รองรัตน์ ที่ ธัญ แซงชัวรี่ สุขุมวิท 47

แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ได้แนะนำเทคนิคการใช้ศาสตร์แห่งกลิ่นหอม (Aromatherapy) สำหรับคุณแม่ยุคใหม่ว่า “เด็กจะมีพัฒนาการและการเรียนรู้ทางด้านการรับกลิ่นตั้งแต่แรกเกิด ตั้งแต่กลิ่นน้ำนม กลิ่นเหงื่อ กลิ่นผ้าอ้อม ซึ่งหลังจากอายุ 1 ขวบปีจะเริ่มมีการพัฒนาการแยกกลิ่นได้ และจะมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ ตามประสบการณ์ เมื่อจมูกได้รับกลิ่น กลิ่นจะถูกส่งผ่านประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerves) ซึ่งอยู่เหนือโพรงจมูกไปยังกระเปาะรับกลิ่น (Olfactory Bulbs) และส่งต่อไปยังสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Limbic System) อณูของน้ำมันหอมระเหยจะกระจายไปตามประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ และความรู้สึก (Emotion Center หรือ Limbic System) โดยไปกระตุ้นให้สมองสั่งการไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ เพื่อหลั่งสารที่มีประโยชน์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ที่สำคัญคือกลิ่นจะกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่ควบคุมความทรงจำ ผลก็คือ สมองก็จะเกิดการจดจำสิ่งที่เห็นกับกลิ่นที่ได้สัมผัส เชื่อมโยงเป็นความทรงจำที่สัมพันธ์กับอารมณ์ในขณะนั้น ทำให้เมื่อได้กลิ่นเดิมอีกครั้ง สมองก็จะเชื่อมโยงกลิ่นกับความทรงจำแบบอัตโนมัติ

ในทางอ้อมเมื่อสมองส่วนรับกลิ่นกถูกระตุ้นก็จะเกิดการผ่อนคลาย ลดความกังวล มีความพึงพอใจและดึงดูดให้เกิดการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสและสมองมากขึ้น ทำให้มีการเชื่อมโยงของกลิ่นและประสบการณ์ต่างๆ ชัดเจนขึ้น จดจำเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านกลิ่นและคิดจินตนาการสร้างเรื่องราวจากกลิ่นได้ ดังนั้นการที่เรากระตุ้นประสาทสัมผัสทางกลิ่นให้กับลูกอย่างสม่ำเสมอนั้นจะส่งผลดีต่อการพัฒนาการของเด็ก เช่น การพาลูกไปสัมผัสกับกลิ่นหอมของดอกไม้ในสวน การใช้ผลไม้ที่มีกลิ่นหอมต่างๆ รวมถึงการสร้างบรรยากาศความหอม (Aromatherapy) ภายในบ้าน

นอกจากนั้นกลิ่นยังสามารถเชื่อมโยงอารมณ์และความรู้สึกของเด็กได้อีกด้วย หากเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยหรือชื่นชอบก็จะทำให้รู้สึกสงบและสบายใจ ซึ่งเมื่อคุมอารมณ์ได้บ่อยๆ ระบบประสาทอัตโนมัติจะจดจำการคุมอารมณ์เมื่อได้กลิ่นนั้น นอกจากนี้เด็กยังสามารถรับรู้และสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของผู้ใหญ่ในขณะนั้นได้ด้วย ดังนั้นเด็กที่เติบโตท่ามกลางผู้ใหญ่ที่มีอารมณ์ดี ก็จะส่งผลให้เด็กเติบโตมาแบบมีอารมณ์ที่ดี ไม่มีลักษณะของการก้าวร้าวหรือร้องไห้งอแง

การใช้ประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติให้ได้ผลต่อพัฒนาการที่ดีนั้นควรควบคู่กับความปลอดภัยด้วย จริงๆ แล้วก็มีหลายงานวิจัยที่ระบุว่าน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติบางชนิดมีความปลอดภัยกับเด็กอายุมากกว่า 3 เดือน แต่ก็ควรศึกษาข้อมูลและผลของน้ำมันหอมระเหยชนิดนั้นๆ ก่อนนำไปใช้ด้วย เนื่องจากเด็กเล็กมีเนื้อเยื่อบุโพรงจมูกที่บอบบาง”

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ ธัญ เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์โฮม อะโรมา ซึ่งประกอบไปด้วย ‘เครื่องกระจายกลิ่นหอม’ (Electric aroma diffuser) ที่ทำงานด้วยกลไกการกระจายความหอมแบบ Ultrasonic Water – Oxygen โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงถึง 2.5 ล้านรอบ/วินาที ทำให้น้ำแตกตัวเป็นไอเย็นที่มีโมเลกุลขนาดเล็กเพียง 5 ไมครอน นำพาน้ำมันหอมระเหยขึ้นสู่อากาศ กลิ่นหอมจึงกระจายตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการทำงานแบบไม่ใช้ความร้อนจึงปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว มาพร้อมกับ 2 ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ได้แก่ โหมดทำงานแบบต่อเนื่อง (Green Light) ตัวเครื่องจะทำงานต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง เมื่อเสร็จการทำงานเครื่องจะปิดแบบอัตโนมัติ และโหมดควบคุมจังหวะการทำงาน (Orange Light) ตัวเครื่องจะพ่นควัน 1 ครั้ง สลับกับการหยุด 30 วินาที สามารถใช้ได้ต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง

ส่วน‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100%’ (Pure essential oil) แต่งเติมความหอมหลากหลายรูปแบบ สามารถใช้งานร่วมกับเครื่อง Electric aroma diffuser เพื่อรังสรรค์บรรยากาศความสุขภายในบ้านได้อย่างมีรสนิยม มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 10ml และ 50ml มีด้วยกัน 7 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นอะโรมาติก วูด (Aromatic Wood) ที่จะช่วยเติมเต็มความเบิกบาน มีชีวิตชีวา ,กลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ (Oriental Essence) หอมสดชื่นเบาสบาย,กลิ่นอีเดน บรีซ (Eden Breeze) ความสงบ สมดุลทางอารมณ์และจิตใจ ,กลิ่นสปริง ฟอเรส  (Spring Forest) สะอาด สดชื่น มีชีวิตชีวา ,กลิ่นดอกลาเวนเดอร์และโรสแมรี่ (Lavender & Rosemary) ความหอมของดอกไม้ช่วยให้สงบผ่อนคลาย, กลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด (Eastern Orchard) สดชื่น รื่นรมย์,กลิ่นเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น (Earl Grey Infusion) กลิ่นหอมที่จะช่วยให้สงบ ผ่อนคลาย   เป็นต้น

หนึ่งในเซเลบริตี้คุณแม่ลูกแฝด เจนนิส ยังพิชิต  แนะนำเคล็ดลับการเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างสมวัยตามแบบฉบับคุณแม่ยุคใหม่ ว่า “ในช่วงสองขวบแรกของลูกเป็นช่วงที่เราทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการดูแลเขา โดยเราจะให้อิสระกับลูก เปิดโอกาสให้เขาได้ทดลอง ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะได้มีพัฒนาการไปตามวัยและตามศักยภาพของตัวเอง ให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำ ซึ่งลูกแต่ละคนก็มีความชอบที่แตกต่างกันอย่างลูกชายจะชอบกีฬา ส่วนลูกสาวชอบศิลปะ ส่วนตัวมองว่าการสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้านด้วยการใช้กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ นอกจากจะสร้างความผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยให้ลูกๆ มีอารมณ์ที่สดใส ร่าเริงได้อีกด้วย ซึ่งเราจะเลือกใช้กลิ่นที่มีความหลากหลายและมีการเปลี่ยนกลิ่นในแต่ละวันอยู่เสมอ เพื่อสร้างให้เกิดความแปลกใหม่ไม่จำเจ สำหรับกลิ่นที่ลูกๆ ชอบคือ กลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด และสปริง ฟอเรส เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา โดยเราจะใช้ควบคู่กับเครื่องกระจายกลิ่นหอม เพราะสามารถกระจายกลิ่นหอมได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่ได้มาก”

ส่วน วาริธร กันท์ไพบูลย์ เผยว่า “ส่วนตัวเชื่อว่ากลิ่นหอมสามารถสร้างความผ่อนคลายและมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการของลูกโดยเฉพาะด้านอารมณ์ เพราะถ้าพื้นฐานเขาเป็นคนอารมณ์ดี เราก็จะสามารถสอนสิ่งต่างๆ ให้เขาได้ไม่ยาก ส่วนกลิ่นหอมที่น้องไอราชอบคือกลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ช่วยให้หายใจโล่งสบาย และหลับลึกขึ้น เคล็ดลับในการเลี้ยงลูกของเป้คือ เราจะไม่เป็นคนเข้มงวดกับลูกในทุกเรื่องจนมากเกินไป แต่จะคอยสังเกตดูว่าช่วงวัยนี้เขากำลังชอบหรือสนใจอะไร แล้วเราก็จะส่งเสริมให้เขาได้ลองทำทุกอย่างในสิ่งที่เขาชอบหรืออยากลอง หากถ้าสิ่งไหนไม่สามารถทำได้ เราก็จะอธิบายถึงเหตุผลให้เขาเข้าใจ”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s