สรุปข่าววัคซีนทั่วโลก: ส่องผลดีผลเสียของ Pfizer สู้กลายพันธุ์ไหวไหม? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651879

วันที่ 03 พ.ค. 2564 เวลา 21:00 น.

สรุปข่าววัคซีนทั่วโลก: ส่องผลดีผลเสียของ Pfizer สู้กลายพันธุ์ไหวไหม?ความคืบหน้าของวงการวัคซีนจากทั่วโลก สามารถเช็ค “ข่าวจริง” ของวัคซีนจากทั่วโลกได้ที่นี่

มีประสิทธิภาพแค่ไหน

• อย่างที่ทราบกันดีว่าวัคซีนต้านโควิด-19 ของไฟเซอร์ (Pfizer) มีประสิทธิภาพสูงโดยผลการทดลองที่ตีพิมพ์บนนิตยสารทางการแพทย์ The New England Journal of Medicine เมื่อเดือนธ.ค. ระบุว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้ 95%

• ต่อมามีการรายงานประสิทธิภาพของวัคซีนอีกครั้งอยู่ที่ 94.8% ขณะที่ประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มแรกอยู่ที่ 92.6% ซึ่งก็ยังถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง

• Pfizer ยังคงเป็นที่เชื่อมั่นในวงการแพทย์โดย The Chronicle รายงานว่ากุมารแพทย์ในอังกฤษกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการอนุมัติฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

• ดร.เจนนิเฟอร์ พอลเลย์ ผู้อำนวยการแพทย์กุมารเวชศาสตร์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือกล่าวว่า “Pfizer คือความมั่นใจ” และกุมารเวชศาสตร์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษกำลังเร่งทำงานเพื่อฉีดวัคซีนให้แก่เด็กๆ

• โดยดร.พอลเลย์กล่าวว่าความหวังของเธอคือการเปิดคลินิกฉีดวัคซีน Pfizer ให้ได้หลายแห่งต่อสัปดาห์เพื่อยุติการแพร่ระบาดของไวรัสก่อนที่มันจะกลายพันธุ์ไปมากกว่านี้ ผู้ปกครองมักมีคำถามและข้อกังวลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้ลูกๆ ของพวกเขา แต่ดร.พอลเลย์ยืนยันว่า “เราจะไม่มีทางให้มันถ้าเราไม่คิดว่ามันดี”

ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง?

• สำหรับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนอย่างที่ทราบกันว่าอาจเกิดผลข้างเคียงไม่รุนแรง อาทิ ปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หนาวสั่น แต่ก็ยังคงมีส่วนหนึ่งที่เกิดผลขางเคียงรุนแรงอย่างอาการชา ต่อมน้ำเหลืองโต หัวใจเต้นผิดจังหวะ

• ขณะที่เมื่อวันที่ 21 เม.ย. องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) เผยสถิติการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากผู้ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ทั่วโลก โดยระบุว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนจาก AstraZeneca พบอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าว 287 ราย, ผู้ที่ได้รับวัคซีนจาก Pfizer พบ 25 ราย, ผู้ที่ได้รับวัคซีนจาก J&J พบ 8 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนจาก Moderna พบ 5 ราย

• นอกจากนี้เมื่อวันที่ 1 พ.ค. The Brussels Times รายงานว่าฝรั่งเศสกำลังตรวจสอบกรณีการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่เกิดขึ้นจากผู้ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 จาก Pfizer ทั้งสิ้น 5 ราย โดยกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสกล่าวว่ายังไม่พบความเชื่อมโยงที่ชัดเจนว่าอาการดังกล่าวเกิดจากวัคซีนหรือไม่

• ด้านสำนักงานความปลอดภัยด้านยาแห่งชาติของฝรั่งเศส (ANSM) ระบุว่าข้อมูลที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าวัคซีนมีผลทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อย่างไรก็ตามถือว่ายังมีความเป็นไปได้เพราะฉะนั้นต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม

• นอกจากนี้อาการดังกล่าวยังพบในอิสราเอล โดยเมื่อวันที่ 25 เม.ย. กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลแถลงเบื้องต้นว่าในกลุ่มประชากรที่ได้รับวัคซีนจาก Pfizer กว่า 5 ล้านคน มีผู้ที่เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลักสิบคนซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 และอายุไม่เกิน 30 ปี

แล้วมันยังเวิร์กไหม?

