‘ดาริกา ลัทธพิพัฒน์’ ทิศทางการศึกษายุค ‘Post Pandemic’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/578242

‘ดาริกา ลัทธพิพัฒน์’  ทิศทางการศึกษายุค‘Post Pandemic’

‘ดาริกา ลัทธพิพัฒน์’ ทิศทางการศึกษายุค‘Post Pandemic’

วันจันทร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ยืดเยื้อกินเวลามาร่วม 2 ปี ส่งผลกระทบกับสังคม เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก รวมถึงผลกระทบด้านการศึกษาในวงกว้างตั้งแต่เด็กเล็กชั้นอนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสถาบันการศึกษา ถือเป็นความท้าทายและบทบาทความรับผิดชอบใหม่ของนักบริหารการศึกษาที่ต้องพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะการสร้างระบบการศึกษาที่มั่นคงส่งผลถึงการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสู่ตลาดงานในการขับเคลื่อนเศรฐกิจของประเทศ

สถาบันการศึกษาจึงต้องมีมาตรการในการปรับรูปแบบการเรียนการสอนแบบ “ออนไลน์” ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และ
มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้ผู้เรียนไม่เสียโอกาสในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าการเรียนการสอนที่เปลี่ยนไปในช่วงโควิด สถาบันการศึกษาไม่สามารถยึดติดกับระบบ Offline หรือการเรียนการสอนในห้องเรียน 100% ได้อีกต่อไป ทั้งยังเป็นการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ผ่านรูปแบบการเรียนออนไลน์ ในส่วนของ ผู้เรียนและผู้สอนด้วย

ในอีกด้านก็เกิดเป็นคำถามที่ว่า ภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ Post Pandemic ทิศทางการศึกษาจะเป็นอย่างไรมีแง่มุมไหนบ้างที่เราได้รับบทเรียนจากผลกระทบในครั้งนี้ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) ได้สะท้อนถึงการบริหารการศึกษาในช่วง Post Pandemic ที่หากใครไม่เร่ง “ปรับตัว” อาจต้องเจอกับความท้าทายที่เกินกว่าจะรับมือได้

– ความเร็ว&แรงของ Pandemic : โรคระบาด (Pandemic) ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในระลอกแรกเป็นอะไรที่วางแผนไม่ได้ ทุกคนหรือแม้แต่เราไม่มีประสบการณ์มาก่อน ดังนั้น Pandemic ที่เกิดขึ้นเป็นการมาแบบตูมเดียว ทำให้องค์กรต่างๆ ต้องปรับทุกอย่างมาเป็นออนไลน์ ซึ่งก็พบว่า หลายเซ็คเตอร์ สามารถปรับตัวได้ดีในยุคของการล็อกดาวน์ ในมุมการจัดการเรียนการสอน เมื่อมองถึงระดับชั้นเรียนพบว่าแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงอายุ ด้วยประสบการณ์การบริหารการศึกษาในระดับเด็กเล็กที่ โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ

พบว่า การเรียนของเด็กเล็กระดับเตรียมอนุบาลถึง 7 ขวบจะเป็นช่วงอายุที่คิดว่ามีผลกระทบมากที่สุดจากการปรับการเรียนการสอนจากออฟไลน์เป็นออนไลน์ ส่วนหนึ่งมาจากความพร้อมของผู้เรียน การพึ่งพาตัวเองยังมีน้อยกว่าเด็กโต รวมทั้งพฤติกรรมของวัยนี้ที่การเรียนรู้ส่วนใหญ่จะเน้นผ่านการจับต้องสิ่งของและการสนทนากับผู้สอน ด้วยลักษณะการเรียนของเด็กวัยนี้จึงทำให้เชื่อว่าแม้ในช่วงของ Post Pandemic เด็กเล็กจะยังคงมีการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนและปฏิบัติในชั้นเรียนมากกว่าการผ่านเทคโนโลยี

– O2O คือคำตอบ : การเรียนการสอนของวัยที่โตขึ้นมาในระดับมหาวิทยาลัย ปริญญาตรีและปริญญาโท ที่ผ่านมามีการปรับตัวได้ค่อนข้างดีในรูปแบบออนไลน์ โดยที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์มีการปรับผสมผสานการเรียน การสอนทั้งในแบบออฟไลน์และออนไลน์ หรือ O2O (Online to Offline) เมื่อมองถึงช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ Post Pandemic ระบบการศึกษาในไทยจะมีการปรับตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนทั้งในส่วนของ มหาวิทยาลัย ผู้สอนและผู้เรียน

มหาวิทยาลัย ปรับระบบการทำงานในทุกมิติ ได้แก่ ระบบหลังบ้าน การลงทะเบียนนักศึกษาและอื่นๆ ให้พร้อมทำงานทุกอย่างได้ครบในจุดเดียวซึ่งในส่วนนี้ทางมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาปีกว่าและพร้อมให้บริการได้เต็มรูปแบบในปีการศึกษา 2564 อาจารย์ผู้สอนที่ปรับแผนการสอนจาก 100% เป็นการเรียนในห้องไปสู่การเรียนออนไลน์โดยจัดสัดส่วนเนื้อหาที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละสาขาวิชา ตัวอย่าง เช่น บางสาขาวิชา 1 ใน 3 ของเนื้อหาความรู้จะเป็นออนไลน์ แล้วปรับ 2 ใน 3 เป็นการเรียนออฟไลน์

