อุตสาหกรรมโรงแรมไทยไปรอด ถ้าคนไทยช่วยกันพยุง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/553937

อุตสาหกรรมโรงแรมไทยไปรอด ถ้าคนไทยช่วยกันพยุง

อุตสาหกรรมโรงแรมไทยไปรอด ถ้าคนไทยช่วยกันพยุง

วันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อยากเชิญชวนคนไทยท่องเที่ยวในเมืองไทยกันมากๆ และช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมโรงแรมไทย เพราะนี่คือการสร้างงานที่ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับสังคมไทย

แนวหน้าวาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ คุณมาริสาสุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย และ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ Group CEO ดุสิตธานี ถึงหนทางรอดของอุตสาหกรรมโรงแรมไทย

l เรียนถามคุณมาริสา ในฐานะนายกสมาคมโรงแรมไทย ว่าจะใช้แนวทางใดฟื้นฟูกิจการโรงแรมไทยให้รอดพ้นวิกฤติโควิด-19

คุณมาริสา : ประเด็นแรกต้องสร้าง demanding ก่อน ต้องทำให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติใช้บริการของโรงแรม โดยเฉพาะการนำนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาในบ้านเราแต่ในยามนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มี เราก็ต้องเชื้อเชิญคนไทยด้วยกันให้ช่วยกันท่องเที่ยวในบ้านเราให้มากขึ้น เพราะเป็นเพียงเรื่องเดียวที่สามารถทำได้เร็วที่สุดในขณะนี้

l เมืองท่องเที่ยวต่างๆ ของไทยเงียบเหงามาก หลายคนฝากถามว่าจะมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อย่างไรครับ หลายคนวิตกว่าถ้าเปิดให้ต่างชาติเข้ามาแล้วนำโควิด-19 มาด้วยจะเกิดปัญหาตามมา คุณมาริสามองเรื่องนี้อย่างไรครับ

คุณมาริสา : คนไทยอยู่กับโควิด-19 มาระยะหนึ่งแล้ว เราพบว่ารัฐบาลไทยพิสูจน์ให้ทั่วโลกเห็นว่า การสาธารณสุขไทยมีคุณภาพสูงมาก สามารถควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19ได้มีประสิทธิภาพระดับต้นๆ ของโลก คนไทยและคนทั่วโลกมั่นใจในศักยภาพของการสาธารณสุขไทยซึ่งทั้งหมดมาจากความร่วมมือของคนไทยทุกฝ่าย เรามีการตรวจคัดกรองหาเชื้อที่มีประสิทธิภาพและติดตามดูแลผู้ติดเชื้ออย่างใกล้ชิด การแพทย์ของไทยดีมาก ซึ่งเราคาดว่าน่าจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีความเสี่ยงของการติดเชื้อต่ำได้ในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้รัฐบาลได้ประการเรื่อง special tourist visa แล้ว ซึ่งก็ต้องติดตามดูต่อไป และต้องให้กำลังใจบุคลากรด้านสาธารณสุขของไทย และคนไทยทุกคนให้ก้าวข้ามพ้นวิกฤตินี้ให้ได้โดยเร็วเพราะหากปล่อยไว้ก็จะก่อปัญหาเศรษฐกิจขั้นรุนแรงตามมา ผู้คนจะตกงาน เศรษฐกิจชะงักงันเท่าที่เห็นคือทุกวันนี้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ของไทยเงียบเหงามาก สมุยเงียบ ภูเก็ตเงียบ กระบี่พังงาก็เงียบ เรารู้สึกสงสารคนที่ประสบปัญหาตกงานมาก บางโรงแรมพยายามจะสู้ทุกหนทางเพื่อพยุงกิจการให้รอดให้ได้  แต่ก็ต้องขอบคุณรัฐบาลที่พยายามช่วยทุกหนทาง เช่น ททท. ก็ออกนโยบาย workation โดยผลักดันให้ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจจัดประชุมสัมมนาในต่างจังหวัด และพยายามกระตุ้นด้วย incentive ต่างๆ เพื่อระบายงบประมาณไปสู่ต่างจังหวัดให้มากขึ้น ซึ่งหวังว่าจะให้ผลบวกได้

l มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า คนไทยจำนวนไม่น้อยเวลาไปเที่ยวต่างประเทศไม่บ่นเรื่องแพง แต่เวลาเที่ยวในบ้านตัวเองกลับบ่นว่าแพงทั้งๆ ที่คุณภาพการให้บริการโรงแรมของบ้านเราดีกว่าต่างประเทศ มีความเห็นเรื่องนี้อย่างไรครับ

