เมื่อคนขาวใช้การศึกษาฆ่าคนพื้นเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654964

วันที่ 08 มิ.ย. 2564 เวลา 14:03 น

เมื่อคนขาวใช้การศึกษาฆ่าคนพื้นเมืองกรณีศึกษาจากแคนาดาเมื่อคนขาวใช้การศึกษาขจัดชนเผ่าพื้นเมือง

เป็นเรื่องจริงที่ว่าเด็กพื้นเมืองหลายพันคนหายตัวไปในแคนาดา และเมื่อเดือนที่ผ่านมาก็มีการพบศพเด็กพื้นเมือง 215 คนบริเวณโรงเรียนแห่งหนึ่งในแคนาดาซึ่งได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก

รัฐบาลประกาศลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศ ตลอดจนมีอนุสรณ์สถานเพื่อแสดงความไว้อาลัยแก่เด็กชาวพื้นเมืองทั้ง 215 ชีวิตที่ถูกฝังไว้บริเวณโรงเรียนประจำในเมืองแคมลูปส์

แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด

เพอร์รี่ เบลเลการ์ด (Perry Bellegarde) ประธานองค์กร Assembly of First Nations องค์กรพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกล่าวว่าผู้รอดชีวิตจำนวนมากเล่าให้เขาฟังว่ายังมีเด็กพื้นเมืองอีกมากมายที่ถูกพรากจากครอบครัวและบังคับให้เข้าเรียนในโรงเรียนประจำของแคนาดาเช่นแคมลูปส์เพื่อซึมซับวัฒนธรรมตะวันตก และเด็กหลายคนต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมที่เจ็บปวด

นับตั้งแต่การเปิดเรียนในปี 1883 จนถึง 1996 มีเด็กพื้นเมืองประมาณ 150,000 คนได้ก้าวเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด (Justin Trudeau) ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในปี 2015 ได้จัดลำดับความสำคัญในการรำลึกถึงนักเรียนเหล่านั้น และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชนเผ่าพื้นเมือง

และการพบหลุมศพครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดแรงผลักดันในการดำเนินการเพื่อชดใช้ประวัติศาสตร์แห่งการเอารัดเอาเปรียบต่อชนเผ่าพื้นเมือง

ค้นพบอะไรบ้าง?

ประมาณ 20 ปีที่แล้วความพยายามในการค้นหาซากศพเด็กนักเรียนพื้นเมืองเริ่มต้นขึ้นที่โรงเรียนแคมลูปส์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา โดยมีนักเรียนสูงสุด 500 คน

สมาชิกของชนพื้นเมืองเทอห์แคมลูบส์ เทอห์ เซอห์เคว็บเมอห์ (Tk’emlups te Secwepemc First Nation) ได้ค้นพบสิ่งที่น่าสยดสยองเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากขุดเจาะพื้นดิน

ในบรรดาศพ 215 ศพที่พบดูเหมือนว่าจะมีเด็กคนหนึ่งที่เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 3 ขวบเท่านั้น โดยทีมเผยว่าเด็กเหล่านี้ถูกฝังไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน

ระบบโรงเรียนทำร้ายชนพื้นเมือง

ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 แคนาดาจัดสรรที่ดินสำหรับชนพื้นเมือง ขณะเดียวกันก็ได้ยึดครองดินแดนของชนพื้นเมืองบางแห่งโดยอย่างเฉพาะอย่างยิ่งในบริติชโคลัมเบีย

ราวปี 1883 รัฐบาลแสวงหาผลประโยชน์จากชนพื้นเมืองด้วยวิธีใหม่นั่นคือการบังคับให้เด็กพื้นเมืองเข้าเรียนในโรงเรียนประจำซึ่งมักอยู่ห่างไกลจากชุมชนของพวกเขา

โดยโรงเรียนส่วนใหญ่ดำเนินการโดยคริสตจักร และทุกโรงเรียนห้ามให้ภาษาพื้นเมืองเพื่อ “พยายามให้เด็กพื้นเมืองปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมกระแสหลัก และทำลายวัฒนธรรมและภาษาของพวกเขา”

นอกจากนี้พวกเขายังเผชิญกับการปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่มักใช้ความรุนแรง ตลอจนการล่วงละเมิดทางเพศ ทางร่างกาย และอารมณ์ ตลอดจนการเจ็บป่วยจากโรคระบาด