ขณะที่บางสาขาวิชาอาจปรับเป็นออนไลน์ได้มากถึง 2 ใน 3 ในส่วนของธุรกิจบัณฑิตย์ที่เน้นการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ด้วยการเรียนในแบบ O2O เพื่อสนับสนุนให้เกิดความคล่องตัวในการเรียนการสอนออนไลน์และออฟไลน์ขณะเดียวกันก็ต้องตอบโจทย์ผู้เรียนให้ได้มากที่สุด และสร้างเอนเกจเม้นท์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียนให้ได้ด้วย สำหรับผู้เรียนแล้วเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างมากจนถึง 5G ในปัจจุบันและจะมีเข้ามาเพิ่มอีกมากในอนาคต มีส่วนสนับสนุนให้การเรียนรู้ทำได้ดีมากขึ้น

– Liquid Learning เทรนด์ที่ใช่ ในยุค Post Pandemic : การเรียนรู้แบบเลื่อนไหล (Liquid Learning) ที่ตอบโจทย์แบบรายบุคคล (Personalization) ของผู้เรียนมีความสำคัญอย่างไรและเกิดขึ้นจริงได้แค่ไหน ดร.ดาริกาให้มุมมองว่า เทรนด์การเรียนรู้นับจากนี้จะไม่ใช่แค่ปรับตัวจากออฟไลน์สู่ออนไลน์แต่จะได้เห็นการเรียนรู้แนวใหม่ที่มุ่งการตอบโจทย์ความเป็นลักษณะเฉพาะตัว (Personalize) ของผู้เรียนในแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น เช่น บางคนชอบอ่านตัวหนังสือเยอะๆ แต่กับบางคนชอบการนำเสนอที่เป็นภาพมากกว่า

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของพฤติกรรมและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันของแต่ละคน ส่งผลต่อการเรียนรู้มากหรือน้อยได้ด้วย เช่น บางคนเป็นมนุษย์เที่ยงคืน มนุษย์เช้า ประสิทธิภาพและความสนใจที่จะเรียนรู้ก็แตกต่างกันออกไป กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ปรับให้ลื่นไหลไปตามแต่ละบุคคล ทั้งความสนใจ ช่วงเวลา และอื่นๆ นับเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก ซึ่งที่น่าสนใจและเป็นความท้าทายไม่แพ้กัน คือ การจัดคอนเท้นท์ หรือเนื้อหาวิชา การวัดผล และการให้ใบรับรอง (Certificate)

– ความท้าทายในยุค Post Pandemic : โดยในช่วงของการระบาดโควิด-19 โจทย์ใหญ่ของแต่ละมหาวิทยาลัยจากนี้จะอยู่ที่ “การประเมินผล” ที่มองว่าการประเมินผลเป็นความท้าทายนั่นเป็นเพราะแม้ว่าจะมีการจัดการเรียนออนไลน์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่การทำงานและระบบงานต่างๆ ยังคงเป็นออฟไลน์อยู่เหมือนเดิมซึ่งหากเป็นแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นหากในอนาคตมีการปรับเป็นออนไลน์ 100% ซึ่งเป็นโจทย์และภารกิจที่ต้องคิดว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคต

จากความท้าทายที่เกิดขึ้นเมื่อโรคระบาดคลี่คลาย ดร.ดาริกา สะท้อนว่าไม่ใช่แค่ผู้สอนในมหาวิทยาลัย และผู้เรียนเท่านั้นที่ต้องปรับตัวไปสู่รูปแบบการเรียนการสอนใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น ทางสำนักมาตรฐานก็ต้องทำความเข้าใจและปรับหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ในทุกมิติเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน ในบทบาท นักบริหารการศึกษา ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ผ่านมา คนชอบบอกว่าในวงการศึกษาปรับตัวช้าที่สุด แต่ถึงตอนนี้พูดไม่ได้แล้ว เพราะทุกคนอยู่ในเรือลำเดียวกัน ต้องเร่งปรับตัว

จากที่หลายๆ คนพูดว่าทำไม่ได้ วันนี้จากสถานการณ์ที่บีบบังคับทำให้ค้นพบว่า มนุษย์เราปรับตัวได้ขนาดไหน กฎเกณฑ์ที่บอกว่าทำไม่ได้ วันหนึ่งก็ต้องฉีกทิ้ง แล้วจัดกฎเกณฑ์ใหม่ ได้เวลารื้อบ้านครั้งใหญ่ และ Pandemic ครั้งนี้นับเป็นบททดสอบที่สำคัญ!!!

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s