‘จอย ชวนชื่น’ เผยช่วงชีวิตที่ไร้งาน ไร้เงิน แต่กลับมาปัง ! มีงานเยอะได้ เพราะบูชาพญานาค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/570517

'จอย ชวนชื่น' เผยช่วงชีวิตที่ไร้งาน ไร้เงิน แต่กลับมาปัง ! มีงานเยอะได้ เพราะบูชาพญานาค

‘จอย ชวนชื่น’ เผยช่วงชีวิตที่ไร้งาน ไร้เงิน แต่กลับมาปัง ! มีงานเยอะได้ เพราะบูชาพญานาค

วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 15.11 น.

เคยเกือบท้อเพราะงานหดหายแต่ยังมีลมหายใจชีวิตเลยต้องสู้แบบไม่ถอย สำหรับ จอย ชวนชื่น ที่มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ได้เปิดใจว่าช่วงที่งานหดแต่เงินยังคงต้องใช้นั้นตัวเองก็ไม่เคยอยู่นิ่งลุกขึ้นมาสู้ ขายของตามตลาดนัดแบบไม่กลัวอาย แต่ไม่วายโดนเมาส์ว่า ตกอับ เพราะไม่รู้จักเก็บเงินนั้นตัวเองก็ไม่ได้สนใจคำพูดนี้ที่พูดถึงเพราะเรารู้ว่าเราทำอะไรเป็นยังไง พร้อมทั้งเปิดความลับสิ่งที่ทำให้งานกลับปังก็เพราะตั้งแต่ บูชาพญานาค

ถาม มุขประจำตัวพี่จอย คือ พูดไปเรื่อยๆแต่พูดไม่รู้เรื่อง จริงๆตลกแต่ละคนคือ เขาจะต้องมีมุกประจำตัวของแต่ละคนเราต้องคิดก่อนไหมหรือมันมาในระหว่างที่เราเดินทางที่เราแสดง

จอย ชวนชื่น : คือ มุกนี้เป็นมุกที่ชวนชื่นเขาเล่นอยู่แล้ว ซึ่งมุกนี้เขาเรียกว่า อีพ่วง คือแบบว่ามีสามีกินเหล้าแล้วตัวเองก็มาพรรณนาว่าสามีเอาแต่กินเหล้าไม่ยอมทำมาหากิน ก็แบบเล่าไปร้องไห้ไปมันเลยพูดไม่รู้เรื่อง ตอนแรกต้องบอกเลยว่ามุกนี้เราไม่อยากเล่นแต่พอมายืนซ้อมอยู่ต่อหน้าคนสามสิบคนในคณะ (ซึ่งชวนชื่นจะมีอาทิตย์หนึ่งจะต้องเปลี่ยนมุกครั้งหนึ่ง) ไปเล่นตามคาเฟ่ ซึ่งเขาให้เราร้องไห้ ซึ่งก็ต้องร้องไห้จริงๆแล้วเราทำไม่ได้เพราะว่าเราไม่ใช่ตลก

ถาม เห็นบอกว่าตัวจริงของ จอย คือ ไม่ตลกเลย

จอย ชวนชื่น : ไม่ตลกเลยค่ะ  เป็นคนไม่ค่อยพูดแต่จะเก็บข้อมูลทุกอย่างเอาไว้ทำงาน เหมือนว่าเราไม่ทำงานเราก็ไม่ค่อยอยากจะพูดเหมือนเราถูกดึงปลั๊กออกเลย สามารถนั่งอยู่เฉยๆให้น้ำลายบูดไปเลยก็ได้

ถาม แต่เห็นว่าที่พี่จอย มาเล่นตลกได้คือตัวเองไม่ได้อยากที่จะเล่นแต่ว่าเพราะพ่อดม

จอย ชวนชื่น : เพราะว่าตอนนั้นตั้งแต่ตอนที่เราเล่นลิเกแล้ว แล้วพอเราไม่มีงานเราก็ไม่รู้ว่าเราต้องทำอะไรเพราะว่าข่วงเข้าพรรษาคือ จะไม่มีงานเลย เราก็อยากไปร้องเพลงบ้างตอนนั้นก็อายุ 17-18 เนอะก็ไปขอพี่กับพ่อว่าเราอยากร้องเพลงเห็นเขามีงานมีเงิน เราก็อยากจะทำงานกลางคืนบางลองดูว่ามันเป็นยังไง แต่พี่จิ้มกับพ่อดม เขาไม่ให้เพราะว่ากลัวว่าเราจะไปโดนแขกหลอก

ถาม แต่พอ ณ วันหนึ่งที่เราต้องมาเล่นตลกจริงๆกลับกลายเป็นว่าโดนแขกว่าเลยนะว่า ไม่เห็นตลกเลย

