โอเรียนท์ สตาร์ เปิดตัว นาฬิการุ่นสเกเลตันครบรอบ 70 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/552916

โอเรียนท์ สตาร์ เปิดตัว  นาฬิการุ่นสเกเลตันครบรอบ 70 ปี

โอเรียนท์ สตาร์ เปิดตัว นาฬิการุ่นสเกเลตันครบรอบ 70 ปี

วันอังคาร ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 1951 โอเรียนท์ สตาร์ มุ่งมั่นที่จะสร้างนาฬิกากลไกที่จะกลายเป็น “ดวงดาวส่องแสง”ซึ่งตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แบรนด์ได้ผลิตนาฬิกา Made-in-Japan คุณภาพสูงที่ผสานเอางานฝีมือแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกา

ล่าสุดและในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปีนี้ โอเรียนท์ สตาร์ จึงได้เปิดตัวนาฬิการุ่นเปลือย สเกเลตันที่มีการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ ในธีม“NOWHERE, Now Here” ที่หมายถึง“ไม่มีที่ไหนที่จะหาได้อีกแล้ว แต่คือที่นี่… ณ ตอนนี้”

รุ่นกึ่งเปลือย (SemiSkeleton) เผยให้เห็นกลไกของนาฬิกาผ่านหน้าปัดแบบเปิด ในขณะที่รุ่นเปลือย (Skeleton)แสดงการทำงานทั้งหมดของนาฬิกาโดยละเอียด ซึ่งทำได้โดยเผยให้เห็นเพียงโครงสร้างแผ่นฐานสะพานและส่วนประกอบของตัวเครื่อง ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นของนาฬิกากลไกอันเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาทั่วโลก โดยตัวเครื่องแบบเปลือยได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1991 และตอนนี้ถือเป็นปีที่ 30 ของชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำมากกว่าร้อยชิ้นที่ประกอบขึ้นด้วยมือโดยช่างทำนาฬิกาที่มีความทุ่มเทและมีความเชี่ยวชาญใน Akita อันถือเป็นบ้านเกิดของโอเรียนท์ สตาร์ โดยแท้

ตัวเครื่องล่าสุดของซีรี่ส์ 46-F8 (F8B62 และ F8B63) มีการสำรองพลังงานที่ยาวนานขึ้นถึง 70 ชั่วโมงซึ่งมากกว่า 50 ชั่วโมงของรุ่นปัจจุบันทำให้ใช้งานได้ดีกว่าที่เคย เมื่อสปริงหลักถูกไขจนสุดสามารถถอดนาฬิกาออกได้ในคืนวันศุกร์และยังคงมีพลังงานมากพอที่จะทำงานต่อไปจนถึงเช้าวันจันทร์ โดยให้เวลาในการเดินได้นานขึ้นด้วยเฟืองปล่อยที่ทำจากซิลิคอนรุ่นใหม่(Silicon escape wheel) ซึ่งมีน้ำหนักเบาและประมวลผลด้วยความแม่นยำที่สูงขึ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทพลังงานของล้อกระเดื่อง

เฟืองปล่อยซิลิคอนใหม่พร้อมกลไกสปริงได้รับการพัฒนาขึ้นโดยโอเรียนท์ สตาร์ ด้วยการใช้เทคโนโลยี MEMS ซึ่งใช้ในกระบวนการผลิตของหัวพิมพ์ที่มีความแม่นยำสูงของเอปสัน (Epson) เดือยที่มองเห็นได้ผ่านโครงสร้างของนาฬิกาแบบเปลือยใช้เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ของเอปสันในการควบคุมความหนาของฟิล์มที่ระดับนาโนเมตรเพื่อปรับการสะท้อนแสงทำให้เป็นสีน้ำเงินที่สะดุดตาสดใสและรูปทรงเกลียวอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้เกิดเป็นกาแล็กซี่ทางช้างเผือกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของธีมการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจักรวาลในโอกาสครบรอบ 70 ปีของโอเรียนท์ สตาร์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s