• แต่ข้อมูลชี้ว่าวัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันอาการเจ็บป่วยรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 ยังคงสูงกว่าผลข้างเคียงของวัคซีน อย่างไรก็ตามยังไม่สรุปว่าอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเป็นผลมาจากการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์แต่กำลังเร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าว

• ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) และสำนักงานควบคุมยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของอังกฤษ (MHRA) แถลงเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาว่าทั้งสองได้เฝ้าระวังกรณีที่เกิดขึ้นแต่ยังไม่มีรายงานข้อกังวลด้านความปลอดภัยในประเทศและยังไม่พบความเชื่อมโยงของวัคซีนกับผลข้างเคียงดังกล่าว

• ABC News รายงานผลการสำรวจในสหราชอาณาจักรซึ่งตีพิมพ์บนวารสารทางการแพทย์ The Lancet ศึกษาข้อมูลจาก 627,383 คนที่ได้รับวัคซีนจาก Pfizer และ AstraZeneca พบว่าผลข้างเคียงส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้รับวัคซีนและโดยทั่วไปอาการจะหายไปภายใน 48 ชั่วโมง

• โดยคนที่มีอายุน้อย ผู้หญิง และผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อนมีแนวโน้มที่จะเกิดผลข้างเคียงมากกว่าหลังได้รับวัคซีนจาก Pfizer และ AstraZeneca  ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอาจเป็นอาการปวด บวม แดง คัน ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้โต ท้องร่วง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หนาวสั่น และคลื่นไส้ เป็นต้น โดยพบในผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 มากกว่าเข็มแรก

• ดร.นิโคลัส วูด จากคณะแพทยศาสตร์และสุขภาพของมหาวิทยาลัยซิดนีย์กล่าวว่า “ผลข้างเคียงเหล่านี้เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่รับรู้ว่าวัคซีนเป็นแอนติเจนแปลกปลอมและกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน” อย่างไรก็ตามวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 และป้องกันอาการรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากโรคโควิด-19

สู้เชื้อกลายพันธุ์ไหวไหม?

• การศึกษาที่นำโดย The Imperial College ซึ่งพิจารณาการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลสุขภาพของอังกฤษหลังจากการฉีด Pfizer ครั้งแรกพบว่าผู้ที่เคยมีการติดเชื้อที่ไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการ จะมีภูมืคุ้มกันต่อเชื้อกลายพันธุ์มากขึ้น คืแอเชื้อกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรและแอฟริกาใต้

• แต่การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันหลังจากการฉีดวัคซีนครั้งแรกจะน้อยกว่าในผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ซึ่งอาจทำให้พวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงจากเชื้อกลายพันธุ์ได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องฉีดโดสที่สอง และการฉีดโดสเดียวยังไม่ถือว่าได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ 

• อิสราเอลซึ่งฉีด Pfizer ให้กับประชากรส่วนใหญ่กำลังจับตาการกลายพันธุ์สายอินเดีย หรือ  B.1.617 ดร. ชารอน อัลรอย-ไพรส์ หัวหน้าฝ่ายบริการสาธารณสุขของอิสราเอลกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่ายังไม่ชัดเจนว่าวัคซีนจะป้องกันสายพันธุ์ของอินเดียได้หรือไม่โดยกล่าวว่า “เราไม่ทราบเกี่ยวกับสายพันธุ์อินเดีย เราไม่ทราบเพียงพอ”

Covax ซื้อวัคซีน Moderna 

• โครงการทุนวัคซีนระดับโลกของ Covax กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าได้ทำข้อตกลงเพื่อซื้อวัคซีน ของ Moderna จำนวน 500 ล้านโดสโดยจะส่งมอบเดือนตุลาคมอย่างเร็วที่สุด เพื่อขยายขอบเขตของวัคซีนในโครงการ Covax ซึ่งจนถึงขณะนี้พึ่งพาวัคซีน AstraZeneca เป็นอย่างมากและได้รับผลกระทบจากความล่าช้า

• Gavi ผู้นำร่วมของโครงการ Covax ประกาศในแถลงการณ์ วัคซีนของ Moderna คาดว่าจะเริ่มจัดหาให้ Covax ได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 โดยมีปริมาณ 34 ล้านโดสก่อนสิ้นปี อีก 466 ล้านโดสจะตามมาในปี 2023 ทั้งนี้ สวีเดนยังได้บริจาควัคซีน AstraZeneca จำนวน 1 ล้านโดสให้ Covax อีกด้วย 

Photo by MIGUEL RIOPA / AFP

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s