จอย ชวนชื่น : เคยมีโดนเมาท์ค่ะ เพราะเหมือนว่าเราเล่นมุกลิเกก็จะแต่งเหมือนนักร้องทั่วไปเนอะ เราก็ไปเข้าห้องน้ำพอไปเข้าห้องน้ำเราก็ได้ยินเสียงนักร้องเขาคุยกันว่า ตลกคณะนี้มาอีกแล้วไม่เห็นจะขำเลยสู้หม่ำ เท่า โหน่ง ไม่ได้นั่นเขาสนุกมากเลยนะ ตลกคณะชวนเชิญ อะไรไม่รู้ตลกคณะพ่อลูก แล้วยิ่งผู้หญิงด้วยนะ ผู้หญิงที่มาร้องไห้ไม่เห็นจะขำเลย  เราก็ออกมาจากห้องน้ำแล้วก็ทำไปเป็นล้างมือให้เขาเห็นแต่เขาก็ยังพูดถึงเราอยู่ไม่หยุด แต่เพราะเขาหันหลังคุยกับแม่บ้าน แต่แม่บ้านเห็นเราก็หน้าเสียเลย แล้วพอเขาหันกลับมาเจอหน้าเราก็ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเลย แต่เราก็เป็นคนที่ไม่ค่อยโกรธคนหรอกขำมันมีแบบนี้ด้วยเนอะ คนที่เขาพูดแบบนี้เขาอาจจะอคติเพราะอย่างบางคนเห็นหน้ากันแล้วไม่ชอบก็มีมันวัดจากปากเขาไม่ได้หรอก จะวัดได้จากตอนที่เราไปเล่นแล้วในคณะมันพูดว่าเราเล่นสู้คนเก่าไม่ได้เลยเพราะคนเก่าเขามีแอคติ้งเยอะกว่าเรา ซึ่งพอคนในคณะพูดเราก็เริ่มกลับมาคิดล่ะว่าอนาคตที่เราเล่นตลกเราจะรอดไหม

ถาม แล้วปรับตัวยังไง เราไปขอความรู้หรือเราสำรวจตัวเอง

จอย ชวนชื่น : เราก็สำรวจตัวเองก่อนเลยค่ะ เรามานึกว่าพ่อเราก็ทำได้พี่เราก็ทำได้แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้แล้วคณะนี้ก็ของเราเองเราไม่ได้ไปขอใครเล่น เราก็จำที่พี่จิ้มสอนที่พ่อสอนตาดูหูฟังดูว่าคำพูดอะไรที่มาใช้กับตลกได้หรือเป็นท่าเต้นอะไรเราต้องเอามาดัดแปลงใช้ให้มันตลกให้ได้ เราก็ค่อยๆปรับตัวเอง จริงๆแค่การปรับทัศนคติแค่คิดให้ได้ว่าฉันทำได้ ฉันตั้งใจจะพัฒนามันเปลี่ยนหมดเลยเพราะว่าพี่กับพ่อบอกเราให้กำลังใจเราตลอดเวลาอยู่แล้ว ว่าผิดก็ไม่เป็นไรเอาใหม่มันก็ค่อยๆซึมซับ แล้วพอเราเล่นบ่อยๆก็ทำให้เรามั่นใจ

ถาม พอมั่นใจเล่นได้แล้วมีชื่อเสียง จอย ชวนชื่น ก็ติดตลาด แต่ตอดตลาดไปติดตลาดมาแต่ก็มีช่วงหนึ่งที่มีข่าวว่าเธอเงียบไปไม่มีงานเลยอันนั้นคือช่วงไหน

