สุนัขไทยกับการช่วยค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ความสามารถพิเศษของน้องหมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/569775

สุนัขไทยกับการช่วยค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ความสามารถพิเศษของน้องหมา

สุนัขไทยกับการช่วยค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ความสามารถพิเศษของน้องหมา

วันเสาร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สุนัขไทยมีความสามารถมากมาย เมื่อเขาได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้อง เขาสามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้อย่างมาก อย่างเช่นการฝึกให้เขาตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างแม่นยำเที่ยงตรง 

ไลฟ์วาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนาเรื่องราวการฝึกสุนัขไทยกับการค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 กับ ศ. ส.พญ. ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณกิ่งกาญจน์ แก้วฝั้น ผู้จัดการโครงการฝึกสุนัข PQA Associatesและ ร.อ.เลิศชาย เชื่อมรัตนกุล ผู้จัดการฝ่ายความมั่นคง บริษัท เชฟรอน (ประเทศไทย) จำกัดผู้ให้การสนับสนุนโครงการฝึกสุนัข  

l เรียนถามอาจารย์เกวลีว่า อะไรคือตัวจุดประกายโครงการนี้ครับ 

ดร.เกวลี : อันแรกคือเราทราบดีว่าสุนัขมีความสามารถดมกลิ่นได้ดีมาก ประกอบกับเราเห็นข่าวต่างประเทศในยุโรปเรื่องฝึกสุนัขเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เราจึงกลับมาทบทวนงานด้านวิชาการต่างๆ ที่วิจัยเรื่องการดมกลิ่นของสุนัข เพราะเรามั่นใจว่าสุนัขไทยมีความสามารถในเรื่องนี้ไม่แพ้ที่ใดบนโลกนี้ และที่สำคัญคือเรามีผู้ฝึกสุนัขที่เก่งมาก เมื่อเอาสามสิ่งนี้มาผสมกันในเชิงวิชาการ มันจึงออกมาเป็นโปรเจกท์นี้ค่ะ แรกๆ ก็กังวลนิดหน่อยว่าคนไทยรับประทานอาหารรสจัดกว่าคนตะวันตก สุนัขจะมีปัญหาเรื่องการแยกแยะกลิ่นจากร่างกายหรือไม่แต่สุดท้ายก็รู้ว่านั่นไม่ใช่ปัญหาสำคัญของการทำงานวิจัย เพราะจุฬาฯ มีนโยบายสร้างนวัตกรรมที่ให้ประโยชน์กับมนุษยชาติ และต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เราจึงเดินหน้าทำงานต่อไปเราพบว่าสุนัขสามารถดมสารระเหยที่เกิดขึ้นจากร่างกายมนุษย์ได้ ซึ่งสารระเหยของแต่ละคนจะมีความต่างกันไป คือ คนปกติกับคนติดเชื้อโควิด-19 มีสารระเหยจากร่างกายต่างกัน นี่คือโจทย์ตั้งต้นงานวิจัยนี้ 

l สารระเหยจากคนคืออะไรบ้างครับ ลมหายใจ เหงื่อ กลิ่นตัว ใช่ไหมครับ 

ดร.เกวลี : สารระเหยจากร่างกายคนมีหลายอย่างเช่นที่อาจารย์เฉลิมชัยบอกก็ใช่ และยังมีอีกเช่น สิ่งที่ออกมากับเสมหะ น้ำลายปัสสาวะ อุจจาระ และสารคัดหลั่งต่างๆ ด้วย เมื่อเราทบทวนวรรณกรรมจากงานวิจัยเดิมๆก็พบว่าโรคติดเชื้อนี้จะทำให้ผู้ติดเชื้อมีสารคัดหลั่งที่ต่างไปจากคนปกติ แต่เรารู้ดีว่าโรคนี้มันร้ายแรงมาก เราก็ไม่อยากให้สุนัขเข้าไปยุ่งกับไวรัสตัวนี้ แม้สุนัขจะไม่ป่วยเป็นโควิด-19ก็ตาม แต่ก็สามารถเป็นพาหะนำโรคได้ เราจึงต้อง save สุนัขไว้ แล้วหาสารที่ไม่มีไวรัสเกี่ยวข้องเพื่อให้เขาดมกลิ่น ก็จึงเลือกใช้เหงื่อเป็นตัวทดสอบ เราเลือกเหงื่อจากบริเวณรักแร้และจากเท้าโดยเฉพาะจากถุงเท้า แต่สุดท้ายเราเลือกเหงื่อจากเท้า เพราะเราคิดถึงการทำงานจริงในการค้นหาคนติดเชื้อโควิด-19 เช่น การค้นหาในบริเวณสนามบิน การจะให้สุนัขตะกายไปดมเหงื่อที่รักแร้คงจะไม่สะดวก เราจึงเลือกเหงื่อจากเท้า เนื่องจากสุนัขที่ฝึกดีแล้วสามารถดมกลิ่นได้ในระยะห่างถึง 2 เมตรได้อย่างค่อนข้างแม่นย้ำ 