คุณมาริสา : คิดว่าบ้านเรามีปัญหาโรงแรม over supply มานานแล้ว จึงทำให้เกิดปัญหาราคาห้องพักถูก ทั้งๆ ที่คุณภาพการให้บริการของบ้านเราดีกว่าต่างประเทศหลายแห่ง ราคาห้องพักบ้านเรานิ่งมานานแล้วเมื่อเทียบกับต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ และยุโรป สรุปคือบ้านเรามีโรงแรมมากเกินไป สร้างโรงแรมกันตลอดเวลา ทำให้ราคาห้องพักไม่ถูกปรับขึ้น เพราะ oversupply อีกเรื่องคือต้องเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยบางกลุ่มด้วย ต้องเปลี่ยนมุมมองว่าโรงแรมของบ้านเราดี บริการดี เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเห็นว่าของดีในบ้านเราต้องราคาถูกเกินจริง โรงแรมเกิดใหม่เยอะมาก เกิดตลอด มันจึงสร้างปัญหาให้กับคนที่ทำโรงแรมมานาน เพราะคนต้องการลองของใหม่ ส่วนของเก่าก็อาจจะถูกมองข้ามไป แต่ที่สำคัญคือการทำโรงแรมต้องใช้เงินทุนมากต้องแต่งเติม ต้องบำรุง ต้องปรับปรุงโรงแรมตลอดเวลาเพื่อพัฒนาให้ทันสมัยและเป็นที่ต้องการของผู้คน ต้องทำให้โรงแรม well kept ตลอดเวลาซึ่งต้องใช้เงินมาก

l มองปัญหาธุรกิจโรงแรมบ้านเรายุคนี้อย่างไรครับ มีทางแก้ปัญหาไหมครับ

คุณมาริสา : ปัญหาเยอะมากค่ะ หากโรงแรมไหนแก้ปัญหาไม่ได้ก็ต้องปิดชั่วคราวหรืออาจต้องขายกิจการ ซึ่งเราเห็นอยู่ในขณะนี้ อย่างเช่นที่สมุย ภูเก็ต เป็นต้น ในกรุงเทพฯ ก็มีปัญหา
เช่นกัน เจ้าของโรงแรมที่ทำกิจการต่อไม่ได้ก็ต้องขาย ที่เป็นหนี้ก็ต้องเจรจาประนอมหนี้กับเจ้าหนี้และกับธนาคาร แต่ถ้าไม่มีเงินไหลเข้าเลย ก็ยากที่จะเจรจาได้ เพราะธนาคารก็คงไม่ยอมเจรจา นี่มันเป็นปัญหาลูกโซ่ แต่ข้อเท็จจริงต้องเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงแรมนั้น ต้นเหตุไม่ได้มาจากโรงแรม แต่มันเป็นปัจจัยภายนอกที่กระทบโรงแรมอย่างรุนแรง ปัญหาไม่ได้เกิดจากการทำงานที่ล้มเหลวผิดพลาดของโรงแรม ทุกวันนี้โรงแรมต่างๆ พยายามประคองตัวให้รอด แต่ก็ต้องดูว่าปัญหานี้จะลากไปยาวนานแค่ไหน ถ้านานมากเกินไป โรงแรมก็ไปไม่รอดแน่นอน ภาครัฐคงกำลังพิจารณาเรื่องการกักตัว หรือ state quarantine จาก 14 วันให้ลดน้อยลงสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาจากพื้นที่มีความเสี่ยงเรื่องโควิด-19 น้อย ต้องยอมรับความจริงว่านักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคนไม่ได้ติดเชื้อโรคนี้นะคะหากเราเลือกคนที่ไม่มีเชื้อนี้เข้ามาเที่ยวในบ้านเราก็จะแก้ปัญหาได้บ้าง แล้วรับรองว่า state quarantineที่ใช้โรงแรมมาตรฐานในบ้านเราทำหน้าที่ได้ดีมาก เข้มงวดมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังอยากเข้ามาเที่ยวเมืองไทย เพราะเขาเชื่อมั่นประเทศไทย และอยากมาท่องเที่ยวที่สวยงามในบ้านเรา รับรองว่ามาตรฐานด้านสุขอนามัยของโรงแรมมาตรฐานในบ้านเราดีเยี่ยมได้มาตรฐานโลก

l เรียนถามคุณศุภจีถึงการท่องเที่ยวพักผ่อนในบ้านเราตามแนวทางใหม่เพื่อให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19  