โรงเรียนแคมลูปส์ดำเนินการโดยนิกายโรมันคาธอลิก ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจการคนหนึ่งระบุว่าบางครั้งนักเรียนที่แคมลูปส์มีอาการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง

คณะกรรมการเพื่อความจริงและการปรองดองแห่งแคนาดา (Truth and Reconciliation Commission) ที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลแคนาดาใช้เวลา 6 ปีในการพิจารณาคดีจากพยาน 6,750 คนเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ของโรงเรียน

โดยในรายงานปี 2015 สรุปได้ว่าระบบนี้เป็นรูปแบบของ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทางวัฒนธรรม”

คณะกรรมการเรียกร้องให้มีการขอโทษจากสมเด็จพระสันตะปาปาสำหรับบทบาทของคริสตจักรนิกายโรมันคาธอลิกต่อการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสไม่ได้กล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการ แต่กล่าวว่า “การค้นพบที่น่าเศร้าครั้งนี้ทำให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานในอดีต”

อดีตนักเรียนบางคนให้การต่อหน้าคณะกรรมการว่าพระสงฆ์ที่โรงเรียนได้ให้กำเนิดทารกกับนักเรียนพื้นเมืองและทารกถูกพรากไปจากมารดาที่อายุยังน้อยและถูกสังหารในที่สุด

ขณะที่นักเรียนหลายคนเสียชีวิตด้วยโรคร้าย การใช้ความรุนแรง อุบัติเหตุ ไฟไหม้ และการพยายามหลบหนี

โรงเรียนพรากชีวิตเด็กไปกี่คน

เมื่อมีกรณีเด็กเสียชีวิตในโรงเรียนประจำ ครอบครัวของพวกเขามักได้รับคำอธิบายที่คลุมเครือจากโรงเรียนหรือได้คำตอบว่าพวกเขาเพียงแค่วิ่งหนีและหายตัวไป

ขณะที่คณะกรรมการพบว่าเมื่อโรงเรียนรับทราบการเสียชีวิตของเด็กโดยทั่วไปพวกเขามักปฏิเสธ แต่คณะกรรมการประเมินว่ามีนักเรียนอย่างน้อย 4,100 คนเสียชีวิตหรือสูญหายจากโรงเรียนประจำ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำบัญชีสำหรับเด็กเหล่านั้นทั้งหมด

เมอร์เรย์ ซินแคลร์ (Murray Sinclair) อดีตผู้พิพากษาและวุฒิสมาชิกซึ่งเป็นหัวหน้าคณะกรรมาธิการกล่าวในอีเมลเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเขาเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าว “เกิน 10,000 คน”

แคนาดาจะทำอย่างไรต่อไป

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กล่าวว่าการค้นพบศพเด็กทั้ง 215 คนแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของแคนาดา และเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าละอายของประเทศ รวมถึงเด็กคนอื่นๆ ที่ถูกบังคับให้เข้าโรงเรียนประจำและไม่ได้กลับมาอีกเลย

“วันนี้เด็กบางคนที่พบในแคมลูปส์ และที่ยังไม่พบในที่อื่นทั่วประเทศ จะเป็นปู่ย่าตายายหรือทวด และนั่นเป็นความผิดของแคนาดา” ทรูโดกล่าว

นอกจากนี้ยังเผยว่ารัฐบาลสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อค้นหาซากศพของนักเรียนในโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยในปี 2019 ได้ใช้งบประมาณ 27 ล้านดอลลาร์แคนาดาหรือเกือบ 700 ล้านบาทเพื่อค้นหาหลุมศพ

ขณะที่สเตฟานี สกอตต์ ผู้อำนวยการบริหารศูนย์เพื่อความจริงและการปรองดองแห่งชาติ (National Centre for Truth and Reconciliation) กล่าวว่าต้องการเห็นการลงมือปฏิบัติของรัฐบาลด้วยไม่ใช่เพียงแต่คำพูดมากมาย

อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายหวังว่าความตกใจที่เกิดขึ้นหลังจากการค้นพบศพเด็กทั้ง 215 ในแคมลูปส์นี้ จะทำให้แคนาดาเร่งความพยายามในการประนีประนอม และขจัดการเลือกปฏิบัติและช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างชนเผ่าพื้นเมืองกับภาคส่วนอื่นๆ ในประเทศ

Photo by Cole Burston / AFP

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s