l ล่าสุดโครงการนี้สำเร็จสมบูรณ์แล้วใช่ไหมครับ 

ดร.เกวลี : ถือว่าเกือบสมบูรณ์แล้วค่ะ คือเราแบ่งการวิจัยเป็น 3 ส่วน หนึ่งคือ ฝึกสุนัข ให้จำกลิ่นสารระเหยที่ออกจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 อย่างแม่นยำ แล้วนำสุนัขไปทดสอบ เหมือนกับสอบการสามารถทำงานได้จริง โดยการให้ทดสอบกับวงล้อที่มีขวดบรรจุกลิ่นสารระเหยหลายชนิด แต่มีขวดหนึ่งที่มีสารระเหยจากผู้ติดเชื้อเราต้องทดสอบจนมั่นใจว่าสุนัขเลือกสารจากผู้ติดเชื้อได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์จึงจะถือว่าผ่าน จากนั้นจึงจะนำสุนัขไปทำงานจริง 

l เมื่อสามารถฝึกสุนัขเพื่อตรวจหาสารระเหยจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ เราจะฝึกให้เขาหาสารระเหยะจากผู้ติดเชื้อไวรัสอื่นๆ เช่น AIDS ได้ไหมครับ 

ดร.เกวลี : ถ้าเรายึดหลัก organic compound ของสารระเหยจากกายของมนุษย์แล้วมันคือสารอินทรีย์ที่ระเหยออกมาจากเซลล์ในร่างกายที่ผิดปกติ โดยหลักการนี้แล้ว สุนัขสามารถจำแนกสารระเหยของมนุษย์ได้ เพราะสุนัขมีความสามารถในการดมและแยกกลิ่นได้ดีมาก ยกตัวอย่าง เช่นผู้ป่วยโรคเบาหวาน ถ้ามีน้ำตาลในเลือดสูงถึงขนาดหนึ่งจะมีสารระเหยตัวหนึ่งออกมา เมื่อเราฝึกสุนัขให้ดมกลิ่นนั้นได้แม่นยำ ก็สามารถใช้ค้นหาผู้ป่วยเบาหวานได้เช่นกัน

l โครงการนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้น แสดงว่ายังต้องการแรงสนับสนุนเช่น ทุนวิจัย ใช่ไหมครับถ้ามีผู้สนใจอยากสนับสนุน จะทำได้อย่างไรบ้างครับ 

ดร.เกวลี : ขอบคุณผู้ที่จะร่วมสนับสนุน และยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ สิ่งที่เราต้องการคือ ชุด PPE สำหรับให้ผู้เป็นพี่เลี้ยงสุนัขสวมเมื่อออกปฏิบัติการในสถานที่จริง รวมถึงอุปกรณ์สำหรับการฝึกทดลอง และจำนวนสุนัขที่จะนำไปใช้ฝึก หากสนใจสนับสนุนโครงการนี้ กรุณาติดต่อที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้ค่ะ และกราบขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ 

l เรียนถามคุณกิ่งกาญจน์ สุนัขที่นำไปฝึกต้องเป็นพันธุ์อะไร อายุเท่าไรครับ 

คุณกิ่งกาญจน์ : สามารถใช้ได้หลายพันธุ์ค่ะ แต่เบื้องต้นที่เลือกลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เพราะเขาเป็นมิตรกับคนมาก ทำให้คนที่อยู่ใกล้เขาไม่รู้สึกหวาดกลัว ทำให้การทำงานราบรื่น ลดความตึงเครียดระหว่างคนกับสุนัขเมื่อต้องอยู่ใกล้กันพูดง่ายๆ คือพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นมิตรและทำงานนี้ได้ค่อนข้างง่าย แต่สามารถฝึกสุนัขพันธุ์อื่นก็ได้ค่ะ เพียงแต่ขอให้เป็นพวกมีจมูกยาว เพราะจะมีโพรงประสาทที่สามารถรับและแยกกลิ่นได้ดีเป็นพิเศษ  

l สุนัขไทย ชนิดพันธุ์ทางที่อยู่ตามถนน ฝึกได้ไหมครับ 

คุณกิ่งกาญจน์ : ได้ค่ะ 

l ลาบราดอร์ที่นำไปฝึกต้องมีอายุเท่าไร มีลักษณะอย่างไรบ้างครับ ฝึกนานกี่เดือนครับ 

คุณกิ่งกาญจน์ ตั้งแต่อายุ 6-7 เดือน ต้องไม่เกิน 1 ปี สุนัขต้องไม่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรใดมาก่อนนะคะ เราจะเลือกสุนัขที่มีลักษณะ alert มากๆ ชอบเล่น สนใจสิ่งต่างๆรอบตัวมากๆ พูดง่ายๆ คือมีความกระตือรือร้นมาก ชอบเรียนรู้ ชอบค้นหา ส่วนพวกนิ่งๆ เฉยๆเราจะไม่นำไปฝึกค่ะ ระยะเวลาฝึกประมาณ2 เดือนครึ่งค่ะ และที่สำคัญคือสุนัขต้องมีสุขภาพดี ผ่านการตรวจเลือดแล้ว  

l แสดงว่าลาบราดอร์ทุกตัว ก็ไม่สามารถนำไปฝึกได้ ใช่ไหมครับ 

คุณกิ่งกาญจน์ : ใช่ค่ะ ต้องเลือกเฉพาะที่ผ่านคุณสมบัติเท่านั้น ต้องเลือกลูกสุนัขที่พร้อมรับการฝึกด้วยในเบื้องต้นขอฝึกจำนวนน้อยๆ ก่อน เพื่อให้ได้ผลการทำงานที่ดีที่สุด เมื่อเราได้ลูกสุนัขมาแล้ว เราจะนำไปไว้ที่ศูนย์ฝึกประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับสภาพภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อม และกับผู้บังคับสุนัข ผู้บังคับสุนัขต้องอยู่กับเขาตั้งแต่ตอนแรก หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ ก็เริ่มการฝึกจดจำกลิ่น โดยที่ทางคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯส่งกลิ่นตัวอย่างให้ การฝึกช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ4 สัปดาห์ เพื่อให้เขาจำกลิ่นได้แม่นยำที่สุดหลังจากนั้นจึงนำสุนัขไปทดสอบดมกลิ่นสารอื่นๆที่ติดอยู่บนวงล้อ 6 ขา โดยหนึ่งในหกนั้นจะเป็นกลิ่นของผู้ติดเชื้อ สุนัขที่ถูกฝึกดีแล้วจะจดจำกลิ่นได้แม่นยำ และจะนั่งอยู่หน้าวัตถุที่มีกลิ่นของสารจากตัวผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อบอกให้รู้พี่เลี้ยงรู้ และทุกครั้งเมื่อจบการค้นหากลิ่น ก็ต้องเปลี่ยนขวดทดลองทั้งหมด และทำความสะอาดโดยทันที และจะไม่ให้สุนัขทำงานเพียง 15-20 นาที ต่อรอบเท่านั้น เพราะต้องระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นพิเศษ 

l เรียนถาม ร.อ.เลิศชาย ว่าเชฟรอน (ประเทศไทย) เข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนี้อย่างไรครับ 

ร.อ.เลิศชาย : เบื้องต้นฝ่ายบริหารของเชฟรอน เห็นข่าวจากอังกฤษเรื่องสุนัขตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 จึงคิดว่าน่าจะทำโครงการนี้ในไทยร่วมกับคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ เนื่องจากเชฟรอนมีสัญญากับบริษัท PQA มา 5-6 ปี โดยให้ฝึกสุนัขเพื่อค้นหาสารเสพติดในพนักงานทั้งบนบก และที่ต้องออกไปทำงานฐานขุดเจาะแก๊สธรรมชาติในอ่าวไทย จึงนำโปรเจกท์นี้มาหารือกับคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ เราเริ่มคุยโครงการนี้กันเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2563 ครับและเมื่อทำความเข้าใจโครงการนี้ร่วมกันแล้วก็จึงให้การสนับสนุนด้านเงินทุน เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่บริษัทสามารถให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ได้รูปแบบหนึ่ง และด้วยความมั่นใจว่าสุนัขไทยมีความสามารถในการดมเพื่อค้นหากลิ่นต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเมื่อนำความสามารถของนักวิชาการไทย ผู้ฝึกสุนัขไทย และสุนัขไทยมารวมตัวกันเพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคมไทยได้เชฟรอน (ประเทศไทย) ก็ยินดีสนับสนุนโครงการนี้ครับ 

คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการไลฟ์วาไรตี้ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์วาไรตี้โดยแนวหน้า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s