คุณศุภจี : การท่องเที่ยวของไทยยังคงไปได้นะคะ เพราะเรายังมีของดีที่นักท่องเที่ยวต้องการ ตัวอย่างของงานที่ดุสิตธานีจัดในครั้งนี้คือ listen to the sound of earth เรามาฟังเสียงของโลกด้วยกัน เราร่วมมือกันหลายฝ่ายเพื่อทำให้เห็นว่าการท่องเที่ยวของไทยยังน่าสนใจ เราท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เน้นสร้างสรรค์มากกว่าทำลายล้างเช่น เรานั่งรถไฟเที่ยวด้วยกันจากกรุงเทพฯถึงหัวหิน ทำให้เราได้พบเห็นความงดงามของท้องที่ต่างๆ เริ่มจากหัวลำโพงถึงปลายทาง เราได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของอาหารท้องถิ่น ความน่ารักของสถานที่ต่างๆ เห็นวิวทิวทัศน์สองข้างทาง และเราปรับเอาผลผลิตของพื้นบ้านมาทำเป็นอาหารรสเลิศที่ปรุงจากเชฟฝีมือดีของดุสิตกอร์ดองเบลอ(Le Cordon Bleu) เช่น นำเอาหมูกรอบนครปฐมมาทำข้าวผัดรถไฟ และนำส้มโอรสชาติดีของนครชัยศรี มาทำยำส้มโอรสอร่อย แล้วเชิญแชมป์แฟนพันธุ์แท้รถไฟไทยมาเล่าเรื่องราวน่าสนใจของรถไฟไทยให้ฟัง เชิญตัวแทนสถานทูตนานาชาติร่วมเดินทางกับเรา ทุกคนเห็นมนต์เสน่ห์ของสถานที่และอาหารพื้นถิ่น แล้วเรายังเชิญกลุ่มศิลปิน sound of earth มาร่วมบรรเลงเพลงไพเราะให้ฟัง โดยไม่ส่งเสียงอึกทึกทำลายความสงบของธรรมชาติ เราร่วมมือกับสมาคมการท่องเที่ยว ททท. สมาคมโรงแรมไทย สมาคมหอการค้าไทย และต่างชาติมาร่วมกันทำงานนี้ เราต้องการบอกสังคมโลกว่าเรายังเชื่อมั่นในศักยภาพการท่องเที่ยวของไทย แม้จะเกิดโควิด-19 แต่เรายังจะเดินหน้าร่วมกันเพื่อช่วยกันเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงเราพยายามยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของเราให้สูงขึ้น ซึ่งตัวแทนนานาชาติที่ไปร่วมกับเราประทับใจ แล้วนำเรื่องราวไปบอกต่อกับคนในประเทศของเขาว่าเมืองไทยยังปลอดภัยและมีมนต์เสน่ห์รอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน ชาวต่างชาติมั่นใจว่าเราสามารถบริหารจัดการแก้ปัญหาโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี ส่วนเรื่องการให้บริการท่องเที่ยวนั้น เราก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันยุคทันสมัย ถ้าเราไม่เปลี่ยน นักท่องเที่ยวก็คงไม่สนใจเรา แล้วไม่หันมามองเรา เพราะเขาสามารถเลือกไปที่ต่างๆ ทั่วโลกได้ตามความต้องการ แต่เขาเลือกเรา เพราะเขามั่นใจในคุณภาพของเรา เราต้อง re-brand การท่องเที่ยวของเรา เพราะวันหนึ่งเมื่อโควิด-19 ผ่านพ้นไป เขาก็จะกลับมาบ้านเราอีก เราต้องทำให้นักท่องเที่ยวเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพอนามัย และรักษาสิ่งแวดล้อม บ้านเราธรรมชาติสวยงาม มีโบราณสถานล้ำค่า มีศิลปวัฒนธรรมมากมาย มีผู้คนที่อัธยาศัยดีงาม อาหารการกินสมบูรณ์ตลอดปีนี่คือเสน่ห์ของไทยเรา 

