วิถีสยามมรดกวัฒนธรรมไทย : ย้อนรอยตำนานเมืองเชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/588742

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ย้อนรอยตำนานเมืองเชียงใหม่

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ย้อนรอยตำนานเมืองเชียงใหม่

วันอังคาร ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สะพานนวรัฐ (ขัวเหล็ก) สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๖ ข้ามแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านเมืองเชียงใหม่

เมืองเชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นในสมัยพญามังราย เมื่อ พ.ศ.๑๘๓๙ ชื่อที่ปรากฏในตำนานคือ “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา ในช่วง พ.ศ.๒๑๐๑-๒๓๑๗ เชียงใหม่ได้เสียเอกราชให้แก่กษัตริย์พม่าชื่อบุเรงนอง และได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่านานถึงสองร้อยกว่าปี

จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงช่วยเหลือล้านนาไทยภายใต้การนำของพระยากาวิละ และพระยาจ่าบ้านในการทำสงครามขับไล่พม่าออกไปจากเชียงใหม่ และเมืองเชียงแสนได้สำเร็จ

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนาพระยากาวิละเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเมืองประเทศราชของกรุงเทพมหานคร และมีเจ้าเมืองสืบเชื้อสายของพระยากาวิละ เรียกว่า ตระกูลเจ้าเจ็ดตน ปกครองเมืองเชียงใหม่และเมืองต่างๆในล้านนาขณะนั้น คือ ลำพูน ลำปาง พะเยา และเชียงราย เปลี่ยนฐานะเป็นศูนย์กลางของมณฑลพายัพตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมาจนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๔๗๖ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ ได้มีการปฏิรูปการปกครอง จึงมีฐานะเป็นจังหวัดจวบจนปัจจุบัน

เชียงใหม่ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่สยามเป็นอันมาก ด้วยการส่งส่วยและสิ่งของเข้ามาถวายหลายอย่าง ซึ่งเป็นสินค้าที่ตลาดภายในและต่างประเทศต้องการ คือไม้สักและของป่า เช่น ขี้ผึ้งงาช้าง รวมถึงเครื่องเขิน หัตถกรรมที่ได้รับอิทธิพลตกทอดมาแต่ครั้งตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินี เสด็จฯเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ พ.ศ.๒๔๖๙

ชาวเชียงใหม่เรียกตัวเองว่า คนเมือง ประกอบด้วยกลุ่มชนหลายเชื้อชาติทั้งที่อาศัยอยู่ดั้งเดิม และเข้ามาใหม่ในยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บผ้าใส่เมือง (พ.ศ.๒๓๔๘) ได้แก่ ลัวะ มอญ ยวน พม่า เงี้ยวหรือไทใหญ่ ยอง และเขิน กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในเขตกำแพงเมืองชั้นนอก ส่วนใหญ่เป็นช่างฝีมือและพ่อค้า คือไทเขิน มอญ พม่า ไทใหญ่ ส่วนกลุ่มที่อาศัยอยู่ในเขตกำแพงเมืองชั้นใน เป็นไทยยวน นอกจากนี้ยังมีชาวเขา เช่น อาข่า ลีซอ มูเซอปกาเกอะญอ และคะฉิ่น ซึ่งอาศัยอยู่ตามเขตชายแดนที่ราบสูง

อัตลักษณ์ล้านนาในอดีตหลายประการยังคงมีการสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตา และในมโนคติของสังคมทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิ ด้านหัตกรรมและงานช่างฝีมือ ได้แก่ เครื่องเขิน เครื่องเงินไม้แกะสลัก น้ำต้น หรือ คนโท ด้านอาหารและการบริโภค ก็จะมีการสอดคล้องกับฤดูกาลที่ค่อนข้างหนาวเย็น มีพืชพักตามธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ รสชาติของอาหารจะมีความเค็ม และเผ็ดเล็กน้อย มีการจัดสำรับลงในพานใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์เรียกว่าโตก บริโภคข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก ส่วนในด้านความเชื่อและความศรัทธา ก็จะมี หำยนต์ ตุง และโคมยี่เป็ง ปรากฏให้เห็นอยู่ตามสถานบ้านเรือน และในพิธีกรรมของแต่ละท้องถิ่น

นอกจากนี้ ในด้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เป็นที่ประจักษ์ และทำรายได้ให้ชุมชนไม่น้อย ด้วยผ้าฝ้ายที่นำไปย้อมสีน้ำเงินหรือสีดำ เรียกว่าม่อฮ่อม ส่วนการละเล่น การแสดง ก็จะมีฟ้อนเล็บ
กับ ซึง สะล้อ ที่ใครได้ชมได้ฟัง ก็จะเพลิดเพลินใจเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในดินแดนของความเนิบช้า สวยศิลป์ เป็นเสน่ห์เฉพาะที่งดงามยิ่ง

ในอดีตแม้จะผ่านคราบรอยของสงครามมายาวนาน แต่บรรพบุรุษของเราก็ได้กอบกู้จนกลับมาใช้ชีวิตอย่างสุขสงบทุกครั้ง ในปัจจุบันสถานการณ์โรคโควิด-19 กำลังระบาดหนักทั่วโลก เสมือนหนึ่งเป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่พวกเราต่างต้องร่วมกันกอบกู้ให้โลกกลับมาสวยงามและใช้ชีวิตอย่างมีอิสระภาพเช่นเดิม ดังนั้นการจะไป เยือนเชียงใหม่ในช่วงนี้ ควรต้องศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์จากการอ่านกันไปก่อน เมื่อวันใดที่สถานการณ์คลี่คลาย เราจะได้ออกท่องเที่ยวให้หนำใจ พร้อมความรู้จากร่องรอยของตำนานที่จะทำให้การเดินทางสนุกมากขึ้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s