สงครามยังไม่จบ..อย่าเพิ่งนับศพโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/588762

สงครามยังไม่จบ..อย่าเพิ่งนับศพโควิด

สงครามยังไม่จบ..อย่าเพิ่งนับศพโควิด

วันอังคาร ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานการณ์ในอเมริกาเรื่องโควิดตอนนี้เหมือนคลื่นใต้น้ำบรรดามะริกันชนเถิดเทิงเฉลิมฉลองต่างพากันถอดหน้ากากร้องไชโยโห่ฮิ้ว ดีอกดีใจว่าไม่มีการระบาดอีกต่อไปแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าหายนะรอบใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาหาอย่างเงียบๆ เพราะความประมาทและเชื่อมั่นในคุณภาพ “วัคซีนเทพ” โดยไม่มีการยกการ์ดปกป้องตัวเองและครอบครัวแต่อย่างใดแต่กลับทำตัวเหมือนโลกนี้ไม่มีโควิด แต่บอกเลยว่าคิดผิดนะ ยู

ร้านอาหารทุกร้านเปิดให้นั่งกินกันได้อย่างเสรีพนักงานเสิร์ฟไม่มีการใส่หน้ากากอีกต่อไป แถมโต๊ะแน่นไม่มีการเว้นระยะห่างอะไรอีกต่อไปแล้วมีการจัดขบวนพาเหรดยิ่งใหญ่ในนิวยอร์กบรรดาเนตไอดอลไทยผู้บินไปฉีดวัคซีนเทพในอเมริกาเต้นแร้งเต้นการ่วมขบวนพาเหรดอย่างสนุกสนานแล้วตะคอกใส่ชาวบ้านชาวช่องในไทยว่า

“วุ้ย ดูซี้..ดูซี ดูประเทศมหาอำนาจอเมริกาจัดการโควิดจนอยู่หมัด ตอนนี้เปิดประเทศถอดหน้ากาก เดินขบวนพาเหรดกันคึกคักไม่เหมือนประเทศไทยหรอก”

จากนั้นก็ด้อยค่าแผ่นดินเกิดรัวๆ อย่างน่ามหัศจรรย์ใจว่าตีนแตะอเมริกาได้ไม่ถึงเดือน แต่รอบรู้ทุกเรื่องในอเมริกาที่สุดก็เข้าใจล่ะนะ เป็นธรรมดาที่เวลามาเที่ยว ประเทศนั้นย่อมดีงามทุกอย่างสวยงามจนมองข้ามขยะมูลฝอยและโฮมเลสที่นอนเกาขี้กลากบนถนนไปโดยสิ้นเชิง

ไอ้ประเทศมหาอำนาจอเมริกาที่ใฝ่ฝันอยากมาอยู่เนี่ยป่วยกัน 34 ล้านกว่า ตายไปหกแสนกว่า พอแย้งไปแบบนั้น ก็จะตอกกลับมาว่าไอ้นี่เจอว่าป่วยเยอะ เพราะมีการตรวจเชิงรุก ตรวจโควิดกันหมดเลยจ้าทั้งสามร้อยล้านกว่าคนย่ะ โง้..โง่

เล่นเอาผู้เขียนที่อยู่มา 20 ปีถอนหายใจเฮือก เอาที่ไหนมาพูดล่ะไม่มีหรอก การตรวจเชิงรุกน่ะ หรืออาจจะมีเฉพาะบางเมืองอย่าลืมว่าอเมริกากว้างใหญ่ไพศาลแต่ละเมืองแต่ละรัฐมีระบบการจัดการที่แตกต่างกันออกไปไอ้สามร้อยล้านกว่าคนนี่คือรวมผู้เขียนด้วยนะแต่ไม่เคยได้ตรวจโควิดสักที

เนตไอดอลไทยผู้รอบรู้บอกอีกว่า อเมริกาฉีดวัคซีนกันเกิน 70 เปอร์เซ็นต์แล้วนะ แปลกดีนะผู้เขียนเกาะติดสถานการณ์โควิดในอเมริกาทุกวัน เช็คกราฟผู้ป่วยผู้ตายและยอดการฉีดวัคซีนทุกวัน ยังไม่เห็นตัวเลขไหนบอกเลยว่าฉีดกัน 70 เปอร์เซ็นต์

ล่าสุดเข้าไปเช็คยอดฉีดวัคซีนแบบเรียลไทม์ในรอยเตอร์ พบว่าคนอเมริกันที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็ม มี 48.5 เปอร์เซ็นต์ส่วนที่ฉีดเข็มเดียวมี 56.1 เปอร์เซ็นต์ ไหนล่ะ..ไอ้ตัวเลข 70 เปอร์เซ็นต์ที่ว่า บางรัฐยอดฉีดสูง อาจเพราะประชากรน้อยบางรัฐยอดฉีดต่ำมาก

ทีนี้พอประกาศปังว่าคนที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้วไม่ต้องใส่หน้ากากไอ้พวกที่ตีเนียนก็มั่วทันที ด้วยการไม่ใส่หน้ากากเพราะพวกนี้นอกจากต่อต้านการใส่หน้ากากแล้ว ยังต่อต้านวัคซีนอีกด้วย ไม่มีมาตรการตรวจเช็คอะไรทั้งนั้นแถมบางคนยังไปซื้อใบเอกสารที่แสดงการฉีดวัคซีนปลอมอีกงานนี้เลยเหมือนคลื่นใต้น้ำ ที่รอวันระเบิดอีกรอบ

ยอดป่วยยอดตายดูเหมือนจะลดน้อยลงไปเมื่อสองเดือนก่อนพลอยทำให้เกิดความหละหลวมมาตรการต่างๆ ก็หย่อนยานตอนนี้ยอดป่วยพุ่งขึ้นอีกรอบแล้วที่หนักหนาสาหัสที่สุดคือเป็นการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าหรือสายพันธุ์อินเดีย ซึ่งแม้แต่วัคซีนเทพที่สายร่านเมืองไทยชื่นชมนักหนาก็เอาไม่อยู่

เมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งออกข่าวครึกโครม ประชาชนมากกว่า 4,100 ราย อาการหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตจากโควิดในอเมริกาแม้จะฉีดวัคซีนครบแล้วผู้เขียนไม่ได้นั่งมโนเพ้อเจ้อถึงวัคซีนโคตรเทพว่าดีจนหาที่ดิไม่ได้แต่เอาข้อมูลนี้มาจากสำนักข่าวซีเอ็นบีซีของอเมริกาและข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติอเมริกา (ซีดีซี) แต่มั่นใจว่าตัวเลขที่แท้จริงของเคสฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังติดเชื้อน่าจะสูงกว่านี้มากเนื่องจากซีดีซีหยุดรายงานเคสลักษณะดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม

วัคซีนเทพที่คนไทยอยากได้นักหนาอย่างไฟเซอร์และโมเดอร์นาพอมาเจอเดลต้านี่แทบไปไม่เป็นเหมือนกันจะว่าไปไอ้ไวรัสวายร้ายนี่มันก็ฉลาดเป็นบ้าหาทางหลบหลีกเอาชีวิตรอดจนได้

บริษํทวัคซีนไม่ว่าจะยี่ห้อไหนต้องพัฒนาวัคซีนตามหลังการกลายพันธุ์ของไวรัสอยู่นั่นเอง ล่าสุดเนตไอดอลไทยที่บินไปอเมริกาเพื่อฉีดโมเดอร์นาที่แอลเอ เปิดเผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่า ตนเองฉีดโมเดอร์นาครบสองเข็มแล้วแต่ยังติดโควิดสายพันธุ์เดลต้า กรณีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะก่อนหน้านี้เคสแบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับคนที่ฉีดไฟเซอร์ครบโดสเหมือนกัน

คนอเมริกันถอดหน้ากากทั่วประเทศอย่างประมาทโดยไม่รู้ว่าสายพันธุ์เดลต้ากำลังระบาดไปทั่วประเทศเพราะยอดตัวเลขคนป่วยพุ่งดีดกลับขึ้นมาอีกในหลายรัฐจนบรรดาหมอทั้งหลายออกให้ข่าวเตือนภัยในเรื่องนี้ว่าวัคซีนทุกยี่ห้อในอเมริกา เมื่อเจอเดลต้าจะประสิทธิภาพด้อยลงทุกยี่ห้อจนไฟเซอร์เริ่มกระแอมกระไอขอให้มีการฉีดโดสสาม แต่หมอแอนโธนี เฟาซี ยังคงยืนยันอเมริกายังไม่มีความจำเป็นต้องใช้วัคซีนเข็มกระตุ้นทั้งที่กำลังเผชิญกับไวรัสเดลต้าที่เห็นเคสใหม่เพิ่มใน 42 รัฐ จาก 50 รัฐ

ค่าเฉลี่ยของผู้ป่วยใหม่เมื่ออาทิตย์ก่อน ประมาณหมื่นเก้าพันกว่าคนแต่บางวันก็สูงขึ้นถึงสองหมื่นกว่าๆ ต่อวันทั้งที่ยอดป่วยเพิ่มแผ่วมาตลอดสองเดือนที่ผ่านมาภาวะการดีดตัวสูงขึ้นของยอดผู้ป่วยใหม่คิดเป็นร้อยละ 47

หลายรัฐที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ อย่าง ฟลอริดาลุยเซียนา อาร์คันซอ มิสซูรี่ และเนวาดา ยอดป่วยใหม่ดีดพุ่งขึ้นมาอย่างน่าตกใจรพ.บางแห่งในรัฐมิสซูรีเตียงไอซียูเต็ม แถมผู้ป่วยใหม่รอบนี้ไม่ใช่คนสูงวัยเหมือนรอบที่แล้วแต่เป็นคนวัยทำงานอายุ 20-49 ปี แทบทั้งสิ้น นี่เป็นสัญญาณที่แสดงว่าสงครามครั้งนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ ในอเมริกา

คนกลุ่มนี้แหละที่ไม่ยอมฉีดวัคซีน เลขที่ออกคือร้อยละ 99 ของคนที่เสียชีวิตคือกลุ่มที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนอย่างที่เขียนมาแล้วข้างต้นว่ายอดฉีดวัคซีนโดยรวมของอเมริกายังไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์จากที่เคยฉีดได้สูงถึงวันละ 4 ล้านโดส กลับแผ่วลงมากจนลดเหลือแค่สองแสนกว่าโดสต่อวันเท่านั้นเอง ดังนั้น นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว การยกการ์ดสูง อย่างที่เราท่องๆ มา แบบ “กินร้อน ช้อนกูอยู่ห่าง ล้างมือ ถือเจล” พวกนี้ยังเป็นเกราะป้องกันได้ดีพอมีวัคซีนมาก็เหมือนเราใส่เสื้อกันกระสุนทับอีกรอบนั่นเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s