l ช่วยเล่า sound of earth ให้ฟังด้วยครับคืออะไรครับ 

คุณศุภจี : เป็นคอนเซ็ปต์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่ง ที่ศิลปินนักร้องนักดนตรีร่วมกันทำเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เราไม่ใช้ลำโพงที่ส่งเสียงอึกทึกรบกวนธรรมชาติ แต่เราใช้เทคโนโลยีช่วยให้ผู้ร่วมงานทุกคนสามารถซึมซับความไพเราะ สนุกสนานของเสียงเพลงได้โดยผ่าน headsetของแต่ละคน โดยผ่าน wireless ผู้ร่วมงานไม่ต้องอยู่ใกล้ชิดกัน ซึ่งเท่ากับรักษา social distancingระหว่างบุคคลได้ด้วย นี่คือการพักผ่อนท่องเที่ยวแบบไม่ทำลายธรรมชาติ และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ เป็นการผสมที่ลงตัวระหว่าง art and music สิ่งนี่คือสิ่งใหม่ที่ตัวแทนนานาชาติจะกลับไปบอกกับคนของเขาว่าประเทศไทยเรามีสิ่งเหล่านี้  

l ในฐานะหัวเรือใหญ่คนหนึ่งของดุสิตธานี จะฝ่าฟันเอาชนะสถานการณ์โควิด-19อย่างไรดีครับ  

คุณศุภจี : วิกฤติครั้งนี้เกิดขึ้นทั่วโลกทุกคนประสบพร้อมๆ กัน ดังนั้นเราต้องดูแลตัวเราเองให้ดีที่สุด ให้ปลอดจากเชื้อตัวนี้ให้ได้ เราต้องเน้นเรื่องสุขภาพอนามัยของทุกคนก่อน เมื่อคนของเราปลอดภัย เราจึงค่อยมาดูเรื่องการทำมาหากินต่อไป เราต้องไม่นำตัวไปสุ่มเสี่ยงกับโรคนี้ เราต้องประคองประเทศเราให้รอด เราไม่ต้องการให้เกิดการ lock down อีกครั้ง เพราะหมายถึงความเสียหายอย่างรุนแรงที่จะตามมา ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณาให้ดีที่สุดก่อนจะลงมือทำอะไร ต้องลดความเสี่ยงให้เหลือศูนย์ ต้องควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อให้ได้ จากนั้นก็ต้องคิดว่าเราจะปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างไร เพื่อให้อยู่รอด วิกฤติครั้งนี้ทำให้ทุกคนฉุกคิดว่า ที่ผ่านมาเรายังมีจุดอ่อนอะไรบ้าง เช่น ระบบโครงสร้างทางการเงินระบบบริหาร ที่เราเคยคิดว่าเรามั่นคงแล้วมันมั่นคงจริงหรือ ต้องเพิ่มหรือต้องลดอะไรลงบ้าง มันทำให้เราหันกลับมาทบทวนประสิทธิภาพของเราทั้งระบบ และดูว่าจะมีส่วนไหนบ้างที่ต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใส่ในระบบงาน เราต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้อยู่รอดให้ได้ ธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยวและบริการต้องปรับตัวครั้งใหญ่ในคราวนี้ เราจะทำเหมือนเดิมๆ อีกไม่ได้แล้ว เราต้องมีการคิดในสิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้การท่องเที่ยวและบริการ เช่น ครั้งนี้เราพาคณะมาเที่ยวโดยนั่งรถไฟ สัมผัสเสน่ห์ของท้องถิ่นที่เราผ่าน สัมผัสธรรมชาติจริงๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ มีการทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ นี่คือการให้บริการแบบใหม่ที่ต่างไปจากเดิม เรมั่นใจว่าเมื่อผู้คนได้สัมผัสสิ่งดีๆ เหล่านี้ เขาจะยอมรับและอยากสัมผัสอีก เราต้องเปลี่ยนต้องปรับเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้นและอยู่รอด 

คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการแนวหน้าวาไรตี้ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.30 น.ทางโทรทัศน์ TNN 2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวีหรือ True Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube แนวหน้าวาไรตี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s