จอย ชวนชื่น : มันเป็นช่วงที่หน้าจอทีวีก็เงียบ แล้วงานประจำเราก็เริ่มจะไม่มีเหมือนหายไป ถอดปลั๊กเลยว่าไม่มีเราเลยคิดว่าทำไงดีชีวิตเราแทบไม่ได้บ้านเลยวันสองวันเริ่มปวดหัวแล้วเราต้องก็คิดว่าเราต้องอยู่ทั้งเดือนหรือตลอดปีก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องลุกขึ้นมาว่าเราจะทำอะไรลองดู เทพ เขาไปขายของตามตลาดนัดเราก็ไปช่วยพี่เทพขาย ซึ่งทุกครั้งที่ไปช่วยเขาก็จะให้เงินเราสองพันบ้าง สามพันบ้าง เราก็ไม่อยากได้เงินเขาแต่เพราะว่าเราไปช่วยแล้วของเขาขายได้เพราะว่าคนก็จะมาขอถ่ายรูปมาอะไร แต่เราก็คิดว่าเราจะทำยังไงที่เราไม่อยากได้เงินเขาแต่เราอยากร่วมกับเขาเราก็เลยขายเสื้อผ้าดีกว่าแต่เราก็ได้ไปขายกับเขาด้วย ซึ่งขายเสื้อผ้าไปตอนแรกก็ดีหลังๆมันเริ่มเงินมันจม เพราะอยากเราขายพอเราได้กำไลเราก็ต้องเอาไปซื้อของมาใหม่เพื่อให้ดูว่ามีของเยอะต้องมีใหม่เสมอ แล้วพอมาหลังๆคือ มีการแยกโซนขนมก็ขนมเสื้อผ้าก็เสื้อผ้าก็ช่วยกันไม่ได้ล่ะ เราก็คิดว่างั้นไม่ได้ล่ะขายเสื้อผ้าไม่รอดล่ะ ขายขนมดีกว่า เราก็คิดว่าขายขนมดีกว่าเราก็กลับมาคิดอีกว่าเราจะขายขนมอะไรดีที่เด็กวัยรุ่นก็กินได้ เราก็กินได้ถ่ายรูปลงไอจี ลงเฟสบุ๊คได้ เราก็นึกถึงขนมควันทะลัก เราก็ไปศึกษาเลยมันมีอะไรบ้าง เราก็มาลองทำแล้วก็เอาไปขายซึ่งขายดีมาก ก็ขายอยู่ได้สักพักหนึ่งแล้วงานมันเริ่มกลับมา จอย ก็เริ่มขายบ้างไม่ขายบ้าง ซึ่งเราก็ไม่ค่อยได้ไปตลาดนัดล่ะงานที่เราชอบไปขายเลยคืองานวัดเพราะงานวัดมันสนุกเราได้ไปทำบุญด้วยแล้วคนที่ไปงานวัดคือคนที่ตั้งใจไปกินของจริงๆไปไหว้พระจริงๆไปทำบุญจริงๆ

ถาม ตอนที่เราไปขายของแล้วมีคนพูดว่าเราตกอับ ตอนนั้นเราถึงขั้นลำบากเลยไหม

จอย ชวนชื่น : มันก็ถึงขั้นที่ลำบากในระดับหนึ่งเลยเพราะเราไม่มีเงินเก็บเพราะเราทำไปใช้ไป เพราะเราก็ต้องดูแลลูกค่าเทอมค่าอะไรก็หนักหน่วงอยู่ ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่าเวลาที่เราไปขายของเราไม่รู้สึกว่าอายเลยนะคะ แต่ก็รู้สึกกับคำพูดของคนที่ว่าเราว่า สมน้ำหน้า ไม่รู้จักเก็บ ก็เพราะว่ามันไม่มีให้เก็บไม่ใช่เราไม่อยากเก็บ คือ มันเก็บมามันก็ต้องใช้โน้นนี่มันต้องมี

ถาม หลังจากจุดนั้นที่เราบอกว่างานเริ่มกลับมา แต่จุดที่เปลี่ยนทำให้งานแน่นอีกครั้งหนึ่งเพราะเข้าสู่สายมู ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องของความเชื่อล่ะ

จอย ชวนชื่น : ก็นิดนึงค่ะ เพราะปกติเป็นคนที่ชอบดูดวงดูอะไรอยู่แล้ว แต่จะเชื่อมากเชื่อน้อยเป็นที่แฟนเพราะเขาชอบดูยูทูปว่าช่วงนี้เพราะอะไร ดวงติดขัดอะไร เขาบอกกับเราว่าเราอยากไปเล่าพญานาคมาเป็นน้ำพุ ซึ่งตอนนั้นเราขายของเราก็ไม่สามารถเก็บเงินเพื่อไปซื้อมาได้สักทีเราก็เลยบอกกับแฟนว่าถ้าวันนี้เราขายของได้มากกว่าที่เราเคยได้พรุ่งนี้เราไปเช่าพญานาคกันเลย ซึ่งคืนนั้นงงมากคือขายได้เกือบสองหมื่น งงมาก !! พอเข้าขึ้นมาเราก็ไปกันเลย ซึ่งคนที่ขายให้เราบอกว่าท่านคือ แม่ย่าศรีปทุมา ถูกชะตากับเรามากเราก็เชิญท่านมาไว้มี่หน้าบ้านเรา เราก็จุดธูปบอกท่านว่าช่วงนี้งานเราไม่มีเลยมันล่องลอยมากไม่มั่นคงเลย เราของานประจำให้มีเข้ามา ซึ่งพอเราปักธูปไม่ถึง 5 นาทีมีคนโทรเข้ามาเลยมีซิกคอมเข้ามาเลย ทำให้เราเกิดความศรัทธามากๆเลย ไปไหนก็จุดธูปบอกท่านให้ปกปักรักษา ตอนนี้ก็ยังรับงานทั่วราชอาณาจักรเหมือนเดิมเต็มที่นะคะ

สามารถชมรายการ ต้มยำอมรินทร์ ย้อนหลังได้ทาง ยูทูป :  https://youtu.be/eUiwVJ0eNm0

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s