ส่องพม่า ทะลุ “ม็อบไทย” ไยแกนนำ “เอาไม่อยู่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458506

ส่องพม่า ทะลุ “ม็อบไทย” ไยแกนนำ “เอาไม่อยู่”

ส่องพม่า ทะลุ "ม็อบไทย" ไยแกนนำ "เอาไม่อยู่"16 กุมภาพันธ์ 2564 – 15:05 น.

“ม็อบพม่า” โตวันโตคืน ตรงข้าม “ม็อบไทย” กลับถดถอย แกนนำก้าวล้ำนำมวลชน โดดเดี่ยวตัวเอง

++
สิบกว่าวันแล้ว สำหรับ “ม็อบพม่า” ที่เบ่งบานเต็มแผ่นดิน ผู้ชุมนุมมีทุกชาติพันธุ์ มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งเดินขบวนบนท้องถนน จัดกิจกรรมแฟลชม็อบ เคลื่อนพลทางน้ำ และโดยภาพรวมยังอยู่ในขบวนการอารยะขัดขืนโดยสันติวิธี 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ท้าพิสูจน์ ม็อบราษฎร ขาลงจริงหรือ

ส่องพม่า ทะลุ "ม็อบไทย" ไยแกนนำ "เอาไม่อยู่"

ม็อบ 13 กุมภา จุดเสื่อมม็อบรุนแรง    

ส่วนการเผชิญหน้าถึงขั้นปะทะกัน ระหว่างตำรวจกับม็อบพม่า มีให้เห็นในบางพื้นที่ เช่นเมืองมิตจีน่า รัฐคะฉิ่น และเมืองมัณฑะเลย์    

ที่น่าสนใจ “มินโกหน่าย” ผู้นำนักศึกษาพม่า รุ่นปี 1988 ที่มีประสบการณ์สู้เผด็จการทหารอย่างโชกโชน ได้ออกมาชี้นำคนรุ่นใหม่พม่า ผ่านองค์กร “รุ่น 88 เพื่อสันติภาพและสังคมเปิดกว้าง” (88 Generation Peace and Open Society) ตอกย้ำแนวทางต่อสู้สันติวิธี มุ่งรณรงค์การอารยะขัดขืนในกลุ่มข้าราชการไปทั่วประเทศ    

นับวันม็อบพม่ายิ่งโต ยิ่งกดดัน “สภาบริหารแห่งรัฐ” ของ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ปกครองประเทศยากขึ้น เพราะกลไกราชการทั้งประเทศ ไม่ยอมทำงานให้เผด็จการทหาร    

หันมามอง ม็อบราษฎร” ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหมู่มิตรดังหนาหูขึ้นเรื่อยๆ จากม็อบที่รวมพลคนได้หลักเฉียดแสน กลับลดน้อยถอยลงเหลือแค่หลักพัน ยิ่งสู้ ยิ่งเสื่อม เพราะอะไร?

++
คำเตือนรุ่นพี่
++
เมื่อ 16 ก.พ.2564 สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมการเมือง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประชาชน โดยระบุว่า

“ปริมาณมวลชน คือ อำนาจต่อรองที่สำคัญ แต่มวลชนเหมือนเม็ดทราย จึงต้องมีการจัดตั้ง เกาะกลุ่ม และพัฒนากระบวนการของกลุ่มแต่ละกลุ่มให้ขับเคลื่อนสอดคล้องกัน”    

ส่องพม่า ทะลุ "ม็อบไทย" ไยแกนนำ "เอาไม่อยู่"

เอส พีระพัฒน์ บอกความจริง แต่เจอทัวร์ลง

บก.ลายจุด มีประสบการณ์จากการต่อสู้ร่วมกับคนเสื้อแดง จึงรู้ดีว่า การหลอมรวมผู้คนมีความจำเป็น ไม่ใช่ดำเนินกลยุทธ์ “ล้ำหน้ามวลชน”     

แกนนำมวลชนรุ่นใหม่ ต้องรู้จักสรุปบทเรียน “เดินทีละก้าว รุกทีละคืบ ไปในทิศทางที่ถูกต้อง ดีกว่าวิ่งก้าวกระโดดไปยังทิศทางที่ผิด”    

การแยกมิตรแยกศัตรู ก็เป็นเรื่องสำคัญ “ทัพใหญ่เดินทางไกล ย่อมเกิดเรื่องราวมากมาย ผู้คนหลากหลาย สถานการณ์บีบคั้น แนวทางมีมากกว่า 1 หนทาง ย่อมก่อเหตุให้กระทบกระทั่งกันระหว่างทางได้ง่าย การให้อภัยกัน ความอดทนต่อกัน การสื่อสารด้วยท่วงทำนองของมิตร แม้ดูเหมือนว่าเล็กน้อยแต่มันลดความบอบช้ำโดยไม่จำเป็น”

ส่องพม่า ทะลุ "ม็อบไทย" ไยแกนนำ "เอาไม่อยู่"

รุ้ง สรุปบทเรียนม็อบ 13 กุมภา

++
รุ้งขอโทษ
++
อันเนื่องจาก “ม็อบ 13 กุมภา” ส่งผลให้มีข้อถกเถียงมากมายในหมู่มวลชนสายราษฎร “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โฆษกกลุ่มราษฎร ได้กล่าวผ่านสื่อมวลชนว่า อยากขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2564 ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ และดูแลมวลชนได้ ส่วนตัวเสียใจอย่างมาก เเต่ขอโอกาสให้พวกตนได้กลับมาทำหน้าที่พร้อมยืนยันว่า จะพยายามทำให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด    

บรรดาแกนนำราษฎรบางคน ไม่ยอมรับความจริงว่า “เอาไม่อยู่” หรือพูดภาษาบ้านๆคือ “เอาม็อบไม่ลง” จึงทำให้ผู้ชุมนุมบางกลุ่มมีอารมณ์ค้าง    

“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ สรุปเหตุอนาธิปไตยในม็อบว่า “เกิดการแทรกแซงโดยบุคคลที่ไม่ประสงค์ดี” และหวังให้เกิดความรุนแรง    

อีกด้านหนึ่ง “เอส พีระพัฒน์” การ์ดแนวร่วมประชาธิปไตย  ในนามทีม mayhem ได้โพสต์เฟซบุ๊กเล่าความจริงว่า “ในแต่ละครั้ง  ก็มักจะมีการปะปนของเหล่าวัยรุ่นเลือดร้อน  ห้าว และไม่ฟังคำเตือนแกนนำ  มีการพกอาวุธ มีการมาดื่ม แอลกอฮอล์ในสถานที่จัดงาน ควบคุมสติไม่อยู่และกระทบกระทั่งกันเองหรือกลุ่มอื่น ก็บ่อยครั้ง”    

นี่เป็นเรื่องจริงที่แกนนำราษฎร ไม่ยอมรับ แต่หากไปถามแกนนำเสื้อแดง เสื้อเหลือง และ กปปส. ก็ต้องทราบดีว่า ในม็อบจะมีคนประเภทนี้อยู่ ซึ่งแกนนำมืออาชีพ ก็จะมีวิธีจัดการให้อยู่ในแถว    

“ทีมการ์ดได้ประเมินสถานการณ์ครั้งนี้แล้วว่า การบุกเข้าใกล้พื้นที่วัดพระแก้ว จะมีความเสี่ยงเช่นไร..แนวทางดีสุดคือ ให้แกนนำเจรจา เพื่อให้ตำรวจ และม็อบ ต่างฝ่ายต่างยุติ..”    

“ขณะมีการเจรจา จนตำรวจยอมรับข้อตกลง และยอมอ่อนท่าที    แต่มีกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงทางด้านขวามือของ คฟ.(ชุดควบคุมฝูงชน)  พยายามยั่วยุ และปะทะ จะพยายามบุกทำร้ายเจ้าหน้าที่ คฟ.  ซึ่งตั้งกองกำลังอย่างนิ่งเฉย จนทีมการ์ดม็อบไประงับเหตุ ก็เกิดการกระทบกระทั่งด่าทอ และจะเข้ามาทำร้ายทีมการ์ดม็อบ หลังจากนั้น ครูใหญ่จึงเดินมาหน้ารั้ว หลังลวดหนามเพื่อพยายาม บอกกลุ่มวัยรุ่นหน้าลวดหนามให้ใจเย็นๆ  แต่ไม่เป็นผล หลังจากนั้นมีการขว้างปาขวดน้ำและสิ่งต่างๆตามมาทันที..”    

คำบอกเล่าของการ์ดอาสาคนนี้ สะท้อนภาวะการนำม็อบของแกนนำอย่างครูใหญ่ ,ไมค์ และรุ้ง ได้เป็นอย